แจ้งเตือน

Finnomena คว้ารางวัล Best Places to Work บริษัทน่าทำงานจากเสียงจริงของพนักงาน

Finnomena
Finnomena คว้ารางวัล Best Places to Work บริษัทน่าทำงานจากเสียงจริงของพนักงาน

Finnomena ผู้นำด้าน WealthTech ด้วยบริการคําแนะนําการลงทุนแบบครบวงจร ได้รับการยกย่องจาก WorkVenture ในฐานะ Best Places to Work 2026 สะท้อนถึงการเป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม และเข้าใจพนักงานอย่างแท้จริง ด้วยความเชื่อมั่นว่า การเงินที่ดี เริ่มต้นจากคนที่มีคุณภาพและมีความสุขในการทำงาน

เป็นอีกหนึ่งก้าวแห่งความภาคภูมิใจของ กลุ่มบริษัท ฟินโนมีนา จำกัด (Finnomena Group) ในฐานะผู้นำด้าน Wealth Tech ที่ให้บริการคำแนะนำการลงทุนแบบครบวงจร ซึ่งได้รับการรับรองจาก WorkVenture บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการสร้างแบรนด์องค์กรและที่ปรึกษาด้านการสำรวจและพัฒนาความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร ว่า Finnomena เป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม และเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่อยากสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม ผ่านการยกระดับความรู้ทางการเงินของคนไทยทั้งประเทศ

ความแข็งแกร่งของ Finnomena ไม่ได้มาจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “คน” ที่อยู่เบื้องหลัง ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ และมีเป้าหมายร่วมกันในการทำสิ่งที่ถูกต้องให้กับผู้ใช้งานและนักลงทุน วัฒนธรรมองค์กรจึงถูกออกแบบมาเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกเสียงมีความหมาย 

ที่ Finnomena การเติบโตไม่ได้หมายถึงแค่ตำแหน่งหรือผลลัพธ์ทางธุรกิจ แต่คือการเติบโตของความคิด และความรับผิดชอบต่อสังคม พนักงานทุกคนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และทดลองสิ่งใหม่ ๆ ในสภาพแวดล้อมที่ไว้วางใจและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

Finnomena Best Places to Work บริษัทน่าทำงานด้วย

นายเจษฎา สุขทิศ CEO Finnomena Group กล่าวว่า “Best Places to Work คือความสำเร็จของพนักงาน Finnomena ทุกคน และการที่พวกเรามาถึงเป้าหมายทางธุรกิจในวันนี้ได้ ก็เพราะทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดขององค์กร ซึ่งไม่ใช่แค่ออฟฟิศที่ตกแต่งสวยงามทันสมัย หรือระบบแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์และใช้งานง่าย แต่เกิดจากสิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือพนักงานของเราทุกคน”

IPO แห่งทศวรรษ! SpaceX ดึง 4 แบงก์ยักษ์คุมเกมเข้าตลาด Valuation ทะลุ $800,000 ล้าน

Finnomena
SpaceX IPO

SpaceX บริษัทสตาร์ทอัพด้านอวกาศของ Elon Musk กำลังเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น (IPO) ที่อาจกลายเป็นหนึ่งในดีลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนโลก โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่า บริษัทกำลังพิจารณาแต่งตั้งธนาคารยักษ์ใหญ่จากวอลล์สตรีทถึง 4 แห่ง เป็นแกนนำดีล ได้แก่ Morgan Stanley, Bank of America, Goldman Sachs และ JPMorgan Chase

แผน IPO ดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ Reuters เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า SpaceX อาจระดมทุนได้มากกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ และอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดภายในปี 2026 ซึ่งจะทำให้ดีลนี้ติดอันดับ IPO ที่ใหญ่ที่สุดของโลกทันที

ก่อนหน้านี้ SpaceX ยังเปิดให้มีการซื้อขายหุ้นรอง (Secondary Sale) ซึ่งสะท้อนมูลค่าบริษัทสูงถึงราว 800,000 ล้านดอลลาร์ ตอกย้ำสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งใน “ทรัพย์สินเอกชนที่ทรงอิทธิพลที่สุด” ของโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน

ความเคลื่อนไหวของ SpaceX เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ตลาดทุนสหรัฐฯ กำลังจับตาคลื่น IPO ขนาดใหญ่รอบใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท AI อย่าง OpenAI และ Anthropic ที่เริ่มวางหมากเตรียมเข้าสู่ตลาดเช่นกัน

Musk ขึ้นเวที Davos วางภาพอนาคตโลกเทค–พลังงาน–หุ่นยนต์

ในวันเดียวกัน Elon Musk ปรากฏตัวบนเวที World Economic Forum ที่เมืองดาวอสเป็นครั้งแรก หลังเคยวิจารณ์เวทีนี้ว่าเป็นพื้นที่ของชนชั้นนำ โดยการสนทนาครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีอวกาศ หุ่นยนต์ ไปจนถึงพลังงานสะอาด

Musk ระบุว่า สหรัฐฯ มีศักยภาพผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้เพียงพอต่อความต้องการไฟฟ้าทั้งประเทศ รวมถึงการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์จาก AI แต่ยอมรับว่ากำแพงภาษีนำเข้าโซลาร์ของสหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงกว่าความเป็นจริง

เขายังแสดงความเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของ Tesla จะได้รับการอนุมัติในยุโรปภายในไม่กี่สัปดาห์ และคาดการณ์ว่าในอนาคต “จำนวนหุ่นยนต์จะมากกว่ามนุษย์” ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจครั้งใหญ่


อ้างอิง: Reuters

Finnomena Funds Market Alert: ตลาดหุ้นญี่ปุ่นรีบาวด์แรง Nikkei 225 พุ่งกว่า 2% หลังสหรัฐฯ ถอนท่าทีคุกคามภาษี หนุนหุ้นเทคโนโลยี

Finnomena Funds
หุ้นญี่ปุ่นรีบาวด์แรง

วันที่ 22 มกราคม 2026 ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวขึ้น +2.12% มาที่ระดับ 53,892.64 จุด ขณะที่ดัชนี TOPIX เพิ่มขึ้น +1.01% ปิดที่ 3,626.03 จุด สะท้อนแรงซื้อกลับอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ช่วงเช้า หลังสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกท่าทีขู่ขึ้นภาษีกับประเทศในยุโรป ซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อความเสี่ยงสงครามการค้า และหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลกโดยรวม

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในคืนก่อนหน้า ประกอบกับแรงซื้อคืนหลังดัชนี Nikkei ปรับฐานลงแรงกว่า 1,500 จุดในช่วง 5 วันทำการก่อนหน้า ส่งผลให้การรีบาวด์ในรอบนี้ครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของดัชนี

ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หุ้นอย่าง Advantest, Tokyo Electron และ Disco ปรับตัวขึ้นเด่น สะท้อนแรงซื้อกลับในหุ้นชิปตามธีม AI และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก

ในด้านปัจจัยมหภาค ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอ่อนค่าบริเวณ 158 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปคลี่คลาย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะยาวเริ่มทรงตัว หลังจากก่อนหน้านี้ผันผวนสูงและเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้น ส่งผลให้แรงกดดันด้าน Valuation ลดลงในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงเผชิญความผันผวนจากปัจจัยการเมืองภายในประเทศและทิศทางนโยบายการคลังในระยะสั้น แต่การฟื้นตัวในครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดยังตอบรับเชิงบวกต่อการลดความเสี่ยงด้านการค้าโลก และความคาดหวังต่อแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมหลัก

Finnomena Funds ประเมินว่า การรีบาวด์ของตลาดหุ้นญี่ปุ่นรอบนี้สะท้อนการคลายความเสี่ยงด้านการค้าระหว่างประเทศและแรงซื้อกลับในหุ้นเทคโนโลยี หลังการปรับฐานแรงในช่วงก่อนหน้า แม้ตลาดยังมีความผันผวนจากทิศทางพันธบัตรและการเมืองภายในประเทศ แต่ปัจจัยพื้นฐานระยะกลางยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำไร ภาวะ Monetary Policy Normalization ที่ค่อยเป็นค่อยไป และค่าเงินเยนที่อ่อนค่า สอดคล้องกับมุมมองเราที่มีต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระดับ Slightly Positive

แนะนำทยอยสะสมกองทุน ASP-NGF เพื่อรับโอกาสการเติบโตในระยะกลางถึงยาว

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

Finnomena Funds Market Alert: ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เข้าสู่ยุคใหม่ KOSPI ทะลุ 5,000 จุด ลดทอน Korea Discount จากแรงหนุน AI และนโยบายรัฐ

Finnomena Funds
Kospi 5000

วันที่ 22 มกราคม 2026 ดัชนี KOSPI ปรับตัวขึ้นเกือบ +2.0% ทะลุระดับ 5,000 จุด เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยระหว่างวันขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 5,019 จุด สะท้อนแรงซื้อที่กลับมาอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ช่วงเปิดตลาด และสร้างความคาดหวังว่าปรากฏการณ์ “Korea Discount” ซึ่งกด Valuation ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้มายาวนาน อาจเริ่มคลี่คลายลงอย่างมีนัยสำคัญ

โครงสร้างแรงซื้อในรอบนี้แตกต่างจากช่วงก่อนหน้า โดยนักลงทุนรายย่อยเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน ด้วยยอดซื้อสุทธิราว 2.98 แสนล้านวอน ขณะที่นักลงทุนต่างชาติและสถาบันขายสุทธิ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนภายในประเทศต่อแนวโน้มตลาดหุ้นระยะกลาง–ยาว และการตอบรับเชิงบวกต่อนโยบายภาครัฐที่มุ่งยกระดับตลาดทุน

การทะลุระดับ 5,000 จุด เกิดขึ้นราว 6–7 เดือนหลังจากประธานาธิบดี Lee Jae Myung เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งในช่วงหาเสียงได้ตั้งเป้าผลักดัน KOSPI ให้แตะระดับดังกล่าว พร้อมเดินหน้าปฏิรูปตลาดทุนเพื่อลด Korea Discount โดยตั้งแต่กลางปี 2025 รัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น การยกระดับธรรมาภิบาล และการเพิ่มความน่าสนใจของตลาดทุน ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการกลับมายืนเหนือ 3,000 จุดในเดือนมิถุนายน ทะลุ 3,500 จุดในเดือนตุลาคม และเร่งขึ้นเหนือ 4,000–4,500 จุดในช่วงต้นปี 2026 ก่อนทำสถิติใหม่ที่ระดับ 5,000 จุด

ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ตลาดยังได้รับแรงหนุนสำคัญจากธีม AI Supply Chain โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ได้อานิสงส์โดยตรงจากความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI Server ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กำไรของบริษัทในกลุ่มนี้เติบโตโดดเด่น และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้ KOSPI ปรับตัวขึ้นกว่า +95% ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา กลายเป็นหนึ่งในดัชนีหลักที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของโลก

Finnomena Funds ประเมินว่า การที่ KOSPI ทะลุระดับ 5,000 จุด สะท้อนทั้งแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากธีม AI และความจริงจังของภาครัฐในการลด Korea Discount ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในระดับ Slightly Positive แม้ Valuation จะปรับตัวขึ้นมาแล้วบางส่วน แต่แนวโน้มกำไรของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และนโยบาย Korea Value-Up ยังช่วยจำกัด Downside ในระยะกลาง

แนะนำทยอยสะสมกองทุน SCBKEQTG เพื่อรับโอกาสการเติบโตของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในระยะกลางถึงยาว

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

SCB Grow Together ปรับพอร์ตเดือนมกราคม 2026 : เพิ่มตราสารหนี้โลก และหุ้นเทคโนโลยีจีน

บลจ.ไทยพาณิชย์

มุมมองการลงทุน (January 2026)

เริ่มต้นปีใหม่ 2026 บรรยากาศการลงทุนโดยรวม ยังค่อนข้างเป็นบวก สะท้อนจากตลาดหุ้นโลก (ดัชนี MSCI ACWI) ปรับตัวขึ้นได้ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์แรกของปี แต่เห็นสัญญาณของการหมุนเปลี่ยนกลุ่ม (Sector Rotation) จากกลุ่มเทคโนโลยี ที่ปรับตัวขึ้นมาแรงในช่วงก่อนหน้านี้ มาสู่กลุ่ม Value Play หรือ Laggard อย่างไรก็ดี เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและธีม AI ในปีนี้ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการลงทุนใน Data Center ที่เร่งตัวขึ้น เพื่อรองรับความต้องการในการประมวลผล AI ที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งด้าน AI Inference และ Training และมองว่า การที่ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แกว่งตัวออกข้างถึงพักตัวในช่วงนี้ เป็นโอกาสสำหรับการลงทุน

ในเชิงกลยุทธ์ เน้นจัดพอร์ตแบบผสมผสานทั้งกลุ่ม Growth (หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี) และ Value โดยกลุ่ม Growth นอกเหนือจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ แล้ว เรายังกระจายการลงทุนไปสู่จีนด้วย พร้อมกับกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนด้วยตราสารหนี้ โดยให้น้ำหนักกับตราสารหนี้ต่างประเทศมากกว่าตราสารหนี้ในประเทศ

ภาพรวม Asset Allocation รอบนี้ คงน้ำหนักหุ้นที่ 75% และตราสารหนี้ที่ 25% เช่นเดิม

การปรับพอร์ต

  • ตราสารหนี้ ให้น้ำหนักกับกองทุนตราสารหนี้โลกเป็นหลัก คือ กองทุน SCBINCA เพิ่มน้ำหนักจาก 13% เป็น 20% ส่วนกองทุนตราสารหนี้ SCBFP ลดน้ำหนักจาก 12% เป็น 5%
  • หุ้นต่างประเทศ ฝั่งเอเชีย ลดน้ำหนักกองทุนหุ้น Asia ex Japan คือ กองทุน SCBAXJ(A) จาก 10% เป็น 5% แล้วเพิ่มกองทุนหุ้นเทคโนโลยีจีน คือ SCBCTECHA ให้น้ำหนัก 5%

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพแสดงการปรับสัดส่วนน้ำหนักการลงทุนของพอร์ต
SCB Grow Together ที่มา: SCBAM วันที่ 22 มกราคม 2026

ดู Fund Fact Sheet กองทุนที่เพิ่มน้ำหนัก/ปรับเข้า

เริ่มสร้างแผนลงทุนกับ บลจ. ชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทยที่คุณชื่นชอบ ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
👉 สร้างแผน คลิก >>> https://finno.me/plan-select-playlists-web


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต กองทุนที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน อาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน  ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้   กองทุนที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน อาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น   กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้  (non-investment grade) หรือไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated bond) ผู้ลงทุนจึงอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากการไม่ได้รับชำระคืนเงินต้น และดอกเบี้ย  เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูลแต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด โทร 02 777 7777 สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

เศรษฐกิจโลก ปี 2026: จุดเปราะที่ซ่อนอยู่

MacroView

จุดแรก ได้แก่ การเมือง มีอิทธิพลเหนือ เศรษฐกิจ

โดย ผมมองว่า ในปี 2026 หากไม่มีอะไรที่เหนือความคาดหมายมากๆเกิดขึ้น เศรษฐกิจสหรัฐและโลกก็ยังน่าจะสามารถเติบโตได้ โดยที่ไม่เกิดเหตุการณ์ที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งทะยานแบบวิกฤตในอดีต

ทว่าความไม่แน่นอนในรอบนี้ น่าจะมาจากปัจจัยด้านการเมืองเสียมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน 2026 ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ รู้ดีว่า ประชาชนสหรัฐมีปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลังด้านค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เนื่องจากค่าจ้างก็ไม่ขึ้น หางานยาก และอัตราเงินเฟ้อในส่วนอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ที่อยู่อาศัยและการเดินทาง สูงขึ้นมาก จึงต้องออกมาตรการที่เน้นแนว Affordability อาทิ การไม่ให้บริษัทเอกชนซื้อบ้านเดี่ยว หรือ การเน้นให้บริษัทรถยนต์ในสหรัฐหันมาผลิตรถยนต์ขนาดเล็กแนวญี่ปุ่น เพื่อให้ราคาบ้านและรถยนต์ถูกลง ซึ่งมาตรการใหม่ๆ ในอนาคตจะส่งผลต่อการลงทุนในตลาดสหรัฐมากขึ้นเรื่อย ๆ

จุดสอง ได้แก่ Known Unknown Event จากฝีมือทรัมป์เอง นั่นคือ มี unknown policy จาก ทรัมป์อีกแน่ๆ แต่ไม่รู้คืออะไร? ยกตัวอย่างเช่น การที่ทรัมป์สั่งให้กระทรวงยุติธรรมออกหมายศาลจากอัยการกลางส่งไปยังประธานเฟด ถือว่าเป็นเรื่องที่หลายคนเคยได้ยินว่าทรัมป์มีแผนจะ แต่ก็ไม่มีใครกล้าฟันธงว่าจะทำจริง ๆ จึงเป็นการยากที่จะรู้ล่วงหน้าว่าทรัมป์จะทำอะไรเซอร์ไพรส์อีกเมื่อไหร่ แต่รู้ว่าทรัมป์คงจะต้องทำอะไรแปลก ๆ อีกอย่างแน่นอนในอนาคต

จุดสาม ได้แก่ หากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐในปี 2026 ออกมาสูงกว่าคาด จะทำให้เฟดอาจจำเป็นต้องส่งสัญญาณว่าจะดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัว ซึ่งจะทำให้ระดับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรอายุ 10 ปีสูงขึ้น ส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นเทคโนโลยี AI และ Big Tech แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่ทรัมป์ขึ้น Tariff เงินเฟ้อไม่ขึ้นมาก เพราะว่า หนึ่ง Importer นำเข้าดักก่อน Tariff ขึ้น สอง Importer eats tariff สาม Trump rollbacks พวก Electronics & Semiconductor ในเดือนสิงหาคม และ สี่ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาไม่สมบูรณ์เพราะรัฐบาลสหรัฐ Shut down ตั้งแต่กันยายนถึงธันวาคม

จุดสี่ คือ ปริมาณหนี้รัฐบาลสหรัฐยังคงเติบโต ซึ่งถือว่าค่อนข้างผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังดูดี หน่วยงานด้านสถิติของทางการสหรัฐ ประมาณการว่าปริมาณหนี้จะเพิ่มขึ้นถึง $3.5 ล้านล้าน ในอีก 10 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ $38 ล้านล้าน นอกจากนี้ หากรัฐบาลสหรัฐตัดสินใจแจกเงินต่อชาวสหรัฐรายละ $2,000 ซึ่งเยอะกว่าช่วงโควิดที่ $1,400 ต่อราย มีโอกาสที่จะทำให้การบริโภคและอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น

จุดที่ห้า คือ หากสังเกตุให้ดี จะพบว่าเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐเติบโตได้ดี ส่วนหลักมาจากการใช้จ่ายงบลงทุนของบริษัทหรือ Capex ที่ได้รับการขับเคลื่อนโดย AI ซึ่งหากว่าตรงนี้ ถือเป็น Late Cycle แล้ว ซึ่งดูได้จากกว่า 60% ของ data center ได้รับการสร้างโดยบริษัทที่ไม่ใช่ hyperscalar ซึ่งบริษัทพวกนี้มีสัดส่วนหนี้ต่อทุนสูงมากๆ โดยสูงกว่าช่วง dotcom bubble ในยุค 90 เสียอีก

นอกจากนี้ จุดนี้ยังไปดัน GDP สหรัฐ ให้สูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งหาปราศจากสิ่งนี้ ก็น่าคิดว่า GDP สหรัฐจะไปต่ออย่างไร โดยอาจจะกลับไปเสี่ยงต่อ Recession ได้ โดยโอกาสเกิดถือว่ามีอยู่แม้จะน้อยก็ตามที

หก โอกาสทำสงครามการค้ากับจีน พร้อมจะกระหึ่มอีกรอบในอนาคต โดยจากกรณีที่สหรัฐบุกจับนิโคลัส มาดูโร่ ผู้นำเวเนซุเอร่า น่าจะเชื่อได้ว่าทรัมป์ยังมีแผนที่จะยึดแหล่งทรัพยากรใหม่ๆ อื่นอีกทั่วโลก อาทิ กรีนแลนด์ ทำให้มีโอกาสที่จะไปขัดผลประโยชน์กับจีนในอนาคต เนื่องจากจีนได้มีการลงทุนในโครงการทรัพยากรธรรมชาติไว้อยู่ในพื้นที่สำคัญต่างๆ ทั่วโลกมาตั้งแต่หลายสิบปีที่ผ่านมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการยึดไต้หวันของจีนที่อาจจะดำเนินการเร็วขึ้นกว่าแผนการเดิม

เจ็ด เควิน วอร์ช หรือ คริส วาลเลอร์ ใครมาเป็นประธานเฟดท่านใหม่ต่อจากเจย์ พาวเวลก็ตาม ตลาดก็น่าจะเสี่ยงขึ้น? แม้ว่าทั้งคู่ ถือว่ามีความพร้อมในการเป็นประธานเฟดทั้งคู่ ทว่าด้วยการที่ผู้นำสหรัฐในปัจจุบันมีชื่อว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ทั้งคู่ ต้อง Trade off การดำเนินนโยบายการเงินระหว่างสนองความต้องการทรัมป์ที่ต้องการลดดอกเบี้ย ทว่าก็ต้องไม่สร้างความเสี่ยงต่อการทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ด้วยการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากเกินไป ผมมองว่าวาลเลอร์กับวอร์ช มีจุดที่เสี่ยงในประเด็นนี้แตกต่างกัน โดยวาลเลอร์น่าจะเต็มใจทำตามทรัมป์เพราะเชื่อในมุมมองของตนเองด้วยว่าควรลดดอกเบี้ยต่อ ทว่าสมาชิก FOMC โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มที่มาจากเฟดสาขา 3 ท่านน่าจะไม่คล้อยตาม นั่นคือ วาลเลอร์น่าจะมีข้อจำกัดในการผลักดันให้มติเฟดออกมาตามที่ใจเขาต้องการมากกว่าวอร์ช ที่มาจากสายคนนอกวงการพอสมควร น่าจะกดดันสมาชิกเฟดให้โหวตตามที่เขาต้องการได้มากกว่าวาลเลอร์ อย่างไรก็ดี วอร์ชอาจจะไม่รับ order จากทรัมป์แบบเข้มข้นมากนัก

แปด ได้แก่ การที่บรรดาบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐ เร่งลงทุนใน Infrastructure ของ AI ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ ชิป และพลังงาน ทำให้ลำพังการใช้เงินสดในบริษัทอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความต้องการ จำเป็นต้องสร้างหนี้เพิ่มเติม ซึ่งหนทางที่ดีที่สุดคือการออกตราสารหนี้เป็น Private credit ให้กับนักลงทุนและแบงก์ รวมถึงในส่วน Private equity ที่ขายตรงต่อนักลงทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนายจ้างจ่ายสมทบด้วย นอกจากนี้ ในยุคของทรัมป์  มีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในวงการ Crypto และ Stablecoin ให้สามารถออกได้ง่ายลง ซึ่งก่อความเสี่ยงต่อระบบการเงินมากขึ้นเป็นอย่างมาก

เก้า ได้แก่ ความไม่แน่นอนจากปัจจัยเกี่ยวกับคำตัดสินจากฝ่ายตุลาการสหรัฐ อาทิ การตัดสินของ Supreme Court ไม่ว่าจะเป็นกรณี Tariff ของทรัมป์ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมาย และกรณีสมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ ลิซ่า คุก ว่าทรัมป์มีอำนาจในการปลดออกจากตำแหน่งหรือไม่ รวมถึงบทถัดไปสำหรับการออกหมายศาลจากอัยการสหรัฐต่อประธานเฟด เจย์ พาวเวล กรณีใช้งบประมาณซ่อมแซมอาคารเฟดมากกว่าที่เสนอไว้ตามคำให้การต่อสภาฯของพาวเวลเมื่อกลางปีนี้

ดร. บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ, CFP

MacroView, macroviewblog.com

ทรัมป์ถอยภาษี แลกดีลกรีนแลนด์ ปูทางสหรัฐฯ คุม Rare Earth และ Golden Dome

Finnomena Funds
ทรัมป์ถอยภาษี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าสหรัฐฯ และ NATO ได้ “กรอบของข้อตกลงในอนาคต” เกี่ยวกับกรีนแลนด์และภูมิภาคอาร์กติก หลังการหารือกับมาร์ก รุตเต เลขาธิการ NATO ที่ดาวอส พร้อมประกาศยกเลิกแผนขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศยุโรปที่เคยคัดค้านแนวคิดการให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมกรีนแลนด์

ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่าเป็นการประชุมที่ “คืบหน้าอย่างมาก” และหากข้อตกลงสำเร็จ จะเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ และชาติสมาชิก NATO ทั้งหมด โดยจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อการเจรจาเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ เขามอบหมายให้รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ และผู้แทนพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ รายงานความคืบหน้าโดยตรงถึงเขา

ด้านเนื้อหาข้อตกลง ทรัมป์ยังไม่ยืนยันว่าจะหมายถึง “ความเป็นเจ้าของ” กรีนแลนด์หรือไม่ แต่ให้สัญญาณว่าอาจครอบคลุมสิทธิในแหล่งแร่หายาก (Rare Earth) และการมีส่วนร่วมในโครงการป้องกันขีปนาวุธ “Golden Dome” ซึ่งสหรัฐฯ มองว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงระยะยาว โดยทรัมป์ย้ำว่าเป็น “ดีลระยะยาวมาก” และอาจยาวนาน “ตลอดไป”

ฝั่งเดนมาร์กตอบรับเชิงบวกมากขึ้น รัฐมนตรีต่างประเทศ ลาร์ส เลิกเกอ ราสมุสเซน ระบุว่า “วันนี้จบลงด้วยทิศทางที่ดีกว่าตอนเริ่ม” พร้อมย้ำเส้นแดงเรื่องอธิปไตยและสิทธิการกำหนดอนาคตของชาวกรีนแลนด์ แต่เปิดทางหารือเพื่อคลายกังวลด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ในอาร์กติก

ความตึงเครียดก่อนหน้านี้เกิดจากการที่ทรัมป์ใช้ภาษีเป็นเครื่องมือกดดัน โดยขู่เก็บภาษีนำเข้ากับ 8 ประเทศยุโรปและสหราชอาณาจักร เริ่ม 10% และเพิ่มเป็น 25% หากไม่ยอมเจรจาเรื่องกรีนแลนด์ การประกาศถอยภาษีครั้งนี้จึงช่วยลดแรงปะทะในความสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติกที่เสี่ยงแตกหัก

ตลาดตอบรับทันที หุ้นสหรัฐฯ ฟื้นแรงหลังทรัมป์โพสต์ข่าวดังกล่าว โดยก่อนหน้าแรงกดดันจากประเด็นกรีนแลนด์เคยฉุดตลาดลงแรง ขณะที่ความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงหนุนราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่ สะท้อนว่าความเสี่ยงเชิงกติกายังไม่หายไปทั้งหมด

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ

ASP-DEFENSE เป็นกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ ลงทุนผ่านกองทุนหลัก MUNDI STOXX EUROPE DEFENSE UCITS ETF ACC และ VanEck Defense UCITS ETF

โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคง เช่น อากาศยาน เทคโนโลยีทางการทหาร เทคโนโลยีความมั่นคง ระบบไซเบอร์เพื่อความมั่นคง การสื่อสารดาวเทียม การสื่อสารทางการทหาร หรืออุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (Supply Chain) เป็นต้น


อ้างอิง: BBC

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

อายุ 45 เพิ่งคิดเรื่องเกษียณ ทำยังไงให้มีเงิน 10 ล้าน ทันใน 15 ปี?

Finnomena Funds
อายุ 45 เพิ่งคิดเรื่องเกษียณ ทำยังไงให้มีเงิน 10 ล้าน ทันใน 15 ปี?

หลายคนเพิ่งเริ่มคิดเรื่องเกษียณตอนอายุ 45 แล้วอยากมีเงินไว้ใช้สบาย ๆ ตอนอายุ 60 สัก 10 ล้านบาท คำถามคือต้องเก็บเงินเดือนละเท่าไรถึงจะพอ?

พอร์ต All Weather Strategy โดย Andrew Stotz นักวิเคราะห์การลงทุนชั้นนำ ร่วมกับ Finnomena Funds ใช้ FVMR Framework ในการวิเคราะห์การลงทุน มุ่งหวังเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ดูรายละเอียดและลองสร้างแผนได้ที่ https://finno.me/plan-guruport-aws-ws

คำนวณตัวอย่างมาให้ ตามเงื่อนไข ดังนี้

  • อายุปัจจุบัน: 45 ปี
  • อายุเกษียณ: 60 ปี (เหลือเวลา 15 ปี หรือ 180 เดือน)
  • เงินเป้าหมาย (Future Value) = 10,000,000 บาท
  • ลงทุนแบบ DCA รายเดือน + ดอกเบี้ยทบต้นรายเดือน

 

คำนวณด้วยสูตร Future Value of Annuity

FV = P * [((1 + r)^n – 1) / r]
(FV = เงินเป้าหมายในอนาคต, P = เงินออมต่อเดือน, r = อัตราผลตอบแทนต่อเดือน, n = จำนวนเดือน)

ผลตอบแทนที่คาดหวัง 3% ต่อปี (เสี่ยงต่ำ)

  • ต้องลงทุนต่อเดือน: ประมาณ 44,300 บาท
  • ครบ 15 ปี คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท

ผลตอบแทนที่คาดหวัง 5% ต่อปี (เสี่ยงกลาง)

  • ต้องลงทุนต่อเดือน: ประมาณ 38,000 บาท
  • ครบ 15 ปี คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท

ผลตอบแทนที่คาดหวัง 7% ต่อปี (เสี่ยงสูง)

  • ต้องลงทุนต่อเดือน: ประมาณ 31,000 บาท
  • ครบ 15 ปี คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท

 

อายุ 45 เพิ่งคิดเรื่องเกษียณ ทำยังไงให้มีเงิน 10 ล้าน ทันใน 15 ปี?

หมายเหตุ: การคำนวณนี้เป็นการประมาณการ โดยไม่มีการถอนเงินออกจนกว่าจะครบระยะเวลาลงทุน 15 ปี และไม่นับรวมปัจจัยอื่นที่อาจทำให้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

วางแผนเกษียณ ไม่หวั่นทุกสภาวะตลาดด้วย พอร์ต All Weather Strategy

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาการลงทุนเพื่อวางแผนเกษียณ พอร์ต All Weather Strategy (AWS) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นพอร์ตการลงทุนที่ทางทีมงานของ Dr. Andrew Stotz นักวิเคราะห์การลงทุนชั้นนำ จับมือร่วมกับ Finnomena Funds สรรค์สร้างขึ้นมา โดยพอร์ต AWS มุ่งหวังที่จะเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ และทองคำ ใช้โมเดล FVMR Framework เป็นกลยุทธ์ในการลงทุน พร้อมแนวทางบริหารความเสี่ยงอย่างมีระบบ  มีเป้าหมายในการกระจายความเสี่ยงให้พร้อมลุยทุกสภาวะตลาด (All Weather)

จุดเด่นพอร์ต All Weather Strategy

  • ใช้ FVMR Framework เป็นกลยุทธ์ในการลงทุน ซึ่งประกอบไปด้วย Fundamental (พื้นฐานของสินทรัพย์), Valuation (มูลค่าของสินทรัพย์), Momentum (โมเมนตัมของสินทรัพย์) และ Risk (ความเสี่ยง)
  • กระจายการลงทุนไปทั่วโลก ไม่จำกัดเพียงแค่ในประเทศไทย
  • มีการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์หลายประเภท ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ และทองคำ เพื่อช่วยลดความผันผวน พร้อมเฟ้นหาโอกาสลงทุนใหม่ ๆ ตามสภาวะตลาดอยู่เสมอเพื่อให้ผลตอบแทนเติบโตอย่างสม่ำเสมอ
  • สร้างผลตอบแทนระยะยาวจากหุ้น พร้อมลดความผันผวนของพอร์ตในช่วงที่ตลาดหุ้นพักฐาน
  • ใช้หลักการวิเคราะห์ทั้งเชิงประมาณ (Quantitative) ที่ใช้สูตรและโมเดลทางคณิตศาสตร์ และเชิงคุณภาพ (Qualitative) ที่ใช้ประสบการณ์และความรู้ของทีมงาน เพื่อให้ได้พอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด
  • ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 500,000 บาท และไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการจัดพอร์ตลงทุน

All Weather Strategy เหมาะกับใคร?

  • คนที่ต้องการให้เงินเติบโตไม่เน้นปันผล
  • คนที่ต้องการการลงทุนที่ยืดหยุ่น ปรับพอร์ตตามสถานการณ์เสมอ
  • คนที่มีเงินลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ 500,000 บาท
  • คนที่พร้อมลงทุนระยะกลาง 3 ปีขึ้นไป

สำหรับลูกค้าที่ลงทุนใน All Weather Strategy สามารถดูพอร์ตการลงทุนได้ตามช่องทางนี้

ผ่านมือถือ/Tablet >> แอปฯ Finnomena
ผ่านคอมพิวเตอร์ >>  เว็บไซต์ Finnomena

สามารถติดตามมุมมองการลงทุนรายละเอียดการปรับพอร์ตอย่างใกล้ชิดได้ที่
https://www.finnomena.com/tag/guruport-aws/

**All Weather Strategy พอร์ตกองทุนรวมจัดโดย A. Stotz Investment Research ซึ่งจะช่วยให้เราได้ผลตอบแทนจากหุ้นในระยะยาว ในขณะที่ลดความรุนแรงของการขาดทุนในช่วงภาวะตลาดขาลง หากสนใจสร้างแผนการลงทุน สามารถคลิกที่นี่ https://finno.me/plan-guruport-aws-ws หรือแบนเนอร์ข้างล่างได้เลย


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน  | ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

แผนการลงทุน Investment Call แจ้งเตือนทุกจังหวะสำคัญ เพื่อช่วยให้คุณติดตามจังหวะการลงทุนได้สะดวกขึ้น

Finnomena Funds
แผนการลงทุน Investment Call

Highlight


ติดตามคำแนะนำ ซื้อ–ถือ–ขาย ก่อนใคร
ค้นหาโอกาสการลงทุนผ่าน Opportunity Hub
และเริ่มลงทุนผ่านแผน Investment Call ได้แล้ววันนี้
https://finno.me/opp-hub-ws

หลายคนลงทุนตามคำแนะนำบนกลยุทธ์ต่าง ๆ บน Finnomena ไม่ว่าจะเป็น FundTalk Call ที่เน้นมุมมองเชิงกลยุทธ์แบบสวนกระแส, Mr.Messenger Call ที่จับจังหวะตามเทรนด์ตลาดขาขึ้น หรือ MEVT Call ที่โฟกัสการลงทุนระยะกลางถึงยาวในสินทรัพย์คุณภาพดี 

แต่บางครั้งจังหวะสำคัญของการลงทุนอาจเกิดขึ้นในวันที่เราไม่ได้เปิดแอป ยุ่งจนไม่มีเวลาติดตามข่าวสารบนช่องทางต่าง ๆ ของ Fnnomena ทำให้อาจพลาดจังหวะการลงทุนทั้งสัญญาณ Take Profit หรือ Stop Loss ตลอดจนคำแนะนำเมื่อตลาดมีความผันผวน

แผนการลงทุน Investment Call ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณรู้ทันทุกจังหวะสำคัญ และตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Investment Call คืออะไร ?

แผนการลงทุน Investment Call

Investment Call คือ แผนการลงทุนบน Finnomena ที่แจ้งเตือนสำหรับนักลงทุนที่ใส่ใจทุกจังหวะการลงทุน โดยลงทุนตามคำแนะนำของ Investment Call ได้แก่ FundTalk Call, Mr.Messenger Call, MEVT Call, Private Call รวมทั้งคำแนะนำกองทุนลดหย่อนภาษีสุดพิเศษ

ระบบจะส่งการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ผ่าน Email, LINE Official Account และ Notification บนแอป Finnomena เมื่อผู้นำการลงทุน (Leader) ที่คุณติดตาม มีการเปลี่ยนสถานะการลงทุน เช่น

  • แนะนำซื้อเพิ่ม
  • แนะนำถือต่อ
  • แนะนำขายทำกำไร (Take Profit)
  • แนะนำขายตัดขาดทุน (Stop Loss)
  • เมื่อมีมุมมองการลงทุนใหม่ 

ช่วยให้คุณเข้าถึงโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกัน ระบบจะไม่ทำการซื้อ–ขายแทนคุณ นักลงทุนยังคงเป็นผู้ตัดสินใจและกดคำสั่งด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะระบบทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแจ้งเตือน เพื่อให้คุณไม่พลาดจังหวะการลงทุนเท่านั้น

ตัวช่วยที่ทำให้ไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญ

แทนที่จะต้องคอยเช็กข่าวหรือเปิดดูพอร์ตตลอดเวลา ระบบจะช่วยแจ้งให้คุณรู้ทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะการลงทุนที่สำคัญ ไม่ว่าจะ “ซื้อ-ถือ-ขาย” ทำให้

  • ไม่พลาดจังหวะเข้าลงทุน หรือขายทำกำไร
  • ไม่ปล่อยให้ความเสี่ยงลุกลามโดยไม่รู้ตัว
  • ไม่ต้องเดาทิศทางตลาดเอง ลดภาระการตัดสินใจ

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องมือช่วยติดตามข้อมูลการลงทุน

วิธีเปิดใช้งาน Investment Call

ขั้นตอนการเปิดแผนการลงทุน Investment Call

  1. ค้นหาโอกาสการลงทุนที่สนใจและเลือกกองทุนที่ต้องการ 
  2. เลือกลงทุนผ่านแผนการลงทุน Investment Call
  3. สร้างแผนการลงทุน พร้อมอ่านและยอมรับข้อกำหนด เงื่อนไข และข้อตกลงในการสร้างแผน
  4. เมื่อทำครบถ้วน ระบบจะแสดงสถานะว่าเปิดแผนการลงทุนเรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนการส่งคำสั่งซื้อ

  1. เข้าสู่หน้ากองทุนที่เลือกไว้ และเพิ่มจำนวนเงินที่ต้องการลงทุน 
  2. ส่งรายการคำสั่ง และทำการตรวจสอบความถูกต้อง 
  3. ยืนยันตัวตนผ่านระบบความปลอดภัย ได้แก่ การยืนยันข้อกำหนด, รหัส OTP และรหัส PIN
  4. เมื่อเสร็จสิ้น ระบบจะแจ้งว่าส่งรายการคำสั่งสำเร็จ

การติดตามสถานะ

  • ติดตามสถานะการลงทุนได้โดยตรงในเมนูแผนการลงทุน Investment Call 
  • ตรวจสอบคำแนะนำการลงทุนของกองทุนนั้น ๆ พร้อมดูสถานะการ “Call” (เช่น การแนะนำให้ซื้อ-ขาย หรือถือต่อ)
  • สามารถเลือก Filter เพื่อดูคำแนะนำการลงทุนแบ่งตาม Leader แต่ละท่านได้

ระบบการแจ้งเตือน

  • หลังเปิดแผนจะมีการแจ้งเตือนผ่าน Line เพื่อแนะนำโอกาสการลงทุน (ทันที) และอธิบายขั้นตอนการลงทุน
  • เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะ Call คุณจะได้รับแจ้งเตือนเมื่อมุมมองการลงทุนเปลี่ยนไปผ่าน 3 ช่องทางหลักคือ Push Notification บนแอปพลิเคชัน, Line Notification และ Email Notification
  • คุณสามารถคลิกจากการแจ้งเตือนเพื่อเข้าไปดูรายละเอียดสถานะและมุมมองการลงทุนในปัจจุบันได้ทันที

ติดตามคำแนะนำ ซื้อ–ถือ–ขาย ก่อนใคร
ค้นหาโอกาสการลงทุนผ่าน Opportunity Hub
และเริ่มลงทุนผ่านแผน Investment Call ได้แล้ววันนี้
https://finno.me/opp-hub-ws

*เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์บริการเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล และไม่สามารถรับประกันผลการลงทุนได้


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00 -17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @Finnomenaport

‘เรย์ ดาลิโอ’ เตือนโลกกำลังก้าวสู่ ‘สงครามเงินทุน’ หลังทรัมป์ประกาศ “ไม่มีทางถอย” กรีนแลนด์

Finnomena Funds

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศชัดว่า “ไม่มีทางถอย” จากเป้าหมายการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก แม้ต้องเผชิญแรงต้านจากยุโรปและพันธมิตร NATO พร้อมส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ พร้อมใช้ทั้งอำนาจการเมือง ความมั่นคง และมาตรการทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือกดดัน

ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ระบุว่า กรีนแลนด์ “มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติและความมั่นคงของโลก” และ “ไม่มีทางย้อนกลับได้” พร้อมเผยแพร่ภาพจำลองจาก AI ที่แสดงตนเองถือธงสหรัฐฯ บนเกาะกรีนแลนด์ ตอกย้ำว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เพียงวาทกรรม แต่เป็นหมากเชิงยุทธศาสตร์ที่วอชิงตันตั้งใจเดินจริง

แม้ภายหลังทรัมป์จะพยายามลดระดับความตึงเครียด โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ และ NATO “น่าจะหาทางออกที่ทุกฝ่ายพอใจได้” บนเวที World Economic Forum ที่ดาวอส แต่ท่าทีแข็งกร้าวก่อนหน้านั้นได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปแล้ว ทั้งในมิติความมั่นคงและการค้า

Ray Dalio เตือน โลกกำลังก้าวสู่ ‘สงครามเงินทุน’

ท่ามกลางความตึงเครียดดังกล่าว Ray Dalio มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates ออกมาเตือนว่า โลกการเงินอาจกำลังก้าวเข้าสู่ระยะอันตราย เมื่อความขัดแย้งทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์เริ่มลุกลามไปสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า “สงครามเงินทุน” (Capital Wars)

Dalio ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าสงครามภาษี คือความเสี่ยงที่ประเทศต่าง ๆ ซึ่งถือครองเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวนมาก อาจเริ่มตั้งคำถามต่อการสนับสนุนการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ หากความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายของวอชิงตันสั่นคลอน

เขาชี้ว่า สหรัฐฯ ยังคงต้องออกตราสารหนี้จำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝั่งผู้ให้เงินกู้และฝั่งผู้ต้องการเงินทุนเริ่ม “ไม่ไว้วางใจกัน” มากขึ้น หากความเชื่อมั่นอ่อนแรงลงแม้เพียงด้านเดียว ระบบการเงินโลกอาจเริ่มเกิดรอยร้าว

เมื่อคุณมองลึกกว่าสงครามการค้า คุณจะเห็นว่ายังมีสงครามเงินทุนซ่อนอยู่” Dalio กล่าว พร้อมเตือนว่า ในช่วงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้แต่ประเทศพันธมิตรก็ไม่อยากถือหนี้ของกันและกัน และมักหันไปหาสินทรัพย์ที่เป็น ‘Hard Money’ แทน

คำเตือนของ Dalio สอดคล้องกับพฤติกรรมตลาดล่าสุด หลังตลาดหุ้นผันผวนหนัก และราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในยุคทรัมป์อาจไม่จบแค่ภาษี แต่กำลังคืบคลานเข้าสู่แกนกลางของระบบการเงินโลก

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นเหมืองทองและโลหะเงิน

  • A-RING เป็นกองทุนหุ้นเหมืองทองคำที่มีคอนเซ็ปต์การลงทุนแบบ Passive Global Thematic ขุดความมั่งคั่งไปกับธีมเหมืองทอง Pure-play Gold Miners กองทุนแรกในไทย โดยมีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares MSCI Global Gold Miners ETF (RING) ซึ่งเป็น Passive ETF มุ่งสร้างผลตอบแทนล้อไปกับดัชนี MSCI ACWI Select Gold Miners Investable Market Index
  • A-SLVP เป็นกองทุนหุ้นเหมืองโลหะเงิน มีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares MSCI Global Silver and Metals Miners ETF (SLVP) ซึ่งเป็น Passive ETF บริหารจัดการโดย BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนล้อไปกับดัชนี MSCI ACWI Select Silver Miners Investable Market Index

อ้างอิง: Reuters, CNBC

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ทรัมป์เหน็บอังกฤษ “โง่ยิ่งนัก” หลังยกหมู่เกาะยุทธศาสตร์ให้ชาติอื่น อ้าง “นี่แหละเหตุผล สหรัฐฯ ต้องได้กรีนแลนด์”

Finnomena Funds
ทรัมป์ด่าอังกฤษ

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกตะวันตกปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิพากษ์รัฐบาลสหราชอาณาจักรอย่างรุนแรง จากกรณีการโอนอธิปไตยเหนือ “หมู่เกาะชาโกส” (Chagos Islands) ให้กับประเทศมอริเชียส 

โดยทรัมป์เรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็น “ความโง่เขลาอย่างยิ่ง” และเป็นสัญญาณของความอ่อนแอ ในสายตาของจีนและรัสเซีย

ทรัมป์ด่าอังกฤษ

Source: Truth Social as of 20/01/26

ประเด็นหมู่เกาะชาโกสกลายเป็นชนวนสำคัญ หลังรัฐบาลอังกฤษตกลงที่จะโอนอำนาจอธิปไตยของหมู่เกาะดังกล่าวให้กับมอริเชียส แม้พื้นที่นี้จะเป็นที่ตั้งของฐานทัพดิเอโกการ์เซีย (Diego Garcia) ซึ่งเป็นฐานทัพร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอังกฤษที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ระดับโลก โดยอังกฤษเลือกใช้แนวทาง “เช่าฐานทัพต่อ” ด้วยค่าเช่าราว 101 ล้านปอนด์ต่อปี

ในสายตาของทรัมป์ การยอมยกดินแดนที่มีฐานทัพสำคัญให้ประเทศอื่น แม้จะยังคงสิทธิการใช้งานฐานทัพไว้ ถือเป็นการส่งสัญญาณผิดพลาดอย่างร้ายแรง เขาระบุว่าการตัดสินใจลักษณะนี้ทำให้ฝ่ายตรงข้ามของตะวันตกมองเห็นช่องโหว่ด้านความมั่นคง และอาจบ่อนทำลายอิทธิพลของสหรัฐฯ ในระยะยาว

ทรัมป์ยังเชื่อมโยงกรณีหมู่เกาะชาโกสเข้ากับความพยายามของเขาในการ “ซื้อกรีนแลนด์” จากเดนมาร์ก โดยยกเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติเป็นหัวใจหลัก เขามองว่าบทเรียนจากอังกฤษสะท้อนให้เห็นว่า การปล่อยให้ดินแดนยุทธศาสตร์หลุดมือ คือความเสี่ยงที่สหรัฐฯ ไม่ควรทำซ้ำ 

แม้ผู้นำยุโรปและรัฐบาลกรีนแลนด์จะยืนยันหนักแน่นว่าเกาะแห่งนี้ “ไม่ได้มีไว้ขาย” แต่ทรัมป์ก็ยังไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ของการใช้กำลังทางทหาร หากมองว่าความมั่นคงของสหรัฐฯ ถูกคุกคาม

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเดินเกมกดดันพันธมิตรด้วยอาวุธถนัดอย่าง “ภาษีนำเข้า” โดยมีการขู่เก็บภาษีไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสสูงถึง 200% หลังประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ปฏิเสธเข้าร่วม “คณะกรรมการสันติภาพ” ในประเด็นกาซา รวมถึงขู่ขึ้นภาษีกับ 8 ประเทศสมาชิก NATO ที่ขัดขวางแนวคิดเรื่องกรีนแลนด์ เริ่มตั้งแต่ 10% และอาจไต่ระดับเป็น 25% ในช่วงกลางปี

ด้านสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ พยายามประคองความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น โดยยืนยันว่าชะตากรรมของกรีนแลนด์ควรเป็นการตัดสินใจของประชาชนกรีนแลนด์และเดนมาร์กเท่านั้น พร้อมส่งสัญญาณถึงทรัมป์โดยตรงว่า การขู่ใช้ภาษีกับพันธมิตร NATO เป็นแนวทางที่ผิดพลาด และอาจสร้างรอยร้าวมากกว่าทางออก

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ

ASP-DEFENSE เป็นกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ ลงทุนผ่านกองทุนหลัก MUNDI STOXX EUROPE DEFENSE UCITS ETF ACC และ VanEck Defense UCITS ETF

โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคง เช่น อากาศยาน เทคโนโลยีทางการทหาร เทคโนโลยีความมั่นคง ระบบไซเบอร์เพื่อความมั่นคง การสื่อสารดาวเทียม การสื่อสารทางการทหาร หรืออุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (Supply Chain) เป็นต้น


อ้างอิง: CNBC

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT

Dynamic Contrarian Portfolio: ปรับพอร์ตสู่สินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นปันผล รับวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่

Jet - The Contrarian Investor
DCM Dynamic Contrarian Portfolio

พอร์ตการลงทุนย่อ-ซื้อ ขึ้น-ขาย สไตล์ FundTalk The Contrarian แนะนำลดสัดส่วน TUSREIT และเพิ่มน้ำหนัก TISCOHD-A 20% และ ลดสัดส่วน PRINCIPAL VNEQ-A และเพิ่ม SCBCOMP 5%

DCM

สนใจลงทุน Dynamic Contrarian Model Portfolio
คลิกเลย


แนะนำขายกองทุน TUSREIT

FundTalk ประเมินว่ากลุ่ม US REITs ได้รับอานิสงส์จากธีมดอกเบี้ยขาลงไปมากแล้ว ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นมาเร็วและ Valuation เริ่มสะท้อนข่าวดีไปพอสมควร ในระยะถัดไป ความผันผวนของ Bond Yield และต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจจำกัด Upside ของ REITs เมื่อเทียบกับสินทรัพย์เชิงรุกที่อยู่ต้นวัฏจักร

FundTalk จึงแนะนำ ขายกองทุน TUSREIT เพื่อทำกำไรและปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับธีมการลงทุนรอบใหม่

แนะนำซื้อกองทุน SCBCOMP

Source: Finnomena Funds, Tradingview as of 20/01/2026

FundTalk มองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงต้นของ Commodities Supercycle จากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และ Supply ที่ตึงตัวในหลายสินค้าข้อมูลจาก LSEG สะท้อนว่านักลงทุนยังมีสัดส่วนการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ต่ำกว่าระดับในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ Upside ในระยะกลางถึงยาวยังเปิดกว้าง 

Source: Finnomena Funds, Trading economics as of 20/01/2026

ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภท เช่น พลังงาน โลหะ และเกษตร เริ่มฟื้นตัวสอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกและวัฏจักรการเงินที่กำลังผ่อนคลาย FundTalk จึงแนะนำ ซื้อกองทุน SCBCOMP เพื่อเพิ่มน้ำหนักในธีมสินค้าโภคภัณฑ์โลก

กองทุน SCBCOMP ลงทุนอิงสินค้าโภคภัณฑ์โลก โดยมี กองทุนหลัก (Master Fund) คือ PIMCO Commodity Real Return Strategy Fund ซึ่งบริหารการลงทุนโดยอิง Bloomberg Commodity Index และใช้กลยุทธ์บริหารเชิงรุกผ่าน Futures และ Inflation-linked Instruments เพื่อรักษากำลังซื้อในระยะยาว

ภาพรวมกองทุน SCBCOMP

Source: Finnomena Funds, SCBAM as of 30/11/2025

แนะนำซื้อกองทุน TISCOHD-A

FundTalk มองว่าตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในช่วงปลายของการปรับฐานเชิงโครงสร้าง โดยแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น ดอกเบี้ยโลกที่อยู่ในระดับสูง และกระแสเงินทุนไหลออก ได้สะท้อนเข้ามาในราคาหุ้นไปมากแล้ว ส่งผลให้ Valuation ของตลาดหุ้นไทยอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 20/01/2026

ในเชิงโครงสร้าง หุ้นไทยมีจุดแข็งด้านกระแสเงินสดและอัตราการจ่ายปันผลที่สูง โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคาร พลังงาน และสื่อสาร ซึ่งช่วยจำกัด Downside ของพอร์ตในภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป และทำให้หุ้นปันผลสูงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงเปลี่ยนผ่านของวัฏจักรการลงทุน

กองทุน TISCOHD-A เป็นกองทุนหุ้นไทยที่เน้นลงทุนในหุ้นปันผลสูง ซึ่งบริหารโดยทีม TISCO Asset Management และมีวินัยการลงทุนที่ชัดเจนในการคัดเลือกหุ้นที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ความสามารถในการทำกำไรสม่ำเสมอ นอกจากนั้น โครงสร้างพอร์ตของ TISCOHD-A มีความโดดเด่นตรงที่ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ คิดเป็นประมาณ 25% ของพอร์ต โดยกระจุกตัวในกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์  ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก 

ภาพรวมหุ้นกลุ่ม Commodities ในไทย

Source: Finnomena Funds, Tradingview as of 20/01/2026

ภาพรวมกองทุน TISCOHD-A

Source: Finnomena Funds, TISCOAM Holdings as of 31/12/2025

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลัง TISCOHD-A เป็นหนึ่งในกองทุนหุ้นไทยที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นในระยะยาวทั้งช่วง 1 ปี, 5 ปี และ 10 ปี สะท้อนถึงคุณภาพของกระบวนการคัดเลือกหุ้นและการบริหารพอร์ตที่มีวินัย

Source: Finnomena Funds as of 20/01/2026


Dynamic Contrarian Model Portfolio แนะนำขาย TUSREIT ลงทุน TISCOHD-A ลดสัดส่วน PRINCIPAL VNEQ-A และเพิ่ม SCBCOMP

Source: Finnomena Funds as of 20/01/2026

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา FundTalk ได้ปรับพอร์ต DCM โดย ลดสัดส่วน TUSREIT และเพิ่มน้ำหนัก TISCOHD-A 20% และ ลดสัดส่วน PRINCIPAL VNEQ-A และเพิ่ม SCBCOMP 5%

  • หุ้นตลาดเกิดใหม่ TEMXCH สัดส่วน 20%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ SCBCOMP สัดส่วน 15%
  • หุ้นเหมืองทองคำ A-RING สัดส่วน 15%
  • หุ้นเวียดนาม PRINCIPAL VNEQ-A สัดส่วน 10%
  • หุ้นเทคโนโลยีจีน KFCHINA-T10PLUS-A สัดส่วน 20%
  • หุ้นไทยปันผลสูง TISCOHD-A สัดส่วน 20%

สนใจลงทุน Dynamic Contrarian Model Portfolio
คลิกเลย

จัดทำโดยบลป.เดฟินิท (Definit) สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน


ปรับพอร์ตอัตโนมัติ Automatic Allocation

อย่าลืมเปิดฟังก์ชันปรับพอร์ตอัตโนมัติ! Automatic Allocation ช่วยบริหารพอร์ตตามสภาวะตลาด สะดวก ใช้งานง่าย ให้คุณปรับสมดุลพอร์ตอยู่ในสถานะที่เหมาะสมอยู่เสมอ

สามารถเปิดใช้ Automatic Allocation ได้แล้ววันนี้ที่พอร์ตการลงทุนของคุณ หรือดูวิธีการได้ที่ Finnomena Funds Automatic Allocation


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

[Update 2026] เปิดลิสต์ DR หุ้นนอก สรุปครบทุกตัว ซื้อขายได้ในไทย แถมปลอดภาษีกำไร!

Definit

รวมรายชื่อ DR หุ้นนอกที่ซื้อขายได้ในตลาดหุ้นไทย สรุปข้อมูลธุรกิจครบทุกตัว พร้อมแนะนำเปิดพอร์ต DR ลงทุนหุ้นต่างประเทศง่าย ๆ กับ Definit Global Select 

Table of Contents


หลายคนอยากลงทุนในหุ้นระดับโลก เช่น Apple, Tesla, Microsoft หรือแม้แต่หุ้นอินเดีย หุ้นเวียดนาม แต่ติดปัญหาเดิม ๆ เช่น ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศ ขั้นตอนซับซ้อน กังวลภาษีและค่าธรรมเนียม

วันนี้เราไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลอีกต่อไป เพราะ DR (Depositary Receipt) คือตราสารที่ช่วยให้เราลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้ ผ่านตลาดหุ้นไทย ซื้อขายเป็นเงินบาทได้เลย แถมยังยกเว้นภาษีกำไรจากการขาย (Capital Gain) อีกด้วย

DR จึงกลายเป็น “ทางลัด” สำหรับนักลงทุนไทย ที่ต้องการเปิดประตูสู่หุ้นระดับโลก ง่ายกว่า ถูกกว่า และใกล้กว่าที่เคย

สรุปรายชื่อ DR ครบทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์ไทย (ข้อมูลจาก SET ณ วันที่ 19 ม.ค. 2026)

A

AAPL01 – อ้างอิงหุ้น Apple Inc. บริษัทเทคโนโลยีผู้พัฒนา iPhone, Mac, iPad และบริการดิจิทัล

AAPL03 – อ้างอิงหุ้น Apple Inc. บริษัทเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ครบวงจร

AAPL80 – อ้างอิงหุ้น Apple Inc. บริษัทเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ครบวงจร

ABBV19 – อ้างอิงหุ้น AbbVie Inc. บริษัทยาชั้นนำ เน้นยาชีววัตถุและโรคเฉพาะทาง

ADBE03 – อ้างอิงหุ้น Adobe Inc. ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ครีเอทีฟและเอกสารดิจิทัล

ADBE06 – อ้างอิงหุ้น Adobe Inc. ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ครีเอทีฟและเอกสารดิจิทัล

ADVANT19 – อ้างอิงหุ้น Advantest Corp ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบเซมิคอนดักเตอร์

ADVANT23 – อ้างอิงหุ้น Advantest Corp ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบเซมิคอนดักเตอร์

AIA06 – อ้างอิงหุ้น AIA Group บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในเอเชีย

AIA19 – อ้างอิงหุ้น AIA Group บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในเอเชีย

AIA23 – อ้างอิงหุ้น AIA Group บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในเอเชีย

AMD80 – อ้างอิงหุ้น Advanced Micro Devices ผู้ผลิตชิปประมวลผลและกราฟิก

AMZN01 – อ้างอิงหุ้น Amazon.com Inc ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ (AWS)

AMZN06 – อ้างอิงหุ้น Amazon.com Inc ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ (AWS)

AMZN80 – อ้างอิงหุ้น Amazon.com Inc ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ (AWS)

ANTA13 – อ้างอิงหุ้น Anta Sports Products ผู้ผลิตสินค้าเครื่องกีฬาและไลฟ์สไตล์

ANTA23 – อ้างอิงหุ้น Anta Sports Products ผู้ผลิตสินค้าเครื่องกีฬาและไลฟ์สไตล์

ASEMI24 – อ้างอิง ETF กลุ่มเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชีย

ASML01 – อ้างอิงหุ้น ASML Holding ผู้ผลิตเครื่อง EUV สำหรับอุตสาหกรรมชิป

AVGO80 – อ้างอิงหุ้น Broadcom Inc ผู้พัฒนาเซมิคอนดักเตอร์และโซลูชันเครือข่าย

B

BABA01 – อ้างอิงหุ้น Alibaba Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ในจีน

BABA06 – อ้างอิงหุ้น Alibaba Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ในจีน

BABA13 – อ้างอิงหุ้น Alibaba Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ในจีน

BABA23 – อ้างอิงหุ้น Alibaba Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ในจีน

BABA80 – อ้างอิงหุ้น Alibaba Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ในจีน

BAC03 – อ้างอิงหุ้น Bank of America ธนาคารพาณิชย์และวาณิชธนกิจสหรัฐ

BDX06 – อ้างอิงหุ้น Becton Dickinson ผู้ผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์

BIDU01 – อ้างอิงหุ้น Baidu Inc บริษัทเทคโนโลยี เสิร์ชเอนจิน และ AI

BIDU06 – อ้างอิงหุ้น Baidu Inc บริษัทเทคโนโลยี เสิร์ชเอนจิน และ AI

BIDU23 – อ้างอิงหุ้น Baidu Inc บริษัทเทคโนโลยี เสิร์ชเอนจิน และ AI

BIDU80 – อ้างอิงหุ้น Baidu Inc บริษัทเทคโนโลยี เสิร์ชเอนจิน และ AI

BILIBILI01 – อ้างอิงหุ้น Bilibili Inc แพลตฟอร์มวิดีโอและคอนเทนต์ออนไลน์

BKNG03 – อ้างอิงหุ้น Booking Holdings ธุรกิจแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์

BKNG80 – อ้างอิงหุ้น Booking Holdings ธุรกิจแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์

BONDAS19 – อ้างอิง ETF ตราสารหนี้เอเชีย Investment Grade

BRKB80 – อ้างอิงหุ้น Berkshire Hathaway บริษัทโฮลดิ้งยักษ์ใหญ่ในอเมริกา

BYDCOM01 – อ้างอิงหุ้น BYD Company Limited ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่จากจีน

BYDCOM80 – อ้างอิงหุ้น BYD Company Limited ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่จากจีน

C

CATL01 – อ้างอิงหุ้น CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรายใหญ่ของโลก

CATL23 – อ้างอิงหุ้น CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรายใหญ่ของโลก

CATL80 – อ้างอิงหุ้น CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรายใหญ่ของโลก

CHHONGQ19 – อ้างอิงหุ้น Chongqing Changan กลุ่มโลหะและอุตสาหกรรมหนัก

CHMOBILE19 – อ้างอิงหุ้น China Mobile ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีน

CHNXT5023 – อ้างอิง ETF ดัชนีหุ้นเทคโนโลยี Next 50 ของจีน

CMBANK23 – อ้างอิงหุ้น China Merchants Bank ธนาคารพาณิชย์จีน

CN01 – อ้างอิง ETF ดัชนี CSI 300 ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

CN23 – อ้างอิง ETF ดัชนี CSI 300 ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

CNBIO24 – อ้างอิง ETF กลุ่มชีวเวชภัณฑ์จีน

CNEV24 – อ้างอิง ETF กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่จีน

CNROBOAI23 – อ้างอิง ETF ธีมหุ่นยนต์และ AI ของจีน

CNSEMI23 – อ้างอิง ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จีน

CNSTAR5023 – อ้างอิง ETF ดัชนี STAR Market 50

CNTECH01 – อ้างอิง ETF ดัชนี Hang Seng TECH

COSTCO19 – อ้างอิงหุ้น Costco Wholesale ธุรกิจค้าปลีกแบบสมาชิก

CRM01 – อ้างอิงหุ้น Salesforce ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ CRM

CRWD06 – อ้างอิงหุ้น CrowdStrike ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มความปลอดภัยดิจิทัล

CRWD80 – อ้างอิงหุ้น CrowdStrike ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มความปลอดภัยดิจิทัล

CSCO06 – อ้างอิงหุ้น Cisco Systems ธุรกิจอุปกรณ์เครือข่าย

D

DBS19 – อ้างอิงหุ้น DBS Group ธนาคารพาณิชย์สิงคโปร์

DELL19 – อ้างอิงหุ้น Dell Technologies ธุรกิจคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์

DISNEY19 – อ้างอิงหุ้น Walt Disney ธุรกิจสื่อ ความบันเทิง และสตรีมมิ่ง

E

E1VFVN3001 – อ้างอิง ETF ดัชนี VN30 ตลาดหุ้นเวียดนาม

ESTEE80 – อ้างอิงหุ้น Estée Lauder ธุรกิจเครื่องสำอางและความงาม

F

FERRARI80 – อ้างอิงหุ้น Ferrari ผู้ผลิตรถยนต์หรูสมรรถนะสูง

FPTVN11 – อ้างอิงหุ้น FPT Corp บริษัทไอทีและซอฟต์แวร์เวียดนาม

FPTVN19 – อ้างอิงหุ้น FPT Corp บริษัทไอทีและซอฟต์แวร์เวียดนาม

FUEVFVND01 – อ้างอิง ETF หุ้นเวียดนามคุณภาพสูงที่ต่างชาติสนใจ

G

GASVN11 – อ้างอิงหุ้น GAS Vietnam ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ

GEELY06 – อ้างอิงหุ้น Geely Automobile ผู้ผลิตรถยนต์จีน

GEELY80 – อ้างอิงหุ้น Geely Automobile ผู้ผลิตรถยนต์จีน

GOLD03 – อ้างอิง ETF ทองคำ SPDR Gold (HK)

GOLD19 – อ้างอิง ETF ทองคำ SPDR Gold Trust

GOLDUS19 – อ้างอิง ETF ทองคำ SPDR Gold (US)

GOOG80 – อ้างอิงหุ้น Alphabet Class C ธุรกิจเสิร์ชและโฆษณา

GOOGL01 – อ้างอิงหุ้น Alphabet Class A บริษัทแม่ Google

GOOGL03 – อ้างอิงหุ้น Alphabet Class A บริษัทแม่ Google

GRAB80 – อ้างอิงหุ้น Grab Holdings แพลตฟอร์มเรียกรถและเดลิเวอรี

GSUS06 – อ้างอิงหุ้น Goldman Sachs ธุรกิจวาณิชธนกิจ

H

HAIERS19 – อ้างอิงหุ้น Haier Smart Home ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า

HANSOH19 – อ้างอิงหุ้น Hansoh Pharma บริษัทยาจีน

HERMES80 – อ้างอิงหุ้น Hermes แบรนด์หรูระดับโลก

HK01 – อ้างอิง ETF ดัชนี Hang Seng Index

HK13 – อ้างอิง ETF ดัชนี Hang Seng Index

HKCE01 – อ้างอิง ETF ดัชนี HSCEI

HKEX23 – อ้างอิงหุ้น Hong Kong Exchange ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

HKTECH13 – อ้างอิง ETF ดัชนี Hang Seng TECH Index

HONDA19 – อ้างอิงหุ้น Honda Motor ผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์

HOOD06 – อ้างอิงหุ้น Robinhood Markets แพลตฟอร์มเทรดดิ้ง

HORIZON23 – อ้างอิงหุ้น Horizon Robotics ธุรกิจ AI ชิป

HPG19 – อ้างอิงหุ้น Hoa Phat Group ธุรกิจเหล็กเวียดนาม

HSHD23 – อ้างอิง ETF หุ้นปันผลฮ่องกง

HUAHONG23 – อ้างอิงหุ้น Hua Hong Semiconductor โรงงานผลิตชิป

I

ICBC06 – อ้างอิงหุ้น ICBC ธนาคารพาณิชย์จีน

ICBC19 – อ้างอิงหุ้น ICBC ธนาคารพาณิชย์จีน

INDIA01 – อ้างอิง ETF ดัชนี MSCI India

INDIAESG19 – อ้างอิง ETF หุ้นอินเดียธีม ESG

ISRG01 – อ้างอิงหุ้น Intuitive Surgical ธุรกิจหุ่นยนต์การแพทย์

ITOCHU19 – อ้างอิงหุ้น Itochu กลุ่มเทรดดิ้งญี่ปุ่น

J

JAP03 – อ้างอิง ETF หุ้นญี่ปุ่นขนาดใหญ่

JAPAN10001 – อ้างอิง ETF TOPIX 100

JAPAN13 – อ้างอิง ETF ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

JD80 – อ้างอิงหุ้น JD.com แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

JDHEAL19 – อ้างอิงหุ้น JD Health ธุรกิจเฮลท์แคร์ออนไลน์

JNJ03 – อ้างอิงหุ้น Johnson & Johnson บริษัทผู้นำด้านสุขภาพและยาระดับโลก

JPMUS06 – อ้างอิงหุ้น JPMorgan Chase & Co. ธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในสหรัฐฯ

JPMUS19 – อ้างอิงหุ้น JPMorgan Chase & Co. ธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในสหรัฐฯ

K

KEYENCE23 – อ้างอิงหุ้น Keyence Corporation ธุรกิจอุปกรณ์ Factory Automation และเซนเซอร์อุตสาหกรรม

KINGSOFT23 – อ้างอิงหุ้น Kingsoft Corporation ธุรกิจซอฟต์แวร์และวิดีโอเกมของจีน

KO80 – อ้างอิงหุ้น Coca-Cola Company ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ระดับโลก

KUAISH01 – อ้างอิงหุ้น Kuaishou Technology แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและสื่อออนไลน์

KUAISH06 – อ้างอิงหุ้น Kuaishou Technology ธุรกิจ Internet Media & Services

KUAISH23 – อ้างอิงหุ้น Kuaishou Technology แพลตฟอร์มคอนเทนต์ดิจิทัลจีน

KUAISH80 – อ้างอิงหุ้น Kuaishou Technology ผู้ให้บริการโซเชียลวิดีโอ

L

LENOVO13 – อ้างอิงหุ้น Lenovo ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์

LLY80 – อ้างอิงหุ้น Eli Lilly บริษัทยาระดับโลก

LOREAL80 – อ้างอิงหุ้น L’Oreal ธุรกิจความงาม

LPGOLD13 – อ้างอิงหุ้น Luk Fook Jewellery ธุรกิจทองและเครื่องประดับ

LULU06 – อ้างอิงหุ้น Lululemon ธุรกิจเสื้อผ้ากีฬา

LVMH01 – อ้างอิงหุ้น LVMH กลุ่มแบรนด์หรู

M

MA80 – อ้างอิงหุ้น Mastercard ธุรกิจระบบชำระเงิน

MEITUAN19 – อ้างอิงหุ้น Meituan แพลตฟอร์มเดลิเวอรี

MEITUAN80 – อ้างอิงหุ้น Meituan ธุรกิจบริการออนไลน์

MELI06 – อ้างอิงหุ้น MercadoLibre อีคอมเมิร์ซละตินอเมริกา

META01 – อ้างอิงหุ้น Meta Platforms โซเชียลมีเดีย

META06 – อ้างอิงหุ้น Meta Platforms ธุรกิจโฆษณาดิจิทัล

META80 – อ้างอิงหุ้น Meta Platforms เจ้าของ Facebook, Instagram

MICRON01 – อ้างอิงหุ้น Micron Technology ผู้ผลิตหน่วยความจำ

MITSU19 – อ้างอิงหุ้น Mitsubishi Corp กลุ่มอุตสาหกรรมญี่ปุ่น

MNSO80 – อ้างอิงหุ้น Miniso ธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์

MNST06 – อ้างอิงหุ้น Monster Beverage เครื่องดื่มชูกำลัง

MS06 – อ้างอิงหุ้น Morgan Stanley วาณิชธนกิจ

MSFT01 – อ้างอิงหุ้น Microsoft ธุรกิจซอฟต์แวร์และคลาวด์

MSFT06 – อ้างอิงหุ้น Microsoft โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

MSFT80 – อ้างอิงหุ้น Microsoft ผู้นำ AI และ Cloud

MSN11 – อ้างอิงหุ้น Masan Group บริษัทโฮลดิ้งกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของเวียดนาม

MSN19 – อ้างอิงหุ้น Masan Group บริษัทโฮลดิ้งกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของเวียดนาม

MUFG19 – อ้างอิงหุ้น Mitsubishi UFJ Financial Group กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

MWG11 – อ้างอิงหุ้น Mobile World ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในเวียดนาม

MWG19 – อ้างอิงหุ้น Mobile World ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในเวียดนาม

N

NDAQ06 – อ้างอิงหุ้นของบริษัท Nasdaq, Inc. บริษัทบริหารจัดการตลาดหลักทรัพย์

NDX01 – อ้างอิง ETF ดัชนี NASDAQ 100 หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ

NETEASE80 – อ้างอิงหุ้น NetEase ผู้พัฒนาและให้บริการเกมออนไลน์จากจีน

NFLX06 – อ้างอิงหุ้น Netflix ธุรกิจสตรีมมิ่ง

NFLX80 – อ้างอิงหุ้น Netflix ธุรกิจสตรีมมิ่ง

NIKE80 – อ้างอิงหุ้น Nike ผู้นำระดับโลกด้านรองเท้า เสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬา

NIKKEI80 – อ้างอิง ETF ดัชนี Nikkei 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

NINTENDO19 – อ้างอิงหุ้น Nintendo ธุรกิจเกมและคอนโซล

NINTENDO19 – อ้างอิงหุ้น Nintendo ธุรกิจเกมและคอนโซล

NONGFU80 – อ้างอิงหุ้น Nongfu บริษัทน้ำดื่มบรรจุขวดและเครื่องดื่มของจีน

NOVO80 – อ้างอิงหุ้น Novo Nordisk บริษัทเวชภัณฑ์จากเดนมาร์ก

NVDA01 – อ้างอิงหุ้น NVIDIA ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

NVDA03 – อ้างอิงหุ้น NVIDIA ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

NVDA06 – อ้างอิงหุ้น NVIDIA ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

NVDA19 – อ้างอิงหุ้น NVIDIA ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

NVDA80 – อ้างอิงหุ้น NVIDIA ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

O

OIL03 – อ้างอิง ETF น้ำมันดิบ S&P Crude Oil Futures

ONON03 – อ้างอิงหุ้น On Holding แบรนด์รองเท้าและเครื่องแต่งกายกีฬาจากสวิตเซอร์แลนด์

ORCL01 – อ้างอิงหุ้น Oracle ธุรกิจซอฟต์แวร์องค์กร

ORCL06 – อ้างอิงหุ้น Oracle ธุรกิจซอฟต์แวร์องค์กร

ORCL19 – อ้างอิงหุ้น Oracle ธุรกิจซอฟต์แวร์องค์กร

P

PANW80 – อ้างอิงหุ้น Palo Alto Networks ระบบความปลอดภัยองค์กร

PEP80 – อ้างอิงหุ้น PepsiCo ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

PETROCN80 – อ้างอิงหุ้น PetroChina ผู้นำพลังงานรายใหญ่ที่สุดของจีน

PFIZER19 – อ้างอิงหุ้น Pfizer ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยาและวัคซีนโลก

PINGAN01 – อ้างอิงหุ้น Ping An ผู้นำด้านประกันภัยและนวัตกรรม FinTech จีน

PINGAN80 – อ้างอิงหุ้น Ping An ผู้นำด้านประกันภัยและนวัตกรรม FinTech จีน

PLTR01 – อ้างอิงหุ้น Palantir Technologies วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

PLTR03 – อ้างอิงหุ้น Palantir Technologies วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

PLTR06 – อ้างอิงหุ้น Palantir Technologies วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

POPMART23 – อ้างอิงหุ้น Pop Mart ธุรกิจ Art Toy

POPMART80 – อ้างอิงหุ้น Pop Mart ธุรกิจ Art Toy

Q

QQQM19 – อ้างอิง ETF ดัชนี NASDAQ 100

R

RBLX06 – อ้างอิงหุ้น Roblox Corp ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเกมออนไลน์และ Metaverse

S

SANOFI80 – อ้างอิงหุ้น Sanofi บริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่จากฝรั่งเศส

SANRIO23 – อ้างอิงหุ้น Sanrio เจ้าของลิขสิทธิ์ตัวละคร Hello Kitty และผองเพื่อนจากญี่ปุ่น

SBUX80 – อ้างอิงหุ้น Starbucks ธุรกิจร้านกาแฟ

SEMB19 – อ้างอิงหุ้น Sembcorp Industries ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานจากสิงคโปร์

SENSE23 – อ้างอิงหุ้น SenseTime บริษัทซอฟต์แวร์ AI ยักษ์ใหญ่จากจีน

SGX19 – อ้างอิงดัชนี Singapore Exchange ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

SIA19 – อ้างอิงหุ้น Singapore Airlines สายการบินแห่งชาติสิงคโปร์

SINGTEL80 – อ้างอิงหุ้น Singtel ธุรกิจโทรคมนาคม

SINOBIO19 – อ้างอิงหุ้น Sino Biopharmaceutical บริษัทยายักษ์ใหญ่จากจีน

SMFG19 – อ้างอิงหุ้น Sumitomo Mitsui Financial Group กลุ่มสถาบันการเงินอันดับ 2 ของญี่ปุ่น

SMIC01 – อ้างอิงหุ้น SMIC โรงงานผลิตชิปจีน

SMIC13 – อ้างอิงหุ้น SMIC โรงงานผลิตชิปจีน

SMIC23 – อ้างอิงหุ้น SMIC โรงงานผลิตชิปจีน

SNOW06 – อ้างอิงหุ้น Snowflake ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มข้อมูลบนคลาวด์

SOFTBANK23 – อ้างอิงหุ้น SoftBank บริษัทโฮลดิ้งด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น

SONY80 – อ้างอิงหุ้น Sony กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสื่อ

SP50001 – อ้างอิง ETF ดัชนี S&P 500

SP500US19 – อ้างอิง ETF ดัชนี S&P 500 ตลาดสหรัฐ

SP500US80 – อ้างอิง ETF หุ้นขนาดใหญ่สหรัฐ

SPBOND80 – อ้างอิง ETF พันธบัตรรวมตลาดโลก

SPCOM80 – อ้างอิง ETF กลุ่ม Communication Services ในสหรัฐฯ

SPENGY80 – อ้างอิง ETF กลุ่ม Energy ในสหรัฐฯ

SPFIN80 – อ้างอิง ETF กลุ่ม Financial ในสหรัฐฯ

SPHLTH80 – อ้างอิง ETF กลุ่ม Health Care ในสหรัฐฯ

SPOT06 – อ้างอิงหุ้น Spotify ผู้นำแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงอันดับ 1 ของโลก

SPTECH80 – อ้างอิง ETF กลุ่ม Information Technology ในสหรัฐฯ

STAR5001 – อ้างอิง ETF รวมหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม 50 ตัว

STEG19 – อ้างอิงหุ้น Singapore Technologies Engineering บริษัทเทคโนโลยีและวิศวกรรมระดับโลกรายใหญ่ของสิงคโปร์

SUNNY19 – อ้างอิงหุ้น Sunny Optical Technology ผู้ผลิตเลนส์และโมดูลกล้องรายใหญ่จากจีน

SUSHI23 – อ้างอิงหุ้น Food & Life Companies เจ้าของแบรนด์ซูชิสายพาน Sushiro

T

TAIWAN19 – อ้างอิง ETF หุ้น Taiwan Top 50

TAIWANAI13 – อ้างอิง ETF หุ้น AI ไต้หวัน

TAIWANHD13 – อ้างอิงหุ้น AI ไต้หวันปันผลสูง

TEL23 – อ้างอิงหุ้น Tokyo Electron ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์จากญี่ปุ่น

TENCENT01 – อ้างอิงหุ้น Tencent ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเกม

TENCENT06 – อ้างอิงหุ้น Tencent ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเกม

TENCENT13 – อ้างอิงหุ้น Tencent ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเกม

TENCENT19 – อ้างอิงหุ้น Tencent ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเกม

TENCENT80 – อ้างอิงหุ้น Tencent ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเกม

THAIBEV19 – อ้างอิงหุ้น Thai Beverage ธุรกิจเครื่องดื่ม

TME23 – อ้างอิงหุ้น Tencent Music Entertainment ผู้นำแพลตฟอร์มบันเทิงออนไลน์และสตรีมมิ่งเพลงอันดับ 1 ในจีน

TSMC01 – อ้างอิงหุ้น TSMC โรงงานผลิตชิประดับโลก

TSMC80 – อ้างอิงหุ้น TSMC โรงงานผลิตชิประดับโลก

TOYOTA80 – อ้างอิงหุ้น Toyota Motor ผู้ผลิตรถยนต์

TRIPCOM23 – อ้างอิงหุ้น Trip.com แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ครบวงจร

TRIPCOM80 – อ้างอิงหุ้น Trip.com แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ครบวงจร

TSLA01 – อ้างอิงหุ้น Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

TSLA03 – อ้างอิงหุ้น Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

TSLA80 – อ้างอิงหุ้น Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

U

UBER06 – อ้างอิงหุ้น Uber Technologies แพลตฟอร์มเรียกรถ

UBTECH23 – อ้างอิงหุ้น UBTECH Robotics ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากจีน

UNH19 – อ้างอิงหุ้น UnitedHealth บริษัทประกันสุขภาพจากสหรัฐฯ

UNIQLO80 – อ้างอิงหุ้น Fast Retailing ธุรกิจเสื้อผ้า Uniqlo

UOB19 – อ้างอิงหุ้น UOB ธนาคารพาณิชย์สิงคโปร์

USTR24 – อ้างอิง ETF พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 3–5 ปี

V

VCB11 – อ้างอิงหุ้น Vietcombank ธนาคารเวียดนาม

VCB19 – อ้างอิงหุ้น Vietcombank ธนาคารเวียดนาม

VENTURE19 – อ้างอิงหุ้น Venture Corporation ผู้ให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีจากสิงคโปร์

VHM19 – อ้างอิงหุ้น Vinhomes ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

VISA06 – อ้างอิงหุ้น Visa ระบบชำระเงินระดับโลก

VISA80 – อ้างอิงหุ้น Visa ระบบชำระเงินระดับโลก

VNM19 – อ้างอิงหุ้น Vinamilk ธุรกิจผลิตภัณฑ์นม

VNFIN24 – อ้างอิง ETF หุ้นกลุ่มการเงินเวียดนาม

VNM19 – อ้างอิงหุ้น Vietnam Dairy ผู้ผลิตนมและผลิตภัณฑ์จากนมในเวียดนาม

W

WORLD03 – อ้างอิง ETF รวม 10 หุ้นนวัตกรรมยักษ์ใหญ่ของโลก

WUXI06 – อ้างอิงหุ้น WuXi Biologics ธุรกิจผลิตยาชีวภาพจากจีน

WUXI13 – อ้างอิงหุ้น WuXi Biologics ธุรกิจผลิตยาชีวภาพจากจีน

WUXIAT80 – อ้างอิงหุ้น WuXi Biologics นวัตกรรมยาครบวงจรจากจีน

X

XIAOMI01 – อ้างอิงหุ้น Xiaomi ธุรกิจสมาร์ตดีไวซ์จากจีน

XIAOMI13 – อ้างอิงหุ้น Xiaomi ธุรกิจสมาร์ตดีไวซ์จากจีน

XIAOMI19 – อ้างอิงหุ้น Xiaomi ธุรกิจสมาร์ตดีไวซ์จากจีน

XIAOMI23 – อ้างอิงหุ้น Xiaomi ธุรกิจสมาร์ตดีไวซ์จากจีน

XIAOMI80 – อ้างอิงหุ้น Xiaomi ธุรกิจสมาร์ตดีไวซ์จากจีน

Z

ZIJIN13 – อ้างอิงหุ้น Zijin Mining ธุรกิจเหมืองทองคำและทองแดงของจีน

ZIJIN80 – อ้างอิงหุ้น Zijin Mining ธุรกิจเหมืองทองคำและทองแดงของจีน

 

หมายเหตุ: DR บางตัวมีหลายซีรีส์ เช่น 80, 13, 19, 01 ฯลฯ ขึ้นกับผู้ออกและอัตราแลกเปลี่ยน, ข้อมูลนี้อ้างอิงจากตลาดหลักทรัพย์วันที่ 19 ม.ค. 2026

Definit Global Select ปรับเกมรุก ปลุกกลยุทธ์สู่ DR หุ้นนอก

ลงทุน DR หุ้นนอกคุณภาพดี

DR เปิดทางให้ลงทุนหุ้นทั่วโลกได้สะดวกขึ้น แถมยังประหยัดภาษี แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือก DR ตัวไหนดี ลองใช้ตัวช่วยอย่าง 

Definit Global Select (DGS) กลยุทธ์จัดพอร์ต DR หุ้นนอกคุณภาพ คัดสรรหุ้นเด่นจากทั่วโลก พร้อมจัดพอร์ตให้อัตโนมัติ ช่วยให้เข้าถึงโอกาสในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยไม่ต้องจับจังหวะลงทุนเอง

นักลงทุนที่สนใจสามารถเปิดบัญชีลงทุน Definit Global Select กับ บล.หยวนต้า คลิกที่นี่เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนของท่านได้แล้ววันนี้

*บริการ Definit Global  Select เป็นบริการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือฟินโนมีนา (“Finnomena”) ดูแลด้านโมเดลและคำแนะนำพอร์ต กับบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ดูแลด้านบัญชีหุ้นและการบริหารพอร์ต


อ้างอิง: SET

คำเตือน: การลงทุนอาจมีการกระจุกตัวสูงทั้งในรายหุ้นและรายอุตสาหกรรม | การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจสัญญารับฝาก DR ก่อนการลงทุน | การลงทุนผ่าน DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง | บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-9933 และทาง Email support@definitinvestment.com

กองทุนแนะนำ คว้าโอกาสท่ามกลาง Geopolitical Risk

Finnomena Funds
กองทุนแนะนำ คว้าโอกาสท่ามกลาง Geopolitical Risk

ความขัดแย้งของมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก และประเด็นเชิง Geopolitical Risk ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการลงทุนในช่วงนี้ โดยล่าสุดสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 8 ประเทศยุโรปกลุ่ม NATO เป็น 10% เริ่ม 1 กุมภาพันธ์นี้ และจะขยับเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน หากสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุดีลซื้อเกาะกรีนแลนด์

สะท้อนว่าโลกเศรษฐกิจและการลงทุนกำลังถูกเขย่าด้วยความไม่แน่นอนทางการเมือง อย่างไรก็ดี ในแง่ของการลงทุน เราสามารถมองหาสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนนี้ ตลอดจนป้องกันความเสี่ยงด้วยสินทรัพย์คุณภาพดี และกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม

วันนี้ Finnomena Funds สรุป 8 กองทุนแนะนำโดย FundTalk, Mr.Messenger และ MEVT Call มาให้เลือกประจำสัปดาห์ ดังนี้

กองทุนแนะนำ คว้าโอกาสท่ามกลาง Geopolitical Risk

ติดตาม Opportunity Hub แหล่งรวมโอกาสการลงทุนจาก Finnomena
สรุปกองทุนแนะนำ ครบจบในที่เดียว ⇒ https://finno.me/opp-hub-ws


1. AI Supply Chain

กองทุนแนะนำ MEVT Call

  • B-INNOTECH (ความเสี่ยงระดับ 7) ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีคุณภาพดีทั่วโลก โดดเด่นในการทำ Stock Selection ด้วยการเลือกหุ้นที่มี Free Cash Flow Margin สูง ทำให้มีความปลอดภัยมั่นคง แต่ยังคงเติบโตได้ดี อีกทั้งได้ประโยชน์จากการถือ TSMC เป็น Top Holding ซึ่งรายงายกำไรออกมาดีกว่าคาด และยอดขายชิป 3nm เติบโตโดดเด่นหนุนจากการใช้งานด้าน AI
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

2. EM ex China

กองทุนแนะนำ FundTalk Call และ MEVT Call


3. Defense & Aerospace  

กองทุนแนะนำ FundTalk Call

  • ASP-DEFENSE (ความเสี่ยงระดับ 7) กองทุนใน Defense & Aerospace โดยลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เช่น อากาศยาน เทคโนโลยีทางการทหาร ความมั่นคงทางไซเบอร์ และดาวเทียม
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

4. Gold Miners

กองทุนแนะนำ FundTalk Call

  • A-RING (ความเสี่ยงระดับ 7) ลงทุนในหุ้นเหมืองทองคำ Pure-Play Gold Miners ซึ่งเหมาะกับการป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง และก็ได้อานิสงส์จากการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำโลก
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

5. Multi-Asset

กองทุนแนะนำ MEVT Call

  • ES-GAINCOME-A (ความเสี่ยงระดับ 5) กองทุนผสมที่มีกลยุทธ์ยืดหยุ่น กระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก โดยสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดที่สูง พร้อมลดความเสี่ยงขาลงด้วยการทำ Hedging
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

6. Domestic Play

กองทุนแนะนำ Mr.Messenger Call

  • TISCOHD-A (ระดับความเสี่ยง 6) เน้นลงทุนในหุ้นไทยปันผลสูง โดยจะพิจารณาเลือกลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index โดยเป็นจังหวะเพิ่มน้ำหนัก Domestic Play หลังสถานการณ์ต่างประเทศวุ่นวาย แนะนำหลบเข้าหาหุ้นที่จ่าย Yield สูงและสม่ำเสมอ
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

7. Blockchain

กองทุนแนะนำ Mr.Messenger Call

  • ASP-DIGIBLOC (ความเสี่ยงระดับ 6) มีนโยบายลงทุนในบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets Companies) และบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

8. Bitcoin Miners

กองทุนแนะนำ FundTalk Call

  • LHGBLOCK-A (ความเสี่ยงระดับ 6) ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศคริปโตและ Blockchain รวมถึงบริษัทที่ประกอบธุรกิจเหมือง Bitcoin โดยตรง
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บลจ.อีสท์สปริง : Promotion กองทุนลดหย่อนภาษี 2569

Finnomena Funds Editor

โปรโมชั่นกองทุนลดหย่อนภาษีปี 2569 กับกองทุน RMF, Thai ESG และ Thai ESGX ของ บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย)

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.eastspring.co.th/docs/default-source/fund-announcements/eith_announcement-promotion_tax-_2026.pdf

 

 

 


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

บลจ.กรุงศรี : Promotion กองทุนภาษี 2569

Finnomena Funds Editor

โปรโมชันพิเศษ เมื่อลงทุนสะสมทั้งปี 2569 ในกลุ่มกองทุน RMF และ Thai ESG/ Thai ESGX-69 ที่ร่วมรายการของ บลจ.กรุงศรี รับเพิ่ม หน่วยลงทุน KFCASH-A มูลค่า 100 บาทต่อยอดเงินลงทุนสะสมทุกๆ 50,000 บาท ตามเงื่อนไข* รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.krungsriasset.com/TH/News/Promotion/Tax_Saving_Plan_2026/

 

 

 

 

 

 


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ : Promotion กองทุนภาษี 2569

Finnomena Funds Editor


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

บลจ.แอสเซท พลัส : Promotion กองทุนลดหย่อนภาษี 2569

Finnomena Funds Editor

รายละเอียดและเงื่อนไข https://www.assetfund.co.th/Promotion_LTF_AD.html


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดาวน์โหลดฟรี! Weekly Market Insight ฉบับล่าสุด

Finnomena Funds

Weekly Market Insight

ประจำสัปดาห์ 19 – 23 มกราคม 2026

พิเศษ! สำหรับสมาชิก Finnomena

This Issue
สรุปข่าวเศรษฐกิจรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

Eye On This Week
ประเด็นน่าจับตามองในสัปดาห์นี้

Market
ภาพรวมตลาดและสินทรัพย์ที่น่าสนใจ

Finnomena Port Performance
ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุน

ดาวน์โหลดฟรี “มุมมองการลงทุนประจำสัปดาห์”

แจ้งเตือนผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Finnomena ทั้งบน iOS และ Android อัปเดตระบบปฏิบัติการ ภายในวันที่ 1 ก.พ. 2569

Finnomena

เรียน ลูกค้า Finnomena ทุกท่าน

เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรม และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด Finnomena ขอแจ้งให้ทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป แอปพลิเคชัน Finnomena จะรองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการ 

  • iOS เวอร์ชัน 14 ขึ้นไป
  • Android เวอร์ชัน 10 ขึ้นไป

 

สำหรับระบบปฏิบัติการในเวอร์ชันที่ต่ำกว่านี้ จะไม่สามารถใช้งานแอปฯ Finnomena ได้ตามปกติ

เหตุผลที่จำเป็นต้องอัปเดตระบบปฏิบัติการ

  1. เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยของระบบ
  2. รองรับบริการทางการเงินต่าง ๆ เช่น KKP e-Saving
  3. ลดความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลและการทำธุรกรรม
  4. สำหรับรองรับฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ ?

จะส่งผลถึงผู้ที่ใช้งานระบบ iOS ในเวอร์ชันที่ต่ำกว่า 14 และผู้ที่ใช้งานระบบ Android ในเวอร์ชันที่ต่ำกว่า 10


วิธีตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS

วิธีตรวจสอบเวอร์ชันระบบ iOS

  1. ไปที่ “การตั้งค่า (Settings)”
  2. กด “ทั่วไป (General)” 
  3. กด “เกี่ยวกับ (About)” แล้วดูที่หัวข้อ “เวอร์ชันซอฟต์แวร์ (Software Version)” เพื่อดูเวอร์ชันที่ติดตั้งอยู่และพร้อมอัปเดตหรือไม่

วิธีอัปเดตเวอร์ชัน iOS

  1. เปิดแอปการตั้งค่าบน iPhone
  2. กดทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
  3. หากมีรายการอัปเดต ระบบจะแสดงข้อมูลขึ้นมาให้กดดาวน์โหลดและติดตั้ง

วิธีตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android

วิธีตรวจสอบเวอร์ชัน Android

  1. ไปที่ “การตั้งค่า (Settings)
  2. เลื่อนลงและเลือก “เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About phone)
  3. เลือก “ข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software information)
  4. ดูข้อมูลที่หัวข้อ “เวอร์ชัน Android (Android version)

วิธีอัปเดตเวอร์ชัน Android

  1. ไปที่ “การตั้งค่า (Settings)
  2. เลือกเมนู “อัปเดตซอฟต์แวร์ (Software update)
  3. กด “ดาวน์โหลดและติดตั้ง (Download and install)
  4. หากมีซอฟต์แวร์ใหม่ จะมีปุ่ม Download ปรากฏ

 

หมายเหตุ: ความสามารถในการอัปเดตขึ้นอยู่กับรุ่นของอุปกรณ์ และการสนับสนุนจากผู้ผลิต 

Finnomena ขอบคุณผู้ใช้งานทุกท่าน และยืนยันว่าการอัปเดตครั้งนี้ทำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ด้วยความใส่ใจในความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า และมุ่งมั่นพัฒนาแอปฯ อยู่เสมอ หากท่านต้องการความช่วยเหลือในการตรวจสอบหรืออัปเดตอุปกรณ์ สามารถติดต่อ Finnomena Customer Support ได้ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100, ทาง LINE @FINNOMENAPORT และทางอีเมล connect@finnomena.com

ทีมงาน Finnomena