แจ้งเตือน

ซื้อ SSF-RMF กับ FINNOMENA โอกาสทำกำไรพร้อมลดหย่อนภาษี

FINNOMENA Admin
ซื้อ SSF-RMF กับ FINNOMENA โอกาสทำกำไรพร้อมลดหย่อนภาษี

สารบัญ

  1.   ปัญหาปวดใจของคนซื้อกองทุนประหยัดภาษี
  2.   Solution ของปัญหานี้จาก FINNOMENA
  3.   Segregated Account คืออะไร? ทำไมต้องมี?
  4.   ใครควรซื้อกองทุนรวมประหยัดภาษี
  5.   แผน Tax Saving Fund ของ FINNOMENA ลงทุนอะไรบ้าง
  6.   หน้าจอแสดงข้อมูลพอร์ตใน Application
  7.   ขั้นตอนการเปิดบัญชีแบบละเอียด
  8.   วิธี ซื้อ-ขาย-สับเปลี่ยน กองทุนประหยัดภาษี
  9.   ช่องทางหาข้อมูลเพิ่มเติม

ปัญหาปวดใจของคนซื้อกองทุนประหยัดภาษี

ถ้ายังไม่ถึงวัยทำงาน ไม่ค่อยมีใครนึกถึงเรื่องเสียภาษีกันหรอกครับ แต่พอมีรายได้และเริ่มมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย จังหวะนั้นแหละที่เราจะเริ่มมองหาช่องทางการลดหย่อนภาษี เพื่อลดทอนภาระการเสียภาษีที่เราโดนหักจากรายได้ไป

ทำให้หลายคนรีบเร่งเข้ามาซื้อกองทุนประหยัดภาษี โดยที่ไม่ได้ทำการศึกษาให้ดีก่อน ถึงจะเป็นการซื้อกองทุนเพื่อเอาไปลดหย่อนภาษี มันก็เป็น “การลงทุน” ประเภทหนึ่งอยู่ดี ซึ่งต้องมีเรื่องของ “ความเสี่ยง” ตามมาแน่นอน

ซื้อ SSF-RMF กับ FINNOMENA โอกาสทำกำไรพร้อมลดหย่อนภาษี
ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน LTF ที่กำไรมีแค่ 5 กอง ที่เหลือขาดทุนหมด
ที่มา: finnomena.com/fund (ข้อมูลวันที่ 21 ตุลาคม 2563)

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

จุดนี้เป็นเรื่องอันตราย เพราะถ้าเราเข้ามาลงทุนทั้งๆ ที่ความรู้ยังไม่พร้อม บางทีเงินที่เราขาดทุนจากกองทุนประหยัดภาษี อาจจะเยอะกว่าเงินที่เราต้องควักไปจ่ายภาษีก็ได้ ขาดทุนแถมยังถอนออกมาก่อนไม่ได้ ไม่มีอะไรจะเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้แล้วจริงไหมครับ

Solution ของปัญหานี้จาก FINNOMENA

ปัญหาการขาดทุนจากกองทุนประหยัดภาษีเป็นปัญหาที่ FINNOMENA อยากแก้ไข จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวระบบใหม่ “Segregated Account” ซึ่งสามารถซื้อขายกองทุนประหยัดภาษีทั้ง SSF และ RMF จากหลากหลาย บลจ. ได้ในที่เดียว มีความเป็นกลางในการคัดสรรกองทุนมาแนะนำให้กับนักลงทุน สรุปสิ่งที่นักลงทุนจะได้เมื่อลงทุนกับ FINNOMENA ก็คือ

     • พอร์ตกองทุนประหยัดภาษีแนะนำที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว แบ่งตามระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนรับได้ เพิ่มโอกาสในการทำกำไรไปพร้อมกับการลดหย่อนภาษี 

     • ระบบการเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ต้องเปิดบัญชีหลายรอบ

     • ซื้อขายกองทุนได้พร้อมกันหลาย บลจ. เพิ่มความเป็นกลางในการเลือกกองทุนที่ดีที่สุด

     • เช็กพอร์ตได้ตลอดเวลาทั้งบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น หน้าจอแสดงผลสวยงาม เข้าใจง่าย

     • ความปลอดภัยของเงินลงทุนระดับเดียวกันกับธนาคาร

สิทธิประโยชน์แต่ละข้อจะอธิบายอย่างละเอียดในส่วนต่อๆ ไปของบทความ แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่า ระบบ Segregated Account คืออะไร? ทำไมถึงต้องใช้ระบบนี้?

Segregated Account คืออะไร? ทำไมต้องมี?

Segregated Account คือ บัญชีที่แยกทรัพย์สินของผู้ลงทุนออกจากทรัพย์สินของบริษัท ทำให้เงินลงทุนไม่สามารถถูกแทรกแซงได้ เช่นเดียวกันกับระบบบัญชีประเภท Omnibus Account ที่ FINNOMENA ใช้ในการซื้อขายกองทุนทั่วไป

บัญชีทั้ง 2 ประเภทผู้ลงทุนจะทำรายการผ่านคนกลาง (ในที่นี้คือ FINNOMENA) คนกลางมีหน้าที่แค่ส่งรายการคำสั่งและเงินลงทุนต่อให้ บลจ. โดยไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งอะไรกับเงินและคำสั่งนั้น

จุดที่แตกต่างคือ Omnibus Account เป็นบัญชีที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้ถือหน่วยลงทุน การดำเนินการซื้อขายจะใช้เป็นเลขประจำตัวผู้ถือหน่วย  แต่ Segregated Account เป็นบัญชีที่ระบุชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนในการซื้อขาย ซึ่งตรงนี้ทำให้บัญชีแบบ Segregated Account สามารถใช้ซื้อขายกองทุนประหยัดภาษี เช่น SSF หรือ RMF ได้ และสามารถนำไปยื่นลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย เพราะมีการระบุชื่อผู้ถือหน่วยไว้ชัดเจน

โดยสรุป ในการซื้อขายกองทุนทั่วไป ใช้แค่บัญชีแบบ Omnibus Account ก็เพียงพอ แต่ในกรณีกองทุนประหยัดภาษีที่ต้องออกเอกสารไปยื่นลดหย่อน ต้องใช้บัญชีแบบ Segregated Account ที่มีการระบุชื่อผู้ลงทุนนั่นเอง

สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนกองประหยัดภาษีแล้ว ข้ามไปดูขั้นตอนการเปิดบัญชีด้านล่างบทความได้เลย ส่วนคนที่ยังไม่แน่ใจว่ากองภาษีเหมาะกับเราหรือเปล่า ลองอ่านไปเรื่อยๆ ก่อนนะครับ

ใครควรซื้อกองทุน SSF-RMF

ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องซื้อ SSF หรือ RMF ถึงมันจะใช้ลดหย่อนภาษีได้เยอะก็จริง แต่ก็มีเงื่อนไขที่จำกัดเราอยู่พอสมควร เงื่อนไขสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้ก่อนลงทุนพวกกอง SSF/RMF ได้แก่

เงื่อนไขของ SSF

     • ต้องถือเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป (นับจากวันที่ซื้อ) ถ้าขายออกก่อนต้องคืนเงินภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนของปีนั้น และต้องจ่ายค่าเสียภาษีล่าช้าเพิ่มด้วย

     • ใช้ลดหย่อนภาษีได้ในปีภาษี 2563-2567 หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการต่ออายุหรือไม่

     • ลงทุนปีไหน ได้ลดหย่อนปีนั้น และไม่มีเงื่อนไขลงทุนต่อเนื่อง

     • ไม่สามารถขายคืนก่อนกำหนดได้ แต่สามารถสับเปลี่ยนได้ในกอง SSF ด้วยกันได้

เงื่อนไขของ RMF

     • ต้องถือเป็นเวลา 5 ปีขึ้นไป (นับจากวันที่ซื้อ) และขายได้หลังอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ถ้าขายออกก่อนต้องคืนเงินภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนในปีนั้น และต้องจ่ายค่าเสียภาษีล่าช้าเพิ่มด้วย

     • ลงทุนปีไหน ได้ลดหย่อนปีนั้น และต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อยปีเว้นปี (ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน) หากผิดเงื่อนไขลงทุนต่อเนื่อง ต้องคืนภาษีที่ได้รับยกเว้น 5 ปีย้อนหลัง

     • ไม่สามารถขายคืนก่อนกำหนดได้ แต่สามารถสับเปลี่ยนได้ในกอง RMF ด้วยกันได้

ซื้อ SSF-RMF กับ FINNOMENA โอกาสทำกำไรพร้อมลดหย่อนภาษี
ที่มา: tisco.co.th

พอรู้เงื่อนไขแล้ว แล้วใครบ้างที่เหมาะกับการซื้อกองประหยัดภาษี ลองเช็กตัวเองเบื้องต้นกันก่อน

ใครควรซื้อ

     • ถ้าเกิดคำนวณเงินได้ของตนเองที่หักลบกับค่าลดหย่อนแล้วมากกว่า 150,000 บาท เราจะต้องเสียภาษี ถ้าไม่อยากเสียส่วนนี้สามารถซื้อกองทุน SSF-RMF เป็นวิธีในการลดหย่อนภาษีได้

     • คนที่มีฐานภาษีสูงๆ เช่น 20% ขึ้นไป เหมาะกับการซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี เพราะสามารถลดได้เยอะ ซึ่ง SSF-RMF สามารถซื้อรวมกันและลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 500,000 บาท

     • คนที่ต้องการออมเงินให้เติบโตในระยะยาว ซึ่งตรงตาม Concept ของ SSF และ RMF ที่อยากให้คนไทยออมเงิน

ใครไม่ควรซื้อ

     • คนที่มีปัญหาสภาพคล่องยังไม่มั่นคง ไม่ควรซื้อ SSF-RMF เพราะมีเงื่อนไขที่จำกัดการถอนเงินออกมาใช้อยู่ กรณีควรยอมจ่ายภาษีหรือเลือกลดหย่อนด้วยวิธีอื่นไปก่อน

     • คนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้เลย ถ้าซื้อแล้วก็เกิดขาดทุนจะเครียด นอนไม่หลับ แบบนี้ไม่ควรซื้อ SSF-RMF

     • คนที่ฐานภาษียังต่ำ เช่น 5% หรือ 10% เพราะเมื่อเทียบเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามกับเงินที่จะได้ลดหย่อน อาจไม่คุ้มกัน

แผน Tax Saving Fund ของ FINNOMENA ลงทุนอะไรบ้าง

ถ้าสำรวจตัวเองตามหัวข้อข้างบนแล้วคิดว่าเราเหมาะกับการซื้อกอง SSF-RMF เพื่อประหยัดภาษี ขั้นต่อไปก็คือการเลือกว่าเราจะลงทุนกองไหนดี

FINNOMENA เปิดให้ซื้อกองทุน SSF-RMF ทั้งแบบซื้อรายกองและแบบซื้อเป็นชุดกองทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง สามารถเลือกซื้อกองทุนได้พร้อมกัน 5 บลจ. รายชื่อ บลจ. ที่ FINNOMENA เปิดให้บริการตอนนี้ได้แก่

  1. บลจ. ทหารไทย (TMBAM)
  2. บลจ. ยูโอบี (UOBAM)
  3. บลจ. พรินซิเพิล (PRINCIPAL)
  4. บลจ. กรุงศรี (KSAM)
  5. บลจ. วรรณ (ONEAM)

รายชื่อกองทุนที่ FINNOMENA แนะนำ

สำหรับการลงทุนในกองทุนประหยัดภาษี แนะนำให้ลงทุนเป็นชุดกองทุนแบบกระจายความเสี่ยง เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว การลงทุนกองเดียวจะเสี่ยงเกินไป เพราะถ้าได้ก็ได้ไปเลย ถ้าเสียก็เสียไปเลย ถ้าลงทุนหลายๆ กองเพื่อกระจายความเสี่ยงไว้จะมีโอกาสกำไรในระยะยาวมากกว่า

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่สนใจกองทุนบางตัวโดยเฉพาะ ก็สามารถเลือกลงทุนเองได้เช่นกันครับ ไม่จำกัดว่าต้องลงทุนเป็นชุดกองทุนเท่านั้น

กองทุนที่ FINNOMENA แนะนำจะแบ่งตามระดับความเสี่ยง โดยจะไม่มีการปรับพอร์ตเหมือนแผนการลงทุนทั่วไปเนื่องจากต้องถือยาว ทุกกองเลยต้องมีศักยภาพที่จะเติบโตในระยะยาวได้ ซึ่งทีม Investment ได้ทำการคัดสรรกองทุนที่ดีที่สุดมาแล้ว รายชื่อชุดกองทุนแนะนำมีอยู่ 4 แผนด้วยกันตามด้านล่างนี้เลยครับ (ส่วนรายละเอียดแต่ละกองทุน อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ โพยกองทุนจัดชุด SSF & RMF จัดเต็มสำหรับนักลงทุนทุกประเภท)


แผนการลงทุน RMF Series 7 (ความเสี่ยงสูง)


แผนการลงทุน RMF Series 5 (ความเสี่ยงปานกลาง)

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF
แผนการลงทุน RMF Series 3 (ความเสี่ยงต่ำ)


แผนการลงทุน SSF Series 7 (ความเสี่ยงสูง)

หน้าจอแสดงข้อมูลพอร์ตใน Website / Application

เมื่อลงทุนไปแล้ว การติดตามพอร์ตก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน นักลงทุนที่สร้างแผน “Tax Saving Fund” แล้ว สามารถเข้าไปดูพอร์ตของตนเองได้ทั้งบน Website และใน Application ได้ตลอดเวลา เป็นอีกบริการที่ FINNOMENA จัดให้นักลงทุนทุกท่านใช้กันครับ

หน้าแสดงข้อมูลพอร์ตบน Website

ซื้อ SSF-RMF กับ FINNOMENA โอกาสทำกำไรพร้อมลดหย่อนภาษี

หน้าแสดงข้อมูลพอร์ตบน Application

ซื้อ SSF-RMF กับ FINNOMENA โอกาสทำกำไรพร้อมลดหย่อนภาษี

ซื้อ SSF-RMF กับ FINNOMENA โอกาสทำกำไรพร้อมลดหย่อนภาษี

ขั้นตอนการเปิดบัญชีแบบละเอียด

1. เปิดบัญชีผ่าน Application (เปิดบัญชีแบบไม่ใช้เอกสาร) → Recommended

     1)   ก่อนเปิดบัญชี Segregated Account นักลงทุนต้องเปิดบัญชีแบบปกติ (Omnibus Account) ให้เสร็จก่อน ทำการผูก ATS ให้เรียบร้อย แล้วจึงจะเปิดบัญชีเพื่อลงทุนกองประหยัดภาษีต่อได้ ดูขั้นตอนการเปิดบัญชีแบบปกติได้ที่นี่ หรือดูในคลิปวิดิโอด้านล่าง ใช้เวลาอนุมัติการเปิดบัญชีประมาณ 1-2 วันทำการ

คลิปสรุปขั้นตอนการเปิดบัญชีแบบปกติ (Omnibus Account)

*** ข้อควรระวังในการเปิดบัญชีผ่าน Application: ตรวจสอบว่าข้อมูลบนภาพถ่ายหน้าบัตรประชาชนมีความชัดเจน และที่อยู่บนบัตรประชาชนตรงกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้านที่กรอกเข้ามา เพื่อความรวดเร็วในการเปิดบัญชี

     2)   หลังเปิดบัญชีปกติเสร็จสมบูรณ์ สามารถทำการเปิดบัญชี Segregated Account ต่อได้ในแอป FINNOMENA ผ่าน 2 ช่องทาง
ช่องทางแรก เข้าไปที่หน้าพอร์ตแล้วกดปุ่ม “เพิ่มบัญชี Tax Saving”
ช่องทางที่สอง เข้าไปที่หน้าเลือกแผนการลงทุนแล้วกดสร้าง “แผนลงทุนกองทุนประหยัดภาษี”

     3)   ขั้นตอนต่อไป ระบบจะให้กรอกข้อมูลบางส่วนเพิ่ม เพื่อใช้สำหรับเปิดบัญชีสำหรับลงทุนกองทุนประหยัดภาษีโดยเฉพาะ

     4)   เมื่อกรอกทุกอย่างเรียบร้อย ระบบจะขึ้นว่า “รออนุมัติบัญชี” ซึ่งจะใช้เวลาอนุมัติประมาณ 1-2 วันทำการ โดยจะผูก ATS กับบัญชีธนาคารเดียวกันกับบัญชีปกติ

คลิปสรุปขั้นตอนการเปิดบัญชีกองทุนรวมประหยัดภาษี (Segregated Account) หลังเปิดบัญชีแบบปกติเสร็จเรียบร้อยแล้ว

     5)   เมื่อบัญชีพร้อมลงทุน นักลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลกองทุนแนะนำ และเริ่มลงทุนได้ทันที

2. เปิดบัญชีผ่าน Website

ณ ตอนนี้การเปิดบัญชี Segregated Account ยังไม่สามารถเปิดผ่าน Website ได้ แนะนำให้เปิดผ่าน Application แทน หรือท่านที่สะดวกเปิดบัญชีผ่านเอกสาร สามารถดูขั้นตอนได้ที่ด้านล่าง

3. เปิดบัญชีผ่านการส่งเอกสาร

     1)   ดาวน์โหลดเอกสารการเปิดบัญชีได้ที่ https://finno.me/oa-form

     2)   นักลงทุนสามารถเปิดบัญชีกองทุนรวมทั่วไป (Omnibus) พร้อมกับกองทุนรวมประหยัดภาษี (Segregated) ผ่านการส่งเอกสารครั้งเดียว โดยทำเครื่องหมายเช็กถูกที่ทั้ง 2 ช่อง

ซื้อ SSF-RMF กับ FINNOMENA โอกาสทำกำไรพร้อมลดหย่อนภาษี

     3)   ในการกรอกเอกสาร ให้กรอกตามคำแนะนำที่ระบุไว้ที่หน้าแรกอย่างครบถ้วน เพื่อความถูกต้องและความรวดเร็วในการเปิดบัญชี

     4)   เมื่อกรอกเสร็จ แนบใบคำขอเปิดบัญชี พร้อมเอกสารประกอบที่เซ็นรับรองสำเนาตามคำแนะนำเรียบร้อย ส่งมาที่ “บริษัท ฟินโนมีนา จํากัด 52 อาคารธนิยะพลาซ่า ชั้น 21 โซน D ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพ 10500”

     5)   ระบบจะมีการแจ้งเตือนคุณผ่านทางอีเมล ยืนยันการเปิดบัญชีลงทุนสำเร็จ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับและตรวจสอบเอกสารเรียบร้อย ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการอนุมัติบัญชี

     6)   เมื่อบัญชีพร้อมลงทุน นักลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลกองทุนแนะนำ และเริ่มลงทุนได้ทันที

4. สำหรับลูกค้าเก่า FINNOMENA ที่ใช้บัญชีของ Nomura

ทีมงานต้องขออภัย สำหรับลูกค้าที่ใช้บัญชีของ Nomura ไม่สามารถเปิดบัญชี Segregated Account กับ FINNOMENA ได้ แต่สามารถลงทุน SSF-RMF กับ Nomura ได้ตามปกติ

วิธี ซื้อ-ขาย-สับเปลี่ยน กองทุน SSF-RMF

ซื้อ

นักลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อได้ทุกช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น โทรศัพท์ และช่องทางเอกสาร การหักเงินจะหักผ่านช่องทางบัญชีธนาคารที่ผูก ATS ไว้ (ณ ปัจจุบันสังไม่สามารถซื้อผ่านบัครเครดิตได้)

ขาย

ขั้นตอนการขายจะมีความซับซ้อนกว่าตอนซื้อ เพราะมีเรื่องเงื่อนไขระยะเวลาในการถือ และหลักการ FIFO (First in First out: ซื้อตัวไหนก่อน ตัวนั้นจะถูกขายออกไปก่อน)

อธิบายคือ ถ้าหากเราอยากขายกองทุนส่วนที่เผลอซื้อเกินและยังไม่ได้ใช้ลดหย่อนภาษี ส่วนที่ขายจะไม่ใช่ส่วนล่าสุดที่ซื้อ แต่เป็นส่วนแรกสุดที่เราซื้อไว้ ซึ่งถ้าส่วนแรกสุดยังถือไม่ครบเวลาตามเงื่อนไข เราจะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

เบื้องต้นการขายกองทุนประหยัดภาษีจึงไม่อยากให้นักลงทุนทำรายการเอง แนะนำให้ติดต่อทาง FINNOMENA ที่เบอร์โทรศัพท์ 02 026 5100 เพื่อส่งคำสั่งขาย หรือทำการขอเลข Unitholder เพื่อใช้ส่งคำสั่งขายกับ บลจ. ต้นทางโดยตรง

สับเปลี่ยน

สามารถสับเปลี่ยนกองภาษีได้ภายใน บลจ. เดียวกัน และต้องเป็นกองประเภทเดียวกัน เช่น กอง SSF สับเปลี่ยนได้เฉพาะกอง SSF ด้วยกัน กอง RMF สับเปลี่ยนได้เฉพาะกอง RMF ด้วยกัน

ช่องทางหาข้อมูลเพิ่มเติม

สรุป

ถ้าอ่านบทความนี้แล้วรู้สึกว่า กองทุน SSF-RMF เป็นทางเลือกการลดหย่อนภาษีที่เหมาะกับเรา และเรามีสภาพคล่องเพียงพอที่จะทำตามเงื่อนไขของ SSF-RMF ได้อย่างครบถ้วน ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ทันที โดยอิงจากพอร์ตกองทุนแนะนำที่ FINNOMENA แนะนำให้ก็ได้ หรือจะเลือกลงทุนเองเป็นรายตัวก็ทำได้เช่นกัน

ถ้ายังอ่านบทความยังไม่ละเอียด อยากให้อ่านและศึกษาให้ดีก่อนครับ โดยเฉพาะเงื่อนไขต่างๆ เพราะการซื้อ SSF-RMF เป็นการตัดสินใจในระยะยาว กรอบเวลา 10 ปีขึ้นไป หากตัดสินใจพลาดมันจะกวนใจเราไปตลอด การลงทุนพร้อมกับความรู้จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ส่วนการลงทุนพร้อมกับความไม่รู้จะทำให้ชีวิตเราลำบากขึ้นอีกเยอะ

หากพร้อมแล้วก็สามารถเปิดบัญชีลงทุนกองทุน SSF-RMF กับ FINNOMENA ได้ทันที เปิดบัญชีและดูรายละเอียดได้เลย

สำหรับลูกค้าใหม่ อ่านวิธีเปิดบัญชีซื้อกองทุน Tax Saving เพิ่มเติม คลิก
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
สำหรับลูกค้าเก่า เปิดแอปพลิเคชั่น แล้วเลือกสร้างแผน “Tax Saving” ได้เลย

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Facebook Inbox:    FINNOMENA
LINE:    @FINNOMENAPORT
เบอร์โทรศัพท์:   02 026 5100

พิเศษ! ต้อนรับแผนการลงทุนใหม่ล่าสุด Tax Saving Fund FINNOMENA จัดเต็มส่งท้ายปี สร้างแผนการลงทุน Tax Saving Fund เพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 23 ..- 30 .. 63 รับรางวัลหน่วยลงทุน K-CASH มูลค่า 100 บาท ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน |  ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพก่อนตัดสินใจลงทุน |  ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน และจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับภายในกำหนดเวลา มิฉะนั้นจะต้องชำระเงินเพิ่ม และ/หรือเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร |  ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน |  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” 

ข้อดีของการจัดพอร์ต RMF แบบ Asset Allocation พร้อมโพยกองทุน RMF แนะนำสำหรับปี 2563

Get Wealth Soon
ข้อดีของการจัดพอร์ต RMF แบบ Asset Allocation พร้อมโพยกองทุน RMF แนะนำสำหรับปี 2563

“RMF หรือที่รู้จักกันดีในนามของกองทุนประหยัดภาษี ที่มีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนหลากหลาย ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ฯลฯ”

มาทบทวนเงื่อนไข RMF ปี 2020 กันหน่อยดีกว่า

  • RMF ลงทุนในกองทุนรวมได้ทุกประเภท
  • ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปีที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ*
  • เมื่อซื้อแล้ว ต้องซื้อต่อเนื่องอย่างน้อยปีเว้นปี แต่ไม่มีขั้นต่ำ!
  • ถืออย่างน้อย 5 ปี และทำการขายได้เมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์

*กองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ

กองทุน SSF, กองทุน RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ

ปี 2020 ซื้อ RMF กองไหนดี?

ก่อนจะเปิดชื่อกองทุน RMF แนะนำในปีนี้ ไปอัปเดตตลาดกันหน่อยดีว่า ว่าตั้งแต่ต้นปี 2020 โลกกำลังเจอกับเหตุการณ์ใดอยู่บ้าง

ธนาคารกลางทั่วโลกทำ QE สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ภาวะดอกเบี้ยตำ่ติด 0 ของหลายประเทศทั่วโลกส่งผลให้ธนาคารกลางเหลือทางเลือกในการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลง ทำให้ QE ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เหลืออยู่สำหรับการเข้าช่วยเศรษฐกิจ 

COVID-19 ส่งเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลกยํ่าแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

การระบาดของไวรัส COVID-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก ส่งผลให้เกิดมาตรการ Lockdown ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดดำเนินการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ GDP ของหลาย ๆ ประเทศติดลบอย่างรุนแรง

หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวอย่างแข็งแกร่ง

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงวิกฤติ จากพื้นฐานอันแข็งแกร่ง และสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไปและคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น

ความสัมพันธ์ จีน-สหรัฐ ยังคงตึงเครียดอยู่เช่นเคย

ความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐ ยังคงมีมาต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นประเด็นการแบนบริษัทจีนในสหรัฐ อย่าง Tencent ที่มีประเด็นการแบนแอปพลิเคชั่น WeChat, SMIC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน, หรือแม้แต่ ByteDance เจ้าของแอปพลิเคชั่น TikTok

เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวหลังไตรมาส 2

ดัชนีทางเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวหลังการ Lockdown ในไตรมาส 2 ไม่ว่าจะเป็นดัชนี PMI ทั้งภาคการผลิตและการบริการที่ปรับตัวขึ้นมาอีกครั้ง หรือยอดค้าปลีกในหลายประเทศที่เริ่มฟื้นตัว

เหตุการณ์ด้านบนเป็นเพียงส่วนนึงเท่านั้นที่เกิดขึ้นในปี 2020 ที่มีความผันผวนอย่างมาก และยังมีแนวโน้มผันผวนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการลงทุนที่จะช่วยลดความผันผวนได้คือการจัดพอร์ตการลงทุนแบบ Asset Allocation

Asset Allocation คืออะไร?

Asset Allocation คือ การกระจายการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อประคองความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว ตัวอย่างสินทรัพย์ที่หมายถึง คือ ตราสารทุน ตราสารหนี้ การลงทุนทางเลือก และเงินสด

จัดพอร์ตการลงทุนแบบ Global Asset Allocation สำคัญอย่างไร?

asset allocation คือ

ข้อมูลจาก Novelinvestor ได้แสดงผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ในแต่ละปี ตั้งแต่ 2006 จนถึงกลางปี 2020 ซึ่งจะไม่มีสินทรัพย์ใด ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในทุกๆ ปี และไม่มีสินทรัพย์ใด ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดในทุกๆ ปีเช่นกัน มีขึ้นมีลงตามสภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆ

แต่จะเห็นว่ามีอยู่ 1 สินทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนอยู่กลางๆ ตลอด ไม่โดดเด่นที่สุด แต่ก็ไม่ได้แย่ที่สุด นั่นคือ AA ค่ะ AA ในความหมายของ Novelinvestor ย่อมาจาก Asset Allocation Portfolio เป็นการจัดพอร์ตการลงทุน โดยมีการกระจายการลงทุนทั่วโลก ทั้งใน ตราสารทุน, ตราสารหนี้ และ การลงทุนทางเลือก โดยแบ่งสัดส่วนเป็น ดังนี้

ตราสารทุน 50%* ตราสารหนี้ 40%**  และ การลงทุนทางเลือก (อสังหาริมทรัพย์) 10%*** 

*แบ่งสัดส่วนเป็น 15% Large Caps Stocks วัดจาก  S&P 500 Index, 15% International Developed Stocks วัดจาก MSCI EAFE Index เป็นดัชนีที่วัดผลการดำเนินงานจากโซน Europe, Australasia และ Far East, 10% Small Cap Stocks วัดจาก Russell 2000 Index เป็นดัชนีที่ใช้วัดผลการดำเนินงานของบริษัทขนาดเล็กสุด 2,000 บริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา, 10% Emerging Market Stocks วัดจาก MSCI Emerging Markets Index

**ลงทุนในตราสารหนี้ High-Grade Bonds หรือในภาษาง่าย ๆ คือเลือกลงทุนกับเจ้าหนี้ที่มีความมั่นคงค่อนข้างสูง มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ต่ำ ดัชนีที่ใช้วัดคือ Barclay’s U.S. Aggregate Bond Index

***ดัชนีที่ใช้วัดคือ REITs FTSE NAREIT All Equity Index

และมีการทำ Rebalancing ทุกปี Rebalancing คือการปรับสมดุลของพอร์ตการลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนที่เรากำหนดไว้ในตอนแรก โดยขายสัดส่วนของสินทรัพย์ที่เกินกำหนดออกมา (ส่วนของกำไร) และนำเงินไปซื้อสินทรัพย์ที่มีสัดส่วนต่ำกว่ากำหนด ให้กลับมาเท่าเดิม

เมื่อได้ทำ Asset Allocation แล้ว จะเห็นว่าในปี 2008 AA จะติดลบไป 22.4% เมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นเพียงกลุ่มเดียว อย่าง EM หรือ Emerging Market ติดลบ 53.2% และ DM หรือ Developed Market ติดลบ 43.1% จะเห็นว่าการทำ Global Asset Allocation จะขาดทุนน้อยลงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

นี่ก็คือข้อดีของการลงทุนแบบ Asset Allocation และเนื่องจาก RMF มีข้อได้เปรียบตรงที่มีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนหลากหลาย ผู้อ่านทุกท่านสามารถใช้ข้อได้เปรียบตรงนี้เพื่อเป็นประโยชน์กับพอร์ตลงทุนของท่านเองได้

ก่อนจะจากกันไปขอย้ำอีกสักนิดว่า การทำ Asset Allocation ไม่ใช่เป็นการจัดพอร์ตเพื่อไม่ให้เกิดผลขาดทุนเลย แต่เป็นการทำเพื่อกระจายความเสี่ยง ทำให้ลดโอกาสการขาดทุนได้ในยามที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ 

ทั้งนี้ผู้อ่านที่สนใจลงทุน RMF แบบ Asset Allocation ทาง FINNOMENA ได้เปิดบริการลงทุนในกองทุนประหยัดภาษีเรียบร้อยแล้ว

สำหรับลูกค้าใหม่ อ่านวิธีเปิดบัญชีซื้อกองทุน Tax Saving เพิ่มเติม คลิก
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
สำหรับลูกค้าเก่า เปิดแอปพลิเคชั่น แล้วเลือกสร้างแผน “Tax Saving” ได้เลย

ดูโพยกองทุนจัดชุด RMF แนะนำสำหรับปี 2563

เริ่มวันนี้… คุณก็สามารถสร้างความมั่งคั่งให้ด้วยเองได้ตั้งแต่วันนี้ แล้วเราจะ Get Wealth Soon ไปด้วยกันนะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ


พิเศษ! ต้อนรับแผนการลงทุนใหม่ล่าสุด Tax Saving Fund FINNOMENA จัดเต็มส่งท้ายปี สร้างแผนการลงทุน Tax Saving Fund เพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 23 ..- 30 .. 63 รับรางวัลหน่วยลงทุน K-CASH มูลค่า 100 บาท ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน |  ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพก่อนตัดสินใจลงทุน |  ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน และจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับภายในกำหนดเวลา มิฉะนั้นจะต้องชำระเงินเพิ่ม และ/หรือเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร |  ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน |  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” 

โพยกองทุนจัดชุด SSF และ RMF ประจำปี 2563: จัดเต็มสำหรับนักลงทุนทุกประเภท

FINNOMENA Admin
พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF สำหรับนักลงทุนทุกประเภท (สายประหยัดภาษีห้ามพลาด!!) ใครอยากกระจายความเสี่ยง จัดชุด SSF RMF ให้ตัวเองตามความเสี่ยงที่รับได้ มาดูกันเลยว่า FINNOMENA แนะนำกองไหน สำหรับชุดไหนบ้าง ที่สำคัญ! สามารถซื้อ SSF & RMF แต่ละชุดได้ผ่าน FINNOMENA แล้วครับ

พิเศษ! ต้อนรับแผนการลงทุนใหม่ล่าสุด Tax Saving Fund FINNOMENA จัดเต็มส่งท้ายปี สร้างแผนการลงทุน Tax Saving Fund เพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 23 ..- 30 .. 63 รับรางวัลหน่วยลงทุน K-CASH มูลค่า 100 บาท ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก

สารบัญ

  1.   โพย RMF Series 7 (ความเสี่ยงสูง)
  2.   โพย RMF Series 5 (ความเสี่ยงปานกลาง)
  3.   โพย RMF Series 3 (ความเสี่ยงต่ำ)
  4.   โพย SSF Series 7 (ความเสี่ยงสูง)

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

โพยกองทุนจัดชุด SSF & RMF จัดเต็มสำหรับนักลงทุนทุกประเภท

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

 

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

 

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

 

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

 

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF

 

 

พลาดไม่ได้! โพยจัดชุด SSF & RMF สำหรับนักลงทุนทุกประเภท

หมายเหตุ: ในส่วนของกองทุน SSF จากมุมมองของ FINNOMENA Investment Team ยังไม่มีการจัดชุดในส่วนของความเสี่ยงกลางและต่ำ (Series 5 & Series 7) ออกมานะครับ

สำหรับลูกค้าใหม่ อ่านวิธีเปิดบัญชีซื้อกองทุน Tax Saving เพิ่มเติม คลิก
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
สำหรับลูกค้าเก่า เปิดแอปพลิเคชั่น แล้วเลือกสร้างแผน “Tax Saving” ได้เลย

พิเศษ! ต้อนรับแผนการลงทุนใหม่ล่าสุด Tax Saving Fund FINNOMENA จัดเต็มส่งท้ายปี สร้างแผนการลงทุน Tax Saving Fund เพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 23 ..- 30 .. 63 รับรางวัลหน่วยลงทุน K-CASH มูลค่า 100 บาท ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม คลิก

ฟรี! ดาวน์โหลด Presentation FINNOMENA LIVE – “ถึงฤดูผลประกอบการ เจาะงบ TOP Holding FINNOMENA PORT”

FINNOMENA Reporter

ดูผ่าน Facebook: https://www.facebook.com/finnomena/posts/1371578449854455

ดูผ่าน Youtube: https://youtu.be/H4V_Z1C5IZo

พิเศษ! สำหรับสามาชิก FINNOMENA

ดาวน์โหลดฟรี! Presentation – FINNOMENA LIVE ตอนล่าสุด (ลิ้งค์หมดอายุใน 7 วัน)

กด “ที่นี่” เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ถึงฤดูผลประกอบการ เจาะงบ TOP Holding FINNOMENA PORT

ข่าวเด่นรอบสัปดาห์

  • อาสาสมัครทดลองวัคซีนต้านโควิดเสียชีวิต!
  • ทรัมป์ ไบเดน เตรียมจะเผชิญหน้ากันคืนนี้!
  • รัฐบาลสหรัฐฟ้องกูเกิลผูกขาดธุรกิจ
  • กรุ๊ปจีน STV เข้าไทย 28 ต.ค.นี้

ติดตาม FINNOMENA LIVE ตอนอื่นๆ ได้ที่ : https://www.youtube.com/playlist?list=PLhZeb_wAvs-uop

สรุป LIVE: เจาะลึกธุรกิจ Gaming Industry ไปกับกองทุน LHESPORT

TUM SUPHAKORN
เจาะลึกธุรกิจ Gaming Industry ไปกับกองทุน LHESPORT

“84 ล้านคน”

ประเทศอเมริกามีผู้ชมกีฬาฮ็อกกี้น้ำแข็ง (NHL: National Hockey League) อยู่ 32 ล้านคน มีผู้ชมกีฬาบาสเก็ตบอล (NBA: National Basketball Association) อยู่ 63 ล้านคน มีผู้ชมกีฬาเบสบอล (MBL: Major League Baseball) อยู่ 79 ล้านคน แต่ “84 ล้านคน” คือตัวเลขผู้ชมกีฬา Esports ในสหรัฐอเมริกาฯ เอาชนะทุกลีคกีฬา เป็นรองแค่อเมริกันฟุตบอลหรือ NFL (National Football League) เท่านั้น

เจาะลึกธุรกิจ Gaming Industry ไปกับกองทุน LHESPORT

จากตัวเลขก็คงบอกได้ว่ากระแส Esports ที่พูดถึงกันมานาน ตอนนี้มันมาแล้วแน่ ๆ Esports สามารถดึงดูดผู้คนได้เป็นจำนวนมาก เมื่อดึงดูดผู้คนมาก เม็ดเงินก็ไหลเข้ามามาก ทั้งการจับจ่ายของผู้บริโภคเอง รวมถึงเม็ดเงินจากโฆษณา เมื่อเม็ดเงินเข้ามามาก ก็มีโอกาสเติบโตมาก และเมื่อมีโอกาสเติบโตมาก นั่นก็คือ “โอกาสในการลงทุน” นั่นเอง

เมื่อก่อนถ้าจะลงทุนใน Gaming Industry ต้องไปลงใน ETF ซึ่งเลือกลงทุนเองยาก แต่ตอนนี้นักลงทุนสามารถลงทุนใน Gaming Industry ผ่านกองทุนรวมได้แล้ว โดยลงทุนผ่านกอง LHESPORT กองทุน IPO ใหม่จาก บลจ. LHFund ซึ่ง FINNOMENA Review เทปนี้เราได้ผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน คือ คุณณัฐพล คำวงษา นักกลยุทธ์ฝ่ายการลงทุน บลจ. LHFund และคุณพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการกองทุน บลจ. LHFund มาเล่าให้เราฟังแบบเจาะลึก กองทุนนี้เป็นยังไงบทความนี้จะมาสรุปให้ฟัง

1. อุตสาหกรรมนี้น่าสนใจยังไง เม็ดเงินใหญ่แค่ไหน

สมัยก่อนเล่นเกมเราต้องมีเครื่องเล่นเกม (Console) ซึ่งราคาสูง ถ้าอยากได้เกมใหม่เพิ่มก็ต้องไปซื้อเกมใหม่ ส่วนตอนนี้คนจำนวน 8,000 ล้านคนทั่วโลก 4,500 ล้านคนมีสมาร์ทโฟน (ที่เล่นเกมได้) อุตสาหกรรมเกมถูกส่งตรงเข้ามือถือ ยังไม่ได้นับคอมพิวเตอร์ที่เดี๋ยวนี้ก็มีกันแทบทุกบ้าน เปรียบเทียบให้เห็นคือโอกาสในอุตสาหกรรมมันใหญ่มาก

แถมอุตสาหกรรมเกมไม่ได้มีแค่ผู้ผลิตเกมแล้วขึ้นมาแล้วก็จบ แต่ยังสามารถต่อยอดไปยังธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • ผู้ผลิตอุปกรณ์เล่นเกม อย่างเช่น หน้าจอ, คีย์บอร์ด, หูฟัง, เก้าอี้นั่ง
  • สถานที่จัดอีเวนต์แข่งขันเกม
  • ช่องทางการรับชม เช่น Youtube หรือ Twitch
  • ทีมนักกีฬา Esports

นอกจากนี้ ส่วนที่มีมูลค่ามากที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ ก็คือเม็ดเงินจากสปอนเซอร์ และแบรนด์ต่างๆ ที่เข้ามาสนับสนุนวงการนี้ ซึ่งจากทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้รายได้ของอุตสาหกรรม Esports โตขึ้นถึงปีละ 15%

เจาะลึกธุรกิจ Gaming Industry ไปกับกองทุน LHESPORT

2. ปัจจัยหนุนให้เติบโตไปข้างหน้า

  • หลังจาก COVID-19 ทำให้คนดาวน์โหลดเกมมาเล่นเยอะขึ้น คุ้นเคยกับแพลตฟอร์มออนไลน์ พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางนี้
  • Revenue Model ของอุตสาหกรรมเกมมีความหลากหลายมากขึ้น เมื่อก่อนต้องขายเกมให้ได้อย่างเดียว แต่ ณ ตอนนี้มีเปิดให้เล่นเกมฟรี  แล้วใช้วิธีให้ไปเติมเงินเพื่อซื้อของในเกมแทน หรือโมเดลรายได้แบบ Subscription ซึ่ง Reed Hastings, CEO ของ ทางNetflix ถึงกับบอกว่า ทางเขาไม่ได้มอง HBO เป็นคู่แข่ง แต่มองว่า Fornite (เกมออนไลน์ที่โด่งดังมากในอเมริกา) นี่แหละคือคู่แข่ง  เนื่องด้วยระบบ Subscription แล้วให้สิทธิพิเศษ ทำให้คนเล่นติดงอมแงมเล่นได้ทั้งวันยิ่งกว่าติดดูซีรีส์เสียอีก
  • ณ ตอนนี้เกมในโทรศัพท์ ถือว่ามาแรงมาก และเทคโนโลยีในโทรศัพท์ก็พัฒนามากขึ้น จนมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ PC  นี่จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตในอุตสาหกรรมนี้
    เจาะลึกธุรกิจ Gaming Industry ไปกับกองทุน LHESPORT

3. ปัจจัยเสี่ยงต่อการลงทุน

  • การเลือกตั้งของประเทศสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2020 นี้  เนื่องจากหุ้นที่เกี่ยวกับ Esports ส่วนใหญ่เป็นหุ้นสหรัฐฯ ดังนั้นอาจจะเกิดความผันผวนได้
  • เศรษฐกิจที่ชะลอตัวจาก COVID-19 อาจจะทำให้การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคลดลง สปอนเซอร์รัดเข็มขัดมากขึ้น ซึ่งการฟื้นตัวอาจกินเวลานาน

4. กองทุน LHESPORT ลงทุนในอะไร

พูดถึงตัวอุตสาหกรรมไปเยอะ เรามามาเจาะลึกกันที่ตัวกองทุนที่เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมนี้กันบ้างกันครับ  กองทุน LHESPORT เป็น Feeder Fund ที่เข้าไปลงทุนใน ETF ตัวหนึ่ง ชื่อ VanEck Vectors Video Gaming and eSports ETF (ESPO) ซึ่ง ETF ตัวนี้ลงทุนอ้างอิงกับดัชนี MVIS® Global Video Gaming and eSports Index (MVESPOTR)ไม่ต้องจำชื่อครับ รู้แค่ว่าดัชนีนี้มีหลักเกณฑ์ในการคัดสรรหุ้น คือ ต้องเป็นหุ้นที่มีรายได้มากกว่า 50% มาจากเกมหรือ Esports และหุ้นต้องมีมูลค่าตลาดมากกว่า 150 ล้าน USD

เจาะลึกธุรกิจ Gaming Industry ไปกับกองทุน LHESPORT

โดยสรุป พูดได้เลยว่ากองทุน LHESPORT เข้าไปลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Gaming Industry โดยเฉพาะ เน้นเจาะเข้าไปลงทุนในเซกเตอร์เลย ก่อนที่จะไปดูว่าแต่ละบริษัทที่กองทุนนี้ ถือทำธุรกิจอะไร  ทางเราจะขอแวะไปดูผลการดำเนินการก่อนว่า การลงทุนเจาะรายเซกเตอร์แบบนี้ให้ผลตอบแทนอย่างไรบ้าง

5. ผลตอบแทนย้อนหลัง

เจาะลึกธุรกิจ Gaming Industry ไปกับกองทุน LHESPORT

ดูผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปี 2020 ของ ESPO จะเห็นว่าเป็นขาขึ้นมาเรื่อย ๆ มีย่อตัวนิดหน่อยตอนเดือนมีนาคมช่วง COVID-19 ระบาดหนัก แต่เมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 ถือว่าย่อตัวไม่มากเพราะเป็นเซกเตอร์ที่ได้รับผลกระทบน้อย และเมื่อผ่านวิกฤตไปได้ก็สามารถเติบโตต่อแซงหน้าดัชนี S&P 500 ไปไกล ตรงนี้หมายความว่าหุ้นอุตสาหกรรมเกมเป็นผู้ชนะในวิกฤตนี้อย่างแท้จริง และเป็นส่วนนึงที่ดันตัวดัชนีหลักขึ้นมาด้วย

แล้วมันโตได้เฉพาะตอนคนอยู่บ้านช่วงกักตัวหรือเปล่า?  อันนี้จะต้องย้อนไปดูในช่วงก่อนเกิดวิกฤตกันครับ

เจาะลึกธุรกิจ Gaming Industry ไปกับกองทุน LHESPORT

ย้อนมาดูช่วงปี 2019 ตัว ESPO ก็ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง พิสูจน์ให้เห็นว่าคนไม่ได้สนใจเกมแค่ช่วงกักตัวเท่านั้น  แต่สนใจเกมกันมาตั้งนานแล้ว  ถ้าเราเริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 2019 ไปจนถึงเดือนตุลาคมปี 2020 ผลตอบแทนที่เราจะได้ จะสูงถึง 100% เลยทีเดียวครับ

6. เจาะไส้ในกองทุน LHESPORT

เจาะลึกธุรกิจ Gaming Industry ไปกับกองทุน LHESPORT

ภาพด้านบนคือ รายชื่อบริษัท Top 10 ที่กองทุนนี้ลงทุนในสัดส่วนมากที่สุด สำหรับสายเกมจะคุ้นเคยกันดีกับโลโก้พวกนี้  แต่สำหรับท่านที่ไม่ใช่สายเกม บริษัทเหล่านี้ทำอะไรบ้าง? เรามาลองดูรายละเอียดแต่ละบริษัทกันเลยดีกว่า

  1. Tencent
    บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังของจีน ถ้า Facebook ใหญ่แค่ไหน Tencent ก็ถือว่าตีคู่กันมาเลย บางคนอาจจะรู้จัก Tencent ในฐานะเจ้าของ WeChat แต่รายได้หลักเกินครึ่ง จริงๆ แล้วมาจากเกมทั้งนั้น ทั้ง League of Legends, PlayerUnknown’s Battlegrounds, Arena of Valor รวมถึง Fornite ด้วย ซึ่ง Tencent เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Epic Games ผู้ผลิตเกม Fortnite อีกที
  2. AMD
    1 ใน 2 ผู้ผลิตกราฟิกการ์ด หรือ “การ์ดจอ” รายใหญ่ที่ผูกขาดตลาดโลกอยู่ในตอนนี้ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องใช้การ์ดจอ และยิ่งเกมที่ต้องการภาพสวยๆ ยิ่งต้องใช้การ์ดจอที่แพงขึ้น นอกจากเกมแล้วพวก Machine Learning หรือการขุด Bitcoin ก็ต้องใช้การ์ดจอในการประมวลผลด้วยเช่นกัน
  3. NVIDIA
    อีกหนึ่งผู้ผลิตการ์ดจอที่ผูกขาดตลาดนอกจาก AMD ลักษณะธุรกิจเหมือนกันคือผลิตการ์ดจอขาย ถ้าพูดถึงการ์ดจอแล้วยังไงก็หนีไม่พ้น 2 ยี่ห้อนี้แน่นอน ไม่ NVIDIA ก็ AMD ซึ่งกองทุน LHESPORT ลงทุนอยู่ทั้ง 2 ตัว
  4. Nintendo
    บริษัทผู้ผลิตเกมอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ผลิตเครื่องเล่นเกมมากมายที่หลายคนคุ้นเคยกันดีในทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ GameBoy, เครื่อง Wii, Nintendo 3DS, Nintendo Switch และเป็นผู้ผลิตเกมในมือถือด้วย โดยรายได้หลักของบริษัทตอนนี้มาจากเครื่อง Nintendo Switch ที่ยอดขายโตขึ้นเร็วมากในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา
  5. Activision Blizzard
    อีกหนึ่งผู้ผลิตเกมชื่อดัง เจ้าของซีรีส์เกม Call of Duty, Guitar Hero, เครือ Warcraft และ Star Craft, Hearthstone, Overwatch และ Candy Crush หลายเกมมีการนำไปจัดแข่งขันเป็นลีคใหญ่ ทำให้ความนิยมของเกมเหล่านี้นิยมขึ้นอีก
  6. Electronic Arts (EA)
    คงไม่มีใครไม่เคยเล่นเกม The Sims ใช่มั้ยครับ EA Games นี่แหละที่เป็นเจ้าของเกม The Sims ทุกภาค ถึงตอนนี้จะไม่นิยมเท่าไรแล้ว แต่ EA ก็มีเกมดังๆ ที่ขายดีอีกมายมาย ทั้ง FIFA, Battlefields, Need for Speed ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปซื้อแผ่นมาลง แค่จ่ายเงินซื้อออนไลน์ก็สามารถดาวน์โหลดเกมมาเล่นได้ทันที
  7. SEA
    บริษัทสิงคโปร์ที่สามารถเข้าไปจดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ ได้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนี้คนไทยคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ได้แก่ Shopee, Airpay, Garena ซึ่ง Garena เป็นผู้ให้บริการเกมดัง เช่น FreeFire และ ROV (จริงๆ เป็นของ Tencent แต่ Garena เป็นผู้นำเข้าและทำการตลาด) เป็นบริษัทที่กำลังโตอย่างรวดเร็วและจะสามารถเทียบชั้นบริษัทอื่นได้ในอนาคต
  8. Bilibili
    แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งวิดิโอ เรียกได้ว่าเป็น Youtube ของแดนมังกร ในประเทศจีนมีคนใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นจำนวนมาก นอกจากเป็นเว็บไซต์สำหรับดูคลิปวิดิโอต่างๆ ก็มีการผลิตเกมบนมือถือด้วย ล่าสุดบริษัท Sony ก็เข้าไปลงทุนเป็นจำนวนเงิน 400 ล้านเหรียญด้วย
  9. NetEase
    คนไทยอาจจะไม่คุ้นชื่อเท่าไร แต่ NetEase ผู้ให้บริการเกมรายใหญ่อีกรายหนึ่งในจีน และเป็นพาร์ตเนอร์กับ Blizzard Entertainment ด้วย
  10. Take-two Interactive
    บริษัทผู้ผลิตเกมในสหรัฐอเมริกาฯ เจ้าของเกมซีรีส์ Civilization และ GTA เกมยอดฮิตตลอดกาล

นอกจาก Top 10 แล้วกองทุน LHESPORT ยังกระจายการลงทุนในหุ้นเกมอีก 15 ตัว รวมเป็น 25 ตัว อยู่ในภูมิภาคหลักคือ อเมริกา จีน และญี่ปุ่น

หลายคนอาจสงสัยว่า  แล้วไม่มี PlayStation กับ Xbox เลยเหรอ?

สาเหตุที่ไม่มีการลงทุนในเครื่อง Console ชื่อดังสองเครื่องนี้เป็นเพราะว่า ทั้งบริษัท Sony ที่เป็นเจ้าของเครื่อง PlayStation และบริษัท Microsoft ที่เป็นเจ้าของเครื่อง Xbox รายได้หลักของบริษัทไม่ได้มาจากอุตสาหกรรมเกม ซึ่งผิดเงื่อนไขในการลงทุนของกองทุน ที่ต้องการเลือกเฉพาะบริษัทที่รายได้เกินกว่า 50% มาจากเกมเท่านั้น เพื่อจำกัดการลงทุนอยู่ในอุตสาหกรรมเกม เลยไม่มีการลงทุนในเครื่อง Console เหล่านี้ครับ

สำหรับนักลงทุนที่สนใจกองทุน LHESPORT

กองทุน LHESPORT กำลังจะเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 20-28 ตุลาคม 2563 สำหรับนักลงทุนที่เห็นโอกาสใน Gaming Industry และต้องการลงทุน สามารถดาวน์โหลดหนังสือชี้ชวนสรุปข้อมูลสำคัญเพื่อศึกษาดูก่อนได้ โดหากต้องการซื้อสามารถติดต่อได้ที่ บลจ. LHFund โทร 02 286 3484 หรือติดต่อเข้ามาที่ FINNOMENA โทร 02 026 5100

พิเศษ! นอกจากกองทุน LHESPORT-A (คลาส A ชนิดสะสมมูลค่า) และ LHESPORT-D (คลาส D ชนิดจ่ายปันผล) ทาง บลจ. LHFund ยังเปิดขายกอง LHESPORT-E (คลาส E) ด้วย สำหรับนักลงทุนที่ติดต่อซื้อกองทุนเข้ามาโดยตรงโดยไม่ผ่านผู้แนะนำ โดยคลาส E จะละเว้นค่าธรรมเนียม Front-End ให้กับนักลงทุน เหมาะกับนักลงทุนอิสระที่เลือกลงทุนด้วยตนเองครับ

เจาะลึกธุรกิจ Gaming Industry ไปกับกองทุน LHESPORT

Asset Craft Podcast Ep.11 : “ESG”

FINNOMENA Podcast
Asset Craft Podcast Ep.11 : "ESG"

Asset Craft Podcast Ep.11 : “ESG”

ลงทุนแบบรักษ์โลกนั้นสร้างผลตอบแทนได้จริงหรือ? คุณรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วการลงทุนแบบ ESG ในช่วงขาลงเม็ดเงินลงทุนไหลออกน้อยกว่าการลงทุนแบบปกติธรรมดา หากอยากรู้ว่าการลงทุนแบบ ESG จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน รับฟังไปพร้อม ๆ กันผ่าน Asset Craft Podcast ได้เลยครับ!

Asset Craft Podcast รายการที่จะพาคุณไปรู้จักกับสินทรัพย์ทั่วโลก!!

หัวข้อ

0:45 ESG คืออะไรกันแน่?

1:48 ไล่เรียงต้นกำหนด ESG

4:45 แนวโน้มการลงทุนแบบ ESG ในอนาคตจะมาหรือไม่?

5:36 10 แนวโน้มและข้อได้เปรียบการลงทุนแบบ ESG ในปี 2020

11:35 ปัจจัยสำคัญที่จะเร่งการลงทุนแบบ ESG ในอนาคต

13:25 ผลตอบแทนหุ้นเอเชียแบบ ESG ดีกว่าขนาดไหน?

14:40 กองทุนหุ้นธรรมดากับ ESG มีความแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร? 

17:45 กองทุน ESG แนะนำ

 


 


ติดตาม FINNOMENA Podcast ได้ทุกช่องทางที่คุณมี

App Spotify
https://finno.me/spotify

App Google podcasts
https://finno.me/googlepodcast

Apple podcast
https://finno.me/applepodcast

App Soundcloud
https://finno.me/soundcloud

Podbean
https://finno.me/podbean

Youtube
https://finno.me/youtubepodcast

โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมสภาสมัยวิสามัญ 26 ต.ค. 63

FINNOMENA Reporter

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

  • โดยที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ สมควรที่จะเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุม สมัยวิสามัญ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
  • จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563
  • ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/politic/1958901

สาธารณสุขบราซิลแจ้ง! มีอาสาสมัครทดลองวัคซีนต้านโควิดเสียชีวิต!

FINNOMENA Reporter

หน่วยงานสาธารณสุขของบราซิล เผยอาสาสมัครรายหนึ่งในการทดลองวัคซีนโควิด-19 ที่บริษัทแอสตราเซเนการ่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เกิดเสียชีวิต

  • การเสียชีวิตในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการรายงานในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จากบรรดาหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วโลก
  • ส่งผลให้หุ้นของแอสตราเซเนกา ปิดลบ 1.8% ตามหลังข่าวว่ามีผู้เข้าร่วมทดลองวัคซีนโควิด-19 เสียชีวิต
  • อย่างไรก็ตาม การสอบสวนอิสระได้สรุปว่าไม่มีความกังวลด้านความปลอดภัย และการทดสอบวัคซีนต้านไวรัสที่พัฒนาโดยบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) จะยังคงดำเนินต่อไป

ที่มา : https://www.cnbc.com/2020/10/21/astrazeneca-shares-slide-after-brazilian-health-authority-says-volunteer-in-covid-vaccine-study-dies.html

ครั้งสุดท้าย! ทรัมป์ และโจ ไบเดนเตรียมจะเผชิญหน้ากันคืนนี้!

FINNOMENA Reporter

โดนัลด์ ทรัมป์และโจ ไบเดนจะเผชิญหน้ากันในคืนนี้ที่เมือง Nashville รัฐ Tennessee โดยครั้งนี้จะเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งที่ 2 และครั้งสุดท้ายของพวกเขา หลังจากที่ทรัมป์ถอนตัวจากการ Debate ทางวิดีโอที่มีกำหนดจัดขึ้นในเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

  • การรณรงค์ของเขาจะมีการพูดถึงหลายหัวข้อในคืนนี้ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, COVID-19, การแข่งขัน, เชื้อชาติ, ความเป็นผู้นำ และกฎหมายใหม่ ๆ
  • ทรัมป์อาจจะโจมตีฮันเตอร์ ไบเดนลูกชายของโจ ไบเดน ขณะที่พรรค Republican พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เขาได้รับคะแนนเสียงข้างมากแม้จะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก
  • ขณะที่เดียวกัน Biden ต้องตัดสินใจว่าจะตอบสนองอย่างจริงใจหรือมุ่งเน้นไปที่ประเด้นเรื่อง COVID-19, เศรษฐกิจ และประเด็นอื่น ๆ ที่สำคัญกว่าสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และแม้ว่าทรัมป์จะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน แต่นี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาที่จะโน้มน้าวใจประชากรเพื่อให้มองเขาเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือกว่าโจ ไบเดน

“ฉากเปิดตัว” สามแบบของตลาดการเงินหลังวิกฤติโควิดที่นักลงทุนต้องเตรียมพร้อม

DR.JITIPOL PUKSAMATANAN
“ฉากเปิดตัว” สามแบบของตลาดการเงินหลังวิกฤติโควิดที่นักลงทุนต้องเตรียมพร้อม

ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ผมให้มุมมอง “ฉากจบ” ของวิกฤตโคโรนาไวรัสกับตลาดการเงินไว้สี่แบบ จากวันนั้นถึงวันนี้ ความกลัวโคโรนาไวรัสผ่อนคลายลงมากแต่ตลาดการเงินกลับเคลื่อนไหวในแบบ K Shape โดยมีการฟื้นตัวของกลุ่มสินทรัพย์เติบโตสูง (Growth) เป็นผู้นำ สวนทางกับการลงทุนเน้นมูลค่า (Value) ที่ยังจมอยู่ก้นเหว รอการกลับมากิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบเดิม

ครั้งนี้ ผมจึงชวนมองภาพ “ฉากเปิดตัว” ของตลาดการเงินหลังวิกฤตโคโรนาไวรัส รับไตรมาสที่สี่ โดยเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เป็นไปได้มีด้วยกัน “สามกรณี”

ดีที่สุด คือวัคซีนมาเร็วตั้งแต่ไตรมาสนี้ ส่งผลให้ทุกอย่างฟื้นกลับมาได้ตั้งแต่ต้นปี 2021

กรณีนี้ถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งจะเกิดได้ด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุขทั่วโลก โอกาสเกิดมีอยู่ราว 20%

ความเร็วของวัคซีนจะหนุนให้ทั้งเศรษฐกิจแบบเก่าที่ได้รับผลกระทบจากโควิดสามารถกลับมาทำกิจกรรมแบบเดิม ๆ ได้เร็ว การจ้างงานเกิดขึ้นต่อเนื่อง กรณีนี้การลงทุนในสินทรัพย์วัฏจักร (Cyclical) เช่นในทวีปยุโรปหรือญี่ปุ่น ไปจนถึงกลุ่ม Value จะน่าสนใจที่สุด

ส่วนสินทรัพย์ที่ถูกเลือกเป็นหลุมหลบภัย (Safe Haven) ในช่วงวิกฤติเช่นทองคำหรือเงินดอลลาร์อาจถูกขาย เพราะเมื่อไม่มีความกลัวไวรัส การลงทุนเหล่านี้ก็จะถูกลดความสำคัญลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

ส่วนเหตุการณ์ที่ตลาดเชื่อว่าจะเกิดคือ “เรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับไวรัส”

เนื่องจากยาต้านไวรัสอาจถูกพัฒนาสำเร็จเร็วที่สุดในช่วงกลางปี 2021

ในภาวะเช่นนี้ เศรษฐกิจและตลาดการเงินจะต้องดำเนินไปอย่างผสมผสาน เพราะข้อเสีย คือตลาดแรงงานทั่วโลกจะไม่กลับมาที่จุดเดิม หลายธุรกิจที่ต้องเลิกหรือเปลี่ยนกิจกรรมไปจากเดิม

แม้เราจะหวังได้ว่าภาครัฐทั่วโลกคงมีนโยบายการคลังหรือการเงินมาสนับสนุน แต่ด้วยระยะการกระตุ้นเศรษฐกิจที่นาน แรงต้านจากคนไม่เห็นด้วยกับการขาดดุลจะเพิ่มขึ้นจนสร้างความเสี่ยงด้านภาษี

ในเหตุการณ์นี้ การลงทุนที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวอย่างเช่นหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ หรือจีนจะได้รับความนิยมมาที่สุด ตรงข้ามกับตรารหนี้ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่ต้องระวัง เพราะยิ่งยาต้านไวรัสมาช้า กลุ่มธุรกิจที่ล้มหายตายจากก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ส่วนเหตุการณ์ที่ถือเป็นกรณีที่แย่ที่สุดคือ “บางประเทศต้องกลับไปล็อคดาวน์อีกครั้ง”

กรณีนี้คงเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกไม่อยากให้เกิด แต่อาจเลี่ยงไม่ได้ถ้าการพัฒนายาต้านไวรัสไม่มีความคืบหน้า แต่ความกังวลเรื่องระบาดทั่วโลกกลับมาอีกครั้งในช่วงปลายปี

ความเป็นไปได้อาจมีน้อยกว่า 10% แต่ถ้าเกิดขึ้น จะกดดันให้แรงงานที่เคยถูกจ้างชั่วคราวต้องกลับไปตกงานใหม่ และทุกคนคงต้องยอมรับความจริงว่าเศรษฐกิจแบบเดิม ๆ ไม่กลับมาแล้ว

ในกรณีนี้ แม้เทคโนโลยีจะหนุนให้เราก้าวผ่านความยากลำบากครั้งนี้ได้ดีกว่าอดีต แต่รายได้ของคนทั่วไปไม่มีทางฟื้นตัวตามทัน หุ้นทั่วโลกจึงอาจปรับฐานลงได้ 10-15% และสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ หรือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินดอลลาร์ จะวิ่งกลับไปทดสอบจุดดสูงสุดใหม่อย่างรวดเร็ว

และนั่นก็คือ “ฉากเปิดตัว” ทั้งสามแบบของตลาดการเงินหลังวิกฤตโคโรนาไวรัส

จากนี้ไปจึงควรจับตาดูทิศทางของดัชนีหลักไม่ว่าจะเป็น หุ้นสหรัฐ จีน ยุโรป ญี่ปุ่น และทองคำให้ดี เพราะสินทรัพย์เหล่านี้จะค่อย ๆ ส่งสัญญาณบอกเราว่าตลาดกำลังเชื่อในฉากแรกในแบบไหน

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมมองว่าสิ่งที่เหมือนกันในทั้งสามกรณีคือ (1) ทิศทางของ Globalization ที่ต้องลดบทบาทลง ทำให้การส่งออกไม่กลับมา (2) ความไม่เท่าเทียมที่สูงขึ้นที่จะไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองในหลายประเทศ แต่ (3) นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงิน (MMT) หรือช่วยซื้อสินทรัพย์เสี่ยง (QE) กลายเป็นนโยบายกระแสหลัก

ผมจึงมีความเชื่อมั่นและมองโลกในแง่บวกกับตลาดการเงินหลังวิกฤติครั้งนี้มากกว่าครั้งอื่น ๆ  เพราะ

“เป็นปรกติที่หลังวิกฤตจะมีสิ่งที่เราไม่รู้รออยู่อีกมาก แต่แทบไม่มีฉากแรกหลังวิกฤติครั้งไหน ที่นโยบายการเงินและนโยบายการคลังแบบสุดโต่ง จะได้รับการยอมรับมากเท่าครั้งนี้เช่นกัน ดังนั้นแม้จะเป็นฉากที่แย่ที่สุด ก็อาจไม่ได้แย่เท่ากับที่หลายคนคิด”

แค่เรามีสติ รู้ให้ทันว่าสินทรัพย์ไหนกำลังบอกอะไรเราอยู่ ก็ถือว่าพร้อมเริ่มต้นไปกับรอบใหม่ของตลาดการเงินครั้งนี้แล้ว และอย่าลืม “ปรับพอร์ต” เมื่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาถึงด้วยนะครับ

“ฉากเปิดตัว” สามแบบของตลาดการเงินหลังวิกฤติโควิดที่นักลงทุนต้องเตรียมพร้อม

คาดการณ์ฉากเปิดตัวสามแบบของตลาดการเงินหลังวิกฤติโควิด-19
ที่มา: Chief Investment Office, SCB Securities

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์

Testimonial: บทสัมภาษณ์ คุณมานะ เตียงตระกูลทอง ที่ปรึกษาบริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด

FINNOMENA Admin
Testimonial: บทสัมภาษณ์ คุณมานะ เตียงตระกูลทอง ที่ปรึกษาบริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ปัจจุบันคุณมานะทำอะไรอยู่บ้าง?

เดิมที่เริ่มรู้จักกับฟินโนมีนา ก็เป็นผู้บริหารบริษัท ดูแลงานจนกระทั่ง Early Retire หลังจากออกมาแล้วก็ได้พักนิดเดียว จากนั้นเพื่อน ๆ ก็ชวนมาเป็นที่ปรึกษาอยู่ที่คอมเม็ทส์ เป็นบริษัทเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ปัจจุบันก็ย้ายมาเป็นที่ปรึกษา Part Time อยู่ที่ไอคัลเลอร์  เพิ่งมาสร้างโรงงานใหม่ เป็นของ iColor Cosmetics Thailand เดิมทีคอมเม็ทส์เป็นธุรกิจ OEM ทางด้าน Cosmetic Packaging ทำพวกสินค้าสำเร็จรูปเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการนำเข้ามา แล้วมาแพ็คไปให้ลูกค้า แต่พอมาเปิดเป็น iColor นี่จะเป็นแบบครบวงจรเลย มีการผสม Cosmetic Content เอง Personal Care, Skin Care ทำได้หมด ในเซเว่นก็มีที่เราทำส่ง คือนำเครื่องจักรจากเมืองนอกมาแล้วผลิตหลากหลายสินค้ามากขึ้น

จุดเริ่มต้นและเป้าหมายในการเข้ามาลงทุนของคุณมานะคืออะไร?

จริง ๆ เริ่มมานานแล้วนะ จุดแรก ๆ น่าจะเป็นช่วงที่ไปเรียนปริญญาโท ก็เลยรู้ว่ามีเรื่องการลงทุน พอไปดูปุ๊บ เริ่มสนใจปุ๊บ ก็เลยเริ่มเปิดพอร์ตหุ้น ก็ได้ ๆ เจ๊ง ๆ เลยมาดูกองทุนรวมน่าจะถูกโฉลก แต่สมัยก่อนดอกเบี้ยดี ก็ซื้อกองทุนตราสารหนี้เสียก่อน ที่เป็นแบบ 6 เดือน 1 ปี 3 เดือนมีดอก พวกคงที่แบบนี้มันก็ดูดี แล้วก็เริ่มมา RMF ยุคแรก ๆ ปีสองปีแรกก็เริ่มซื้อ มันก็ได้ประโยชน์เพราะเราก็จ่ายภาษีสูง แต่จริง ๆ แล้วก็อยู่ในหุ้นไทยมาตลอด ชนิดเดียวด้วยซ้ำ ไม่เคยคิดจะเล่นกองทุนนอกอะไรต่าง ๆ เลย ชีวิตก็วุ่นวายกับการต้องเปิดกับหลาย ๆ แบงก์หลาย ๆ ที่ แต่ถ้าเป็นบริษัทที่ดี ๆ ก็หาจุดขายยาก เพราะสมัยก่อนยากกว่าสมัยนี้อีก เปิดบัญชีของที่ไม่ใช่ของแบงก์ ก็ไม่รู้จะเปิดอย่างไร เราอยู่บ้านนอกต่างจังหวัด การติดต่อก็ไม่สะดวกในเรื่องของเอกสารต่าง ๆ

จนกระทั่งหลัง ๆ อ่านและศึกษาการลงทุนบ้างตามเวลาว่างที่มี มาเห็น NTER FINNOMENA เนี่ยชื่อแปลก ดูอยู่พักหนึ่งแต่ก็ยังไม่ได้เข้ามาตั้งแต่ช่วงแรกนะ มาเข้าช่วงที่ฟินโนมีนาเปิดมาได้สักประมาณ 6 เดือนหรือ 1 ปี เผอิญไปอ่านบทความเจอเรื่องของ Asset Allocation ซึ่งเราก็คิดว่าน่าจะมีผล เพราะว่าเราเคยได้รับผลพวงจากช่วงวิกฤตหลาย ๆ รอบที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบอร์เกอร์ หรือว่าต้มยำกุ้ง โดนมาแล้วมันรู้ไง เพราะมันตกไปเยอะ สมัยก่อนหุ้นไทยเวลามันตีกลับ แล้วเราซื้อแบบ DCA เรื่อย ๆ มันก็ได้ประโยชน์ ทำให้เห็นว่าการลงทุนมันช่วยได้เยอะ พอรู้จักฟินโนมีนาก็ชอบในเรื่องของ Asset Allocation แล้วก็คอยติดตามอัปเดตพอร์ตบ้าง หรือฟัง หรืออ่าน พอฟังปุ๊บก็ฉลาดขึ้นนะ รู้สึกว่าได้ความรู้จากการมองพวก Indicator ต่าง ๆ มากขึ้น รู้บ้างไม่รู้บ้างฟังซ้ำ ๆ ไป ทั้งคุณเจทคุณแบงค์ก็จะคล่องขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้กล้าไปเชิญชวนชาวบ้านมา รู้สึกว่าตอนนั้นเคยเชิญฟินโนมีนาไปเปิดคอร์สสอนที่บริษัท ที่คอมเม็ทส์ก็มี ก่อนหน้านั้นก็ไปสอนที่แบรนด์ คือแบรนด์นี่ไปเปิดสอน แล้วเปิดเป็นห้อง Conference ใหญ่เลย รู้สึกเปิดบัญชีกันเยอะอยู่นะรอบนั้น และทุกวันนี้หลาย ๆ คนก็น่าจะถืออยู่ และซื้อแบบ DCA อยู่

เพราะอะไรคุณมานะถึงตัดสินใจเลือกลงทุนกับ FINNOMENA?

น่าจะเป็นการฟังคอนเซปต์การลงทุนพวก Asset Allocation แล้วรู้สึกว่าน่าจะตอบโจทย์มากกว่า และก็ที่ชอบที่สุดเลยคือความเป็นกลางนะ ความเป็นกลางที่สามารถที่จะแนะนำกองทุนได้ เมื่อก่อนเราก็รู้จักแต่ของแบงก์ ไม่ได้อ่านจากที่อื่น ก็จะเชื่อว่าตัวนั้นมันดี หรืออ่านจากหนังสือพิมพ์ที่สรุปพวกธุรกิจ มันก็แล้วแต่ใครเชียร์ตัวไหนเราก็ซื้อตัวนั้น ฉะนั้นในพอร์ตก็จะมีจดหมายกองทุนเยอะมาก เยอะมากจนกระทั่งสุดท้ายมาเจอฟินโนมีนาด้วย FIX MY PORT จริง ๆ แล้วช่วงแรกก็ไม่ได้เชื่อหมด เพราะสังเกตแล้วมันก็ไม่ได้เคลียร์ตามนั้นหมด มันก็เชื่อ แต่เชื่อแบบสัก 30 เปอร์เซ็นต์ตามนั้นไปก่อน ที่เหลือก็เผื่อไว้ ตอนนี้ก็อยู่กับฟินโนมีนามา 3 ปีแล้วไวมากนะ

FINNOMENA สามารถเข้าไปช่วยเหลือในจุดไหนของคุณมานะได้บ้าง?

ส่วนใหญ่แล้วถ้าคนทั่วไป สมมติเป็นนักธุรกิจก็จะทำให้พอรู้ Circle เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือรู้เรื่องของธุรกิจบ้าง แต่เรื่องที่เขาจะไม่ค่อยศึกษากัน คือการอ่านในด้านเทคนิค เพราะฉะนั้นการที่ฟินโนมีนาเอาเรื่องของเทคนิคมาประกอบ นอกจากเรื่องวิเคราะห์พื้นฐาน มันให้เราดูเหมือนจับจังหวะได้ดีขึ้น ทำให้มีความมั่นใจเวลาที่เราจะตามตัวเลือกที่ทางฟินโนมีนาให้มาได้ง่ายขึ้น ซึ่งเดิมเราไม่ได้มีความรู้ทางด้านนี้ไง เลยทำให้ซื้อผิดซื้อถูก ซื้อจังหวะไม่ได้อะไรต่าง ๆ รวมทั้ง Asset Allocation ก็เหมือนกับเปิดโลกให้เรารู้จักกองทุนอีกหลายตัวที่ไม่เคยรู้จัก

คุณมานะมองว่า FINNOMENA แตกต่างจากการลงทุนที่อื่นอย่างไร?

มีพอร์ตให้เลือกหลากหลายนะ ตามแผนการเงินของแต่ละคนเลยนะ มีตั้งแต่ไม่รู้จักอะไรเลย ยันมืออาชีพ เข้าใจออกผลิตภัณฑ์ ตอบรับได้ทุกระดับความเสี่ยงของแต่ละคน

อย่างของเราเองก็ถือตั้งหลายพอร์ต แต่ละพอร์ตก็มีวัตถุประสงค์ต่างกัน คือบางพอร์ตก็ถือเพื่อให้มีเงินไหลเข้า บางพอร์ตก็เสี่ยงเยอะ เน้นสีสันในชีวิต เพิ่มอะดรีนาลีนอะไรแบบนี้ มันก็ดีทำให้เราไม่ต้องคิดมาก คือเดิมปกติวางแผนการเงินเราก็ต้องแบ่งเป็นก้อน เหมือนกับการจัดการการเงินในกระเป๋านะ แต่ตัวนี้มันมีพอร์ตมาตอบการจัดการของเราเรียบร้อย มันก็สะดวกดี อย่างคนขับรถคนเก่าของเราก็แนะนำให้เขาซื้อพอร์ต 1st Million ทุกวันนี้เขาก็ซื้อแบบ DCA อยู่เรื่อย ๆ เขาก็มีความสุขมาก เพราะเขาไม่เคยรู้ว่ามันมีแบบนี้อยู่ ตอนนี้คนขับรถกับภรรยาก็กลายเป็นแฟน LIVE ของฟินโนมีนาเลยนะ

อยากให้ฝากอะไรถึงนักลงทุนท่านอื่นสักนิด ที่เป็นผู้เริ่มต้น หรือกำลังเดินอยู่บนเส้นทางการลงทุน ควรจะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง?

พอพูดเรื่องลงทุน ทุกคนจะกังวลอยู่ 2 เรื่อง อันที่หนึ่งคือ ไม่มีเงินที่จะเริ่ม อันที่สองคือ ที่ลงทุนไปเสี่ยงไหม

เขาไม่เคยตอบโจทย์สองข้อนี้ด้วยตัวเค้าเองไงว่า ความเสี่ยง เกิดจากการไม่เริ่มต้นเรียนรู้ เหมือนเราที่เริ่มต้นจากการอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจ หนังสือเรื่องการออมเงิน อ่านไปนิด ๆ หน่อย ๆ จากที่ไม่รู้เรื่องมันก็เริ่มมีความรู้ สิ่งสำคัญคือรู้แล้วมันต้องลงมือ ประเภทที่เรียกว่า ททท. ทำทันที ถ้าไม่รู้ว่าจะทำอะไร เปิดบัญชีไปก่อน ที่เหลือค่อยว่ากันต่อ ถ้าไม่เริ่มลงมือก็ไม่มีทางรู้ แล้วเด็กสมัยใหม่นี่ไม่มีทางเกษียณ ถ้าสมมติไม่รู้จักการวางแผนการเงิน

อ่านเรื่องราวความประทับใจจากนักลงทุนท่านอื่น ๆ ได้ที่ https://www.finnomena.com/testimonials/

การบินไทยจัดเที่ยวบินพิเศษรับกรุ๊ปจีน STV เข้าไทย 28 ต.ค.นี้

FINNOMENA Reporter

ตามที่รัฐบาลมีมติอนุมัติให้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบจำกัดภายใต้วีซ่าพิเศษ (Special Tourist Visa : STV) โดยอนุญาตให้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยและพำนักในระยะยาวเป็นเวลา 90 วัน

  • ทำให้การบินไทยเป็นสายการบินสัญชาติไทยสายการบินแรก ที่สนับสนุนนโยบายภาครัฐ โดยประสานกับบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด ผ่านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
  • โดยได้จัดเที่ยวบินพิเศษรองรับผู้โดยสารชาวจีนที่ถือวีซ่าลองสเตย์ จากเซี่ยงไฮ้ 120 คน เดินทางมายังกรุงเทพฯ ซึ่งคาดว่าจะถึงกรุงเทพฯเวลา 21.15 น. ในวันที่ 28 ตุลาคม 2563
  • ทั้งนี้เที่ยวบินดังกล่าวมีชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าทางการแพทย์ (Medical Visa) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างการบินไทยกับเครือโรงพยาบาลพญาไทร่วมเดินทาง อีกทั้งมีคนไทยในสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางกลับบ้านอีกด้วย

ที่มา : https://mgronline.com/uptodate/detail/9630000106955

รัฐบาลสหรัฐฟ้องกูเกิลผูกขาดธุรกิจสืบค้นข้อมูล

FINNOMENA Reporter

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฟ้องบริษัทกูเกิล ละเมิดกฎหมายต่อต้านการกีดกันทางการค้า ด้วยการผูกขาดบริการค้นหาข้อมูลในโลกออนไลน์ โดยเกือบ 90% ของการค้นหาข้อมูลในประเทศต้องผ่านกูเกิล

  • ซึ่งกูเกิลไม่ได้แข่งขันกับผู้ประกอบการอื่นในด้านคุณภาพแต่ผ่านการล็อบบี้ ด้วยการทุ่มงบประมาณมหาศาลกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟน และผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการ
  • แม้ยังไม่มีความชัดเจนว่าภาครัฐจะเรียกค่าเสียหายจากกูเกิลเป็นจำนวนเท่าใด แต่ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการฟ้องร้องบริษัทเทคโนโลยีครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลอวอชิงตัน
  • ด้านกูเกิลออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจอย่างหนัก และยืนยันว่าผู้บริโภคเลือกใช้บริการของกูเกิลด้วยความสมัครใจ

ที่มา : https://www.washingtonpost.com/technology/2020/10/20/google-antitrust-doj-lawsuit/

หยวนดิจิทอล ไปไกลกว่าที่เราคิดเยอะแล้ว

Mr.Messenger

หลายคนคงน่าจะจำได้ว่า เมื่อช่วงเดือนพ.ค. ทางจีนประกาศทดลองใช้หยวนดิจิทัล เพื่อนำประเทศเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้

ล่าสุด จีน ได้เข้าสู่การพัฒนาในเฟสต่อไปเรียบร้อย หลังธนาคารกลางจีนประกาศ ภายใต้โครงการทดลองครั้งใหม่ ด้วยการแจกจ่าย“ อั่งเปา” ในรูปแบบของ E-Wallet ที่มีเงินดิจิทัลมูลค่า 200 หยวน (หรือ ราวๆ $29.75) ต่อ 1 ผู้ใช้งานที่ทางธนาคารกลางทำการสุ่มเลือกจำนวน 50,000 คน ในเมืองเซินเจิ้น

ด้วยเฟสการพัฒนาที่เริ่มเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนเพิ่มมากขึ้นเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ณ ชั่วโมงเงินหยวนดิจิทัลสามารถทำงานได้จริงในการใช้ชำระค่าสินค้าได้แล้ว จนถึงตอนนี้ มี Application ไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Didi, Chuxing และ จัดส่งอาหาร Meituan Dianping และร้านค้าจำนวน 3,389 ร้าน ก็มีส่วนร่วมในการทดลองนี้ด้วย

ดูเหมือนว่า เงินหยวนดิจิทัลของจีนน่าจะกลายเป็นโครงการริเริ่ม Central Bank Digital Currency (CBDC) ที่ก้าวหน้าที่สุดในบรรดาหลายโครงการทั่วโลกไปแล้ว

หลายคนคงยังสงสัยว่า แล้ว หยวนดิจิทอล มันทำงานอย่างไร?

จากมุมมองของผู้ใช้งานในจีนนั้น ต้องบอกว่า แทบจะไม่มีความแตกต่างจากวิธีการชำระออนไลน์ที่มีอยู่เดิมของจีน อย่าง การชำระเงินผ่าน Alipay และ WeChat Pay เลย โดยผู้ใช้งาน ต้องดาวน์โหลดกระเป๋าเงินดิจิทัลที่สามารถเก็บเงินได้ จากนั้นก็สร้างรหัส QR ที่สามารถสแกนได้โดยเครื่องชำระเงินในร้านค้า

แต่เอาจริงๆ ระบบหลังบ้านของดิจิทอลหยวน มีความซับซ้อนกว่านั้นในรายละเอียด เพราะ ผู้ออกและควบคุม ก็คือ ธนาคารกลาง ดังนั้น จึงมีการเพิ่มระบบกลไกลที่สามารถควบคุมดูแลโดยรัฐ พร้อมทั้งต้องเป็นระบบที่รัฐเองสามารถตรวจสอบได้ว่าเงินนี้มีเส้นทางการเงินอย่างไร เพื่อแก้ปัญหาการฉ้อโกง คอรัปชั่น และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลให้เข้มข้นขึ้นไปอีก

โดยในกระบวนการการปล่อยหยวนดิจิทอลนี้ เหล่าธนาคารพาณิชย์จะมีบทบาทในการกระจายเงินให้กับผู้ใช้ และในการดำเนินการกระจายเงินนี้ ธนาคารต่างๆจะต้องฝากเงินสำรองไว้กับ PBOC (ธนาคารกลางจีน) เท่ากับเงินหยวนดิจิทัลที่พวกเขาแจกจ่าย นั้นแปลว่า อัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลหยวน กับ หยวนดิจิทอล ก็คือ 1:1

ทำไมธนาคารกลางถึงสร้างกลไกให้ดิจิทอลหยวนเป็นแบบนี้?

เชื่อว่า (ความเห็นส่วนตัว) ธนาคารพาณิชย์และธนาคารกลาง ต้องการเก็บฐานข้อมูลและติดตามการไหลเวียนของเงินหยวนดิจิทัลจากผู้ใช้หนึ่งสู่ผู้ใช้หนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารกลางทั่วโลก ไม่เคยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการที่ transaction ที่เกิดในระบบ เกิดจากการใช้ เหรียญหรือธนบัตร

ถ้าหยวนดิจิทอลถูกใช้อย่างแพร่หลาย จะเป็นอย่างไร?

น่าจะทำให้ผู้กำหนดนโยบายของจีน ทั้งรัฐบาล หรือ ธนาคารกลางเอง มีความเข้าใจมากขึ้นว่าเงินที่ไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจของจีนมีลักษณะเป็นอย่างไร ผลที่ตามมาก็คือ หน่วยงานรัฐสามารถติดตามการไหลเวียนของเงินที่ผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน หรือการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้าย ได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

แต่ก็เชื่อว่า เหล่าผู้ก่อการร้าย ก็จะหาวิธีหลบ โดยใช้เงินสกุลดิจิทอลอื่นๆ ที่ไม่ได้มีการควบคุมอย่างหยวนดิจิทอลแทนอยู่ดีนะครับ ซึ่งก็ถือเป็นปัญหาในอนาคตที่จะต้องไปแก้กันต่ออีกที
อีกด้าน ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นวัตถุประสงค์หลักของการใช้หยวนดิจิทอลเลย ก็คือ เมื่อระบบเศรษฐกิจ กลายเป็นสังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ ก็สามารถกำหนดเป้าหมายในการเข้าแทรกแซงด้วยนโยบายการเงิน แบบเฉพาะเจาะจงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หรือ ในเคสแบบสุดโต่ง หากสถานการณ์เศรษฐกิจดูจะทรุดรุนแรง ธนาคารกลางก็สามารถประกาศใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบสำหรับการใช้เงินสดเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย หรือการผันย้ายเงินกระดาษเข้าสู่หยวนดิจิทอลด้วย

การปล่อยหยวนดิจิทอล ในมุมมองของผม มองว่า นี่คือส่วนหนึ่งของเป้าหมายระยะยาวของจีน ที่ต้องการสร้างสกุลเงินให้เป็นสากล ได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น ที่หากมองในแง่จังหวะและเวลา ก็ต้องถือว่า เหมาะสมมากๆ เพราะการอัดฉีดนโยบายการเงินแบบไร้เพดานโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าแบบที่เราเห็นตอนนี้ ทำให้ประชาคมโลกตั้งคำถามกับการมีอยู่ และคุณค่าของการถือดอลล่าร์สหรัฐฯเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ

หากโมเดลหยวนดิจิทอลประสบความสำเร็จในประเทศจีนมากขึ้น หลังจากนี้ ก็อาจจะง่ายขึ้นที่หยวนดิจิทัลจะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ประเทศอื่นๆ หันมาคบค้ากับจีน และใช้สกุลหยวนเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน เพื่อแลกกับการเข้าไปเจาะตลาดแผ่นดินใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคน ก็เป็นได้

จากการพยากรณ์ของ Oxford Economics คาดว่า GDP ของจีน จะแซงสหรัฐฯขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ข้างหน้าหลังจากวันนี้ เรามารอดูกันว่า การเปลี่ยนขั้วมหาอำนาจของโลกจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่กัน

วกกลับมาในเรื่องของการลงทุน ต้องยอมรับว่า การวางนโยบาย และการปรับตัวของรัฐบาลจีนรวมถึงเศรษฐกิจจีนเอง ดูจะทำได้ดีโดยเฉพาะกับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ดังนั้น มันเลยเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ดี ที่ใครจะมีพอร์ตการลงทุนในหุ้นกลุ่ม New Economy ของจีนไว้ในระยะยาวหลังจากนี้บ้าง ไม่มากก็น้อย

แหล่งที่มาข้อมูล : https://tokeny.com/what-does-covid-19-mean-for-central-bank-digital-currencies/
https://www.bangkokpost.com/business/1999919/china-begins-digital-currency-trial
https://www.invesco.com/invest-china/en/institutional/insights/china-a-share-market-to-thrive-on-economic-growth-and-market-imp.html
https://www.ledgerinsights.com/china-central-bank-digital-currency-cbdc-ecny-giveaway-results/
https://knowledge.bualuang.co.th/knowledge-base/thesweetspotinchinesehk/

Mr.Messenger รายงาน

จีนเผยสามารถผลิตวัคซีนต้านโควิดมากกว่า 600 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้

FINNOMENA Reporter

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) กล่าวว่า จีนมีความสามารถในการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 จำนวน 610 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้

  • โดยจีนมองว่าวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับสาธารณะ จึงกำหนดราคาตามต้นทุน มากกว่าตามปัจจัยอุปสงค์-อุปทาน
  • ซึ่งราคาดังกล่าวจะเป็นที่ยอมรับของสาธารณชน และกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะเป็นกลุ่มแรกๆที่ได้รับวัคซีนดังกล่าว
  • ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน กล่าวว่า อาสาสมัครจำนวน 60,000 รายในประเทศต่างๆ ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ของจีนในการทดลองทางคลินิคในระยะที่ 3 โดยไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงใดๆ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq38/3168636

ปีละครั้งต้องเอาให้คุ้ม ต้อนรับแผนการลงทุน Tax Saving Fund รับสิทธิ์หน่วยลงทุน ฟรี! มูลค่า 100 บาท

FINNOMENA Admin
Tax Saving Promotion

โปรโมชั่นเริ่มแล้ว

Tax Saving Promotion

ต้อนรับแผนการลงทุนใหม่ล่าสุด Tax Saving Fund

ปีหนึ่งครั้งเดียวต้องเอาให้คุ้ม ตอบโจทย์นักลงทุนทั้งหน้าใหม่และเก่า FINNOMENA จัดเต็มส่งท้ายปี สร้างแผนการลงทุน Tax Saving Fund เพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.- 30 ธ.ค. 63 รับรางวัลหน่วยลงทุน K-CASH มูลค่า 100 บาท 

เงื่อนไขการรับของรางวัล

  • ผู้รับสิทธิ์ต้องสร้างแผนการลงทุน Tax Saving ให้สมบูรณ์และได้รับการยืนยันเลขผู้ถือหน่วยลงทุนจาก FINNOMENA ภายในวันที่ 23 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 63

ลูกค้าใหม่กดปุ่มด้านล่างนี้ได้เลย!

ลูกค้าเก่า.. กดปุ่มสร้างแผนได้ทันที!

*ขอสงวนสิทธิ์การให้ของรางวัลจากการสร้างแผนการลงทุน Tax Saving เมื่อผู้รับสิทธิ์ได้ใช้สิทธิ์โปรโมชั่นเปิดบัญชีลงทุนครั้งแรกกับ FINNOMENA (FUND100) ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.- 30 ธ.ค. 63

  • ผู้รับสิทธิ์ต้องสร้างแผนการลงทุน Tax Saving ให้สมบูรณ์และได้รับการยืนยันเลขผู้ถือหน่วยลงทุนจาก FINNOMENA ภายในวันที่ 23 ต.ค.- 30 ธ.ค. 63 
  • ผู้รับสิทธิ์จะได้รับของรางวัลเป็นหน่วยลงทุน K-CASH จำนวน 100 บาท 
  • จำกัดสิทธิ์รับรางวัล ลูกค้า 1 ท่าน ต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น
  • FINNOMENA มอบของรางวัลหน่วยลงทุน K-CASH ให้ผู้รับสิทธิ์ตามโปรโมชั่น โดยจะทำการวางคำสั่งซื้อหน่วยลงทุน K-CASH ในบัญชีแผนการลงทุนล่าสุดที่ไม่ใช่แผนการลงทุน Tax saving  ของผู้รับสิทธิ์ ในกรณีที่ผู้รับสิทธิ์ไม่มีแผนการลงทุนที่ไม่ใช่แผนการลงทุน Tax saving มาก่อน ของรางวัลจะถูกวางคำสั่งซื้อหน่วยลงทุน K-CASH ในบัญชีแผนการลงทุนชื่อ “กองทุนรวม” 
  • จำกัดสิทธิ์การได้รับของรางวัล เฉพาะผู้ที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน โดย FINNOMENA จะพิจารณาจากเวลาที่สร้างแผนการลงทุน Tax Saving และมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขของโปรโมชั่นครบถ้วนโดยสมบูรณ์แล้วเท่านั้น
  • Finnomena ขอสงวนสิทธิ์ ในกรณีที่ผู้รับสิทธิ์ได้ใช้สิทธิ์โปรโมชั่น ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.- 30 ธ.ค. 63 รับหน่วยลงทุนมูลค่า 100 บาท เมื่อเปิดบัญชีลงทุนครั้งแรกกับ FINNOMENA (FUND100) แล้ว ผู้รับสิทธิ์จะไม่ได้รับของรางวัลหน่วยลงทุนมูลค่า 100 บาท จากการสร้างแผนการลงทุน Tax Saving อีก
  • ในการเข้าร่วมโปรโมชั่นนี้ ผู้รับสิทธิ์ทราบว่าของรางวัลเป็นหน่วยลงทุน K-CASH และผู้รับสิทธิได้ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของการลงทุนตามข้อมูล Fund Fact Sheet ของหน่วยลงทุน K-CASH ดูข้อมูลและ Fund Fact Sheet กองทุน K-CASH เพิ่ม link
  • FINNOMENA จะดำเนินการจัดสรรหน่วยลงทุน K-CASH ให้ผู้รับสิทธิ์ตามโปรโมชั่น โดยจะทำการวางคำสั่งซื้อหน่วยลงทุน K-CASH ในบัญชีแผนการลงทุนล่าสุด ที่ไม่ใช่แผนการลงทุน Tax saving ของผู้รับสิทธิ์  หลังจากผู้รับสิทธิ์ดำเนินการตามเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว FINNOMENA จะทำการชำระราคาค่าซื้อให้โดยเรียงลำดับตามเวลาที่เปิดบัญชีสำเร็จของผู้รับสิทธิ์ โดยบริษัทกำหนดวันใดวันหนึ่งไม่เกินวันที่ 25 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้รับสิทธิ์ทุกท่านทราบข้อมูลดังกล่าวผ่านทางอีเมลของผู้รับสิทธิ์ ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่แผนการลงทุนล่าสุด 
  • ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเงื่อนไขและข้อตกลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีใด ๆ การตัดสินใจหรือการดำเนินการของ FINNOMENA ถือเป็นที่สิ้นสุด

มาไม่มา? 12 ข้อเจาะลึกหุ้นสนามบินจีน 19 บาท

Mr. Serotonin
มาไม่มา? 12 ข้อเจาะลึกหุ้นสนามบินจีน 19 บาท

ธุรกิจการบินใกล้ตายไปแล้ว New normal กำลังจะเปลี่ยนทุกอย่างไป เป็นประโยคที่เราได้ยินผ่านช่วงวิกฤติที่ผ่านมา เรามาดูกันว่าหากพิสูจน์ผ่าน Checklists 12 ข้อเหล่านี้หนึ่งในธุรกิจการบินราคาแสนถูกจะหายไปจากเราจริง ๆ หรือ?

งัดข้อเท็จจริง 12 ข้อสนามบิน Beijing Capital International Airport มาไม่มา? 

  1. บริษัทนี้เป็นบริษัทภายใต้การดูแลของ CAHC ซึ่ง CAHC หรือ Capital Airports Holding Company เป็นบริษัททางรัฐของจีนอีกทีที่ถูกถือครองโดย CAAC (Civil Aviation Administration of China) หรือกระทรวงการขนส่งทางอากาศของจีน หรือเราจะสื่ออีกนัยหนึ่งได้ว่าหนี้สินจำนวนมากนั้น มีหลักประกันชั้นเยี่ยมอย่างการที่ทางรัฐเองมีส่วนได้ส่วนเสียเป็นหลัก ดังนั้นหากเกิดอะไรขึ้นมาความเป็นไปได้ที่ทางรัฐอาจยื่นมือนำเงินช่วยเหลือมาให้
  2. มีข่าวแว่ว ๆ มาว่าทางรัฐจะปั้นสนามบินแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในสนามบินยิ่งใหญ่สุดไฮเทคในอนาคต ยิ่งหนุนนำการสนับสนุนช่วยเหลือที่กล่าวไว้ก่อนหน้า หากเกิดปัญหาขึ้นมา (ยังหาที่มาไม่เจอครับ คนที่อยู่จีนบอกมาอีกที)
  3. การเติบโตของกำไรถือว่าก้าวกระโดดมากในช่วงรอบ 10 ปีที่ผ่านมา กำไรต่อหุ้นเฉลี่ย 3 ปีในช่วงปี 2006-2008 อยู่ที่ 0.19 ในขณะที่กำไรต่อหุ้นเฉลี่ยในช่วงสามปีล่าสุด (2017-2019) อยู่ที่ 0.60 หรือจะเรียกได้ว่าเติบโตมาแบบ 300%! คิดเป็นโดยเฉลี่ยปีละราว ๆ 30%
  4. แต่ก็ต้องระวังนิดนึงนะครับเพราะ ต้องอย่าลืมว่ากำไรข้างต้นที่ผมได้เอ่ยมาเป็นกำไรตอนปี 2019 ที่ยังไม่ได้คิดถึงในปี 2020 นี้ที่เป็นปีที่หนักหน่วงของบริษัทจากการปิดประเทศ
  5. Current Ratio หรือ สินทรัพย์ระยะสั้นซื้อมาขายไวใช้เพิ่มสภาพคล่องหากบริษัทมีปัญหาเทียบกับหนี้สินระยะสั้นที่ต้องจ่ายภายใน 1 ปี อาจมีสัดส่วนที่ดูแล้วอาจจะไม่ปลอดภัยนัก โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 0.48 หรือได้ว่าสินทรัพย์ระยะสั้นของบริษัทแทบจะมีเท่า ๆ กับหนี้สินระยะสั้น
  6. หนี้ระยะสั้นส่วนใหญ่คิดเป็นสัดส่วนถึง 79.07% ของหนี้สินระยะสั้นทั้งหมดมาจาก CAHC ซึ่งหมายความว่าหนี้สินของบริษัทแทบทั้งหมดมาจากบริษัทหลักที่แบคโดยรัฐอีกที
  7. แต่ถึงอย่างนั้นระยะยาวแล้วหากเรามาลองดูหนี้สินต่อทุนทั้งหมด บริษัทนี้มีโครงสร้างหนี้แบบสุดแกร่งและหาได้ยากโดยสัดส่วนหนี้สินทั้งหมดเทียบทุนทั้งหมด (Total Debt/ Total Equity) (D/E) นั้นอยู่ที่ 13.68 หรือเรียกอีกในหนึ่งว่ามีภาระหนี้ที่แบบเข้ม ๆ จัดเต็มก็อยู่แค่เพียง 13.68% ในสัดส่วนที่เทียบกับหนี้ที่มาจากนักลงทุนซึ่งเป็นหนี้ที่ทางบริษัท แทบจะเรียกได้ว่าไม่ต้องเสียอะไรหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา
  8. ราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (P/B) หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าราคาหุ้นต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 0.76 เท่าเพียงเท่านั้นซึ่งถือว่าไม่ได้สูงมากมาย
  9. PE หรือราคาหุ้นเทียบกำไรนั้นถือได้ว่าโคตรถูก! โดย PE รายปีแบบปรับความผันผวน (Normalized) นั้นอยู่ที่ 7.28 เท่าเพียงเท่านั้น และหากจะคิดแบบแฟร์เพลย์ขึ้นมาอีกหน่อยและเอาราคาหุ้นในตอนนี้มาเทียบกับกำไรต่อหุ้นเฉลี่ยในช่วง 3 ปีล่าสุดก็จะอยู่ที่ 8.02 เท่า
  10. กำไรเติบโตย้อนหลังเฉลี่ย 5 ปี (2015-2019) และ 7 ปีย้อนหลัง (2013-2019) อยู่ที่ 12.06% และ 11.70% ตามลำดับ และถือว่าสูงกว่าค่า PE แบบรายปีที่ 7.28 เท่า
  11. มาถึงจุดนี้แล้วหลายคนอาจจะสงสัยว่าสนามบินแห่งนี้จะกลับมาได้จริง ๆ เหรอ ก็ต้องบอกกันก่อนว่าจุดพีคของสนามบินนี้ก็คือผู้ใช้บริการหลัก ๆ ไม่ได้มาจากฝรั่งหรือชาวต่าวชาติ แต่มาจากการบินภายในประเทศ! สิ่งนี้หมายความว่าอะไร? มันหมายความว่าหนึ่งในประเทศที่ควบคุมโรคระบาดได้ดีที่สุดในโลกอย่างจีนที่ได้เริ่มมีการปลด Lockdown เป็นที่เรียบร้อย จนทำให้ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกตินั้น อาจทำให้การเดินทางข้ามโพ้นภายในประเทศกลับขึ้นมาอีกครั้ง จึงอาจทำให้รายได้และกำไรกลับมาได้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเร่งราคาหุ้นให้ดีดตัวขึ้น โดยสัดส่วนของคนที่บินในประเทศที่ยังไม่รวมฮ่องกง มาเก๊าและไต้หวัน คิดเป็นถึง 68.58% หรือจะเรียกได้ว่าพึ่งพาตนเองเป็นหลักก็คงจะไม่ผิดนัก
  12. ข่าวล่าสุดเมื่อต้นเดือน ตุลาคม มีข้อมูลชี้ให้เห็นว่าประชากร 40% ในจีน (คิดเป็นราว ๆ 600 ล้านคน) จะเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศหลังเก็บกฎอัดอั้นกันมานานจากโรคระบาด ซึ่งลดลงหากเราเทียบกับปีที่แล้วที่มีคนท่องเที่ยวภายในประเทศที่ราว ๆ 782 ล้านคน (ลดลงมา 25%) แต่ถึงอย่างนั้นสิ่ง ๆ นี้ก็อาจจะดีพอที่ช่วยพลิกฟื้นรายได้ให้กลับมา

หลุมพรางจากมุมมอง (Pitfall)

  1. ข้อมูลอย่างการที่ทางรัฐจะพัฒนาสนามบินต่อไป จะเรียกได้ว่าเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative) ก็ว่าได้ครับ ดังนั้นเราอาจต้องระลึกไว้เสมอว่าข้อมูลแบบนี้ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ และการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้มุมมองพื้นฐานในส่วนนี้เปลี่ยนไปได้เช่นกัน
  2. ค่า PE ที่ดูไม่แพงยังไม่ได้รวมช่วงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ถึงอย่างนั้นยังมีข้อมูลสนับสนุนอย่างการที่ประชากรอาจเริ่มกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง

วันนี้ผมก็เปลี่ยนแนวมาส่องหุ้นรายตัวบ้าง และก็ต้องขอบคุณคนที่แนะนำหุ้นตัวนี้มาให้ผมด้วยครับ ที่ทำให้ผมได้มาต่อยอดจิ้มงบแต่ละตัวอีกที หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วย สำหรับวันนี้ก็ประมาณนี้ละกันครับ

ขอให้ทุกคนโชคดีครับ

Mr. Serotonin

*อัตราแลกเปลี่ยนราคาหุ้นใช้อัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ 19 ตุลาคม 2020 เวลา 05:39 (UTC) โดยแปลงจากฮ่องกงดอลลาร์เป็นเงินบาท

References

https://apnews.com/article/virus-outbreak-travel-hong-kong-holidays-china-04a9409e2c1fe0d1b947a8de39297f46

https://www1.hkexnews.hk/listedco/listconews/sehk/2008/0427/ltn20080427096.pdf

https://www1.hkexnews.hk/listedco/listconews/sehk/2015/0422/ltn20150422463.pdf

https://www1.hkexnews.hk/listedco/listconews/sehk/2020/0911/2020091100406.pdf

https://www.reuters.com/companies/0694.HK/key-metrics

Netflix ยอดผู้ใช้ใหม่ชะลอลงแรงสุดในรอบ 4 ปี

FINNOMENA Reporter

Netflix เปิดเผยจำนวนผู้สมัครสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 4 ปี ผลมาจากการแข่งขันในตลาดสตรีมมิงที่เพิ่มสูงขึ้น, การผ่อนคลายการควบคุมโควิด-19 และการถ่ายทอดสดการแข่งกีฬาทางโทรทัศน์อีกครั้ง

  • โดยมีผู้สมัครสมาชิกใหม่ 2.2 ล้านรายทั่วโลกในช่วงไตรมาส 3/2563 ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ที่ 3.4 ล้านราย
  • ขณะที่กำไรต่อหุ้นก็ต่ำกว่าคาดเช่นกัน โดยอยู่ที่ 1.74 ดอลลาร์/หุ้น ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ที่ 2.14 ดอลลาร์/หุ้น
  • ทั้งนี้สมาชิกเน็ตฟลิกซ์ภายในประเทศเกือบจะคงที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดอิ่มตัวของเน็ตฟลิกซ์ในสหรัฐฯ หรือนั่นอาจหมายความว่า การเติบโตของรายได้อาจจะมาจากการปรับขึ้นราคาค่าบริการแทน

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq29/3168717

เปิดโผ! กองทุนหุ้นผลตอบแทนเกิน 15% ใน 3 เดือน…มีตัวไหนบ้างมาดูกัน

เพื่อนผู้ใจดี
เปิดโผ! กองทุนหุ้นผลตอบแทนเกิน 15% ใน 3 เดือน...มีตัวไหนบ้างมาดูกัน

ใครว่ากองทุนทำผลตอบแทนช้า ไม่เร็วดังใจ ? วันนี้จะขอชวนมาดูกองทุนหุ้นที่ทำผลตอบแทนได้เกิน 15% ภายใน 3 เดือนเท่านั้น! มาดูกันว่ามีกองทุนหุ้นประเภทไหนบ้าง?

เปิดโผ! กองทุนหุ้นผลตอบแทนเกิน 15% ใน 3 เดือน...มีตัวไหนบ้างมาดูกัน

ข้อมูลจัดอันดับ ณ วันที่ 14 ต.ค. 2563

ทุกกองทุนอัปเดตตัวเลข ณ วันที่ 9 ต.ค. 2563 ยกเว้น TGHDIGI อัปเดตตัวเลข ณ วันที่ 8 ต.ค. 2563

กองทุนที่ไม่มีข้อมูลขาดทุนสูงสุดในรอบ 1 ปี คือกองทุนที่ยังจัดตั้งไม่ครบ 1 ปี ณ วันคำนวณผลการดำเนินงาน

สามารถกรองการจัดอันดับได้เอง พร้อมข้อมูลอัปเดตล่าสุดที่ FINNOMENA Fund Filter


Jessada Sookdhis
Investment Analyst (IA)
ตรวจทานบทความ

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

เจาะลึกกองทุนเปิดใหม่ Principal Global Cloud Computing Fund (PRINCIPAL GCLOUD-A)

BottomLiner
เจาะลึกกองทุนเปิดใหม่ Principal Global Cloud Computing Fund

Theme การลงทุนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ต้องยกให้หุ้นกลุ่ม Technology ที่นับตั้งแต่โควิดระบาดไปทั่วโลก หุ้นกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ได้ประโยชน์อย่างชัดเจน ขณะที่หุ้นกลุ่ม Traditional อื่นอย่างห้างฯ หรือโรงแรมกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก

และถ้าเจาะลึกไปมากกว่านั้นจะพบว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับระบบ Software และ Cloud สามารถสร้างรายได้มหาศาลพร้อมกับแนวโน้มเติบโตในอนาคตที่ถูกเร่งตัวขึ้น เนื่องจากการเกิดโควิดเป็นการบังคับให้เราต้องเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่เราเคยทำบนโลก Physical เข้าสู่โลก Digital ในเวลาเพียงไม่กี่วัน

ตัวอย่างที่ใกล้ตัวซึ่งหลายคนต้องพบเจอคือ การประชุมในทีมต้องใช้ระบบออนไลน์เท่านั้น หรือสาขาธนาคารไม่สามารถเปิดทำการได้ต้องใช้การโอนเงินออนไลน์ทดแทน

คนทั่วไปอาจจะรู้จักแค่เพียงหุ้นยอดฮิตอย่าง Zoom ระบบประชุมออนไลน์ที่กำลังเป็นที่นิยมสุด ๆ แต่ความจริงแล้วยังมีหุ้นอีกหลายตัวมากที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัท Zoom หรือกำลังได้รับประโยชน์จากการเกิดโควิดไม่แพ้บริษัท Zoom เลย

เราเลยอยากพามารู้จักกองทุนเปิดใหม่ PRINCIPAL GCLOUD-A เป็นกองทุนหุ้น ลงทุนเฉพาะในอุตสาหกรรม Cloud Computing

  • ลงทุนในกองแม่ (Master Fund) ชื่อ WisdomTree Cloud Computing UCITs ETF Share Class USD Acc
  • ลงทุนแบบ Passive Fund อ้างอิงตามดัชนี BVP NASDAQ Emerging Cloud Index ที่เป็นดัชนีสำหรับบริษัทเกิดใหม่ในตลาดที่สร้างรายได้หลักจากการให้บริการระบบ Cloud และ Software
  • ธุรกิจในอุตสาหกรรม Cloud และ Software มีลักษณะเฉพาะตัวคือ บริษัทเกิดใหม่ที่สามารถให้บริการตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุด จะสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วมากเนื่องจากธุรกิจทำอยู่บนโลก Digital ทั้งหมด
  • บริษัทที่กองทุน PRINCIPAL GCLOUD-A เข้าลงทุนส่วนใหญ่เป็นบริษัทเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูงเเละมีช่องว่างในตลาดให้เติบโตอีกมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจแบบ SaaS (Software as a Service) ทำรายได้จากการเก็บ Subscription ทำให้มีรายได้ที่มั่นคงมาก

หุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับเเรก (Source: Bloomberg ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2563)

1. Zoom Video Communications Inc (ZM:US)

Zoom คือผู้ให้บริการระบบประชุมออนไลน์ เป็นหนึ่งในธุรกิจประเภท SaaS มีจุดเด่นที่คุณภาพของเสียงเเละคุณภาพของวีดีโอที่ส่งไปถึงผู้รับนั้นอยู่ในระดับสูง เเละใช้งานง่าย ผู้ใช้งานสามารถจัดการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมพร้อมกันสูงสุดถึง 500 คน

อยากรู้เรื่อง Zoom มากกว่านี้ ตามไปอ่านได้ที่ https://www.facebook.com/bottomlinerglobal/posts/3797698290245277

2. Anaplan Inc (PLAN:US)

Anaplan เเพลตฟอร์มด้านการวางเเผนเเละการบริหารจัดการประสิทธิภาพองค์กร (EPM) ช่วยกำหนดเเผนการดำเนินงานกลยุทธ์เเละเป้าหมายขององค์กรให้ชัดเจนสะท้อนงบประมาณที่มีอยู่ทำให้สามารถคาดการณ์ธุรกิจเเละตัดสินใจได้ดีขึ้น

ข้อมูลจาก appsruntheworld บ่งบอกว่า ลูกค้าองค์กรของ Anaplan เป็นบริษัทระดับโลก 77% เป็นองค์กรที่มีรายได้มากกว่า 3 หมื่นล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 17 มีนาคม 2020)

3. Crowdstrike Holdings Inc (CRWD:US) 

บริษัท Cyber Security ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการป้องกันความปลอดภัยทาง Cyber โดยเฉพาะในยุคที่ทุกธุรกิจล้วนอยู่บน Cloud บริษัท Crowdstrike ถือเป็นเบอร์ต้น ๆ ในเรื่อง End Point Protection ซึ่งเติบโตขึ้นสอดคล้องกับธุรกิจ Cloud-Computing ที่บูมเป็นพลุแตก

4. Salesforce Inc (CRM:US)

Salesforce เป็นแพลตฟอร์มที่จำเป็นต่อธุรกิจยุคดิจิทัล โดยปัจจุบันเป็นการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ช่วยในการจัดการข้อมูลของลูกค้า และการขาย รวมถึง Workflow ต่าง ๆ ของการทำงาน ก็สามารถจัดการได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว แค่นั้นยังไม่พอ บริษัทยังเติบโตอย่างมากในฝั่ง Cloud Commerce

5. Datadog Inc (DDOG:US)

Datadog นั้นคือ SaaS ในการตรวจสอบเเละวิเคราะห์ระบบสำหรับเหล่านักเขียนโปรแกรม Dev เเละฝ่าย IT เพื่อการตรวจสอบประสิทธิภาพของเเอปพลิเคชัน ทำให้ Dev สามารถรู้ว่าแอปขององค์กรทำงานช้าหรือไม่เสถียรตรงไหน หรือนำไปวิเคราะห์เพิ่มเติมได้อีก

เมื่อลองไปไล่ดูราคาหุ้นแต่ละตัวก็จะเห็นว่ากลุ่ม Cloud ทั้งหมดบูมสุด ๆ ในตอนนี้ ส่วนอนาคตจะเป็นยังไงนั้นต้องลองไปวิเคราะห์กันต่อดู !

บทความนี้ไม่ได้เชียร์ซื้อขายแต่อย่างใด เป็นเพียงการแนะนำกองทุนและหุ้นที่น่าสนใจ ใครจะลอกหุ้นไปก็ระวัง ๆ นะครับ การลงทุนมีความเสี่ยง

#เราไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ จากการเขียนบทความนี้

BottomLiner

ที่มาบทความ: https://www.facebook.com/bottomlinerglobal/posts/3904820346199737


Jessada Sookdhis
Investment Analyst (IA)
ตรวจทานบทความ

คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน  | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”