แจ้งเตือน

FundTalk Call: กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ โอกาสลงทุนธีม AI ของดีราคาถูก

Jet - The Contrarian Investor
FundTalk Call กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ โอกาสลงทุนธีม AI ของดี ราคาถูก

FundTalk Contrarian Call แนะนำกองทุนหุ้นเกาหลีใต้ DAOL-KOREAEQ รับโอกาสในธีม AI ที่ราคายังไม่แพง

เกาหลีใต้แบน Short Selling ต่อ

มาตรการแบน Short Selling ในเกาหลีใต้ จะถูกขยายระยะเวลาจนกว่าระบบตรวจจับ Naked Short Selling จะแล้วเสร็จ โดยนายลี บอค-ฮยุน ผู้อำนวยการแผนกบริการกำกับดูแลทางการเงิน คณะกรรมการกำกับดูแลด้านการเงินของเกาหลีใต้ (FSS) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะเริ่มใช้ระบบตรวจจับ Naked Short Selling นี้ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 2025 นั่นเอง 

การตัดสินใจแบน Short Selling ต่อไป ส่งผลให้ MSCI ยังคงสถานะของตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็น Emerging Market แต่ในทางกลับกันตลาดหุ้นของเกาหลีใต้จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากประเด็นดังกล่าวไปอีกสักระยะ

Flow ต่างชาติกลับมา หลัง Value-Up Program ของเกาหลีใต้ชัดเจนขึ้น

FundTalk Call กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ โอกาสลงทุนธีม AI ของดี ราคาถูก

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 10/06/2024

รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของเกาหลีใต้ได้เตรียมหารือแนวทางเพื่อดึงดูดบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วม Value-Up Program โดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี (Tax Incentives) เช่น การแยกเก็บภาษีเงินปันผล การลดหย่อนภาษีนิติบุคคลสำหรับบริษัทที่จ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น และการยกเลิกภาษีมรดกสำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งความชัดเจนนี้ส่งผลให้ Flow จากต่างชาติไหลกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

การส่งออก Chip ยังโดดเด่น

FundTalk Call กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ โอกาสลงทุนธีม AI ของดี ราคาถูก

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 10/06/2024

วัฏจักรของ Semiconductor ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งช่วยผลักดันให้การปรับประมาณการกำไรของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นไปด้วย

จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ FundTalk จึงแนะนำกองทุน DAOL-KOREAEQ ที่ลงทุนใน JPMorgan Funds – Korea Equity Fund เพื่อลงทุนใน Theme AI ที่น่าสนใจ และราคาถูก

โอกาสเข้าลงทุนใน DAOL-KOREAEQ

สรุปกองทุน DAOL-KOREAEQ

DAOL-KOREAEQ เป็นกองทุนที่ลงทุนใน JPMorgan Funds – Korea Equity Fund โดยมีนโยบายการลงทุนแบบ Active ซึ่งทำผลตอบแทน 5 ปีย้อนหลังชนะดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ไปได้ถึง 20% 

กองทุนแนะ FundTalk Contrarian Calls อัปเดตล่าสุด 21 มิถุนายน 2024

FundTalk Call กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ โอกาสลงทุนธีม AI ของดี ราคาถูก

ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ

 

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/
จัดทำโดยบลป. เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

สรุปกองทุนหุ้นจีนทั้งหมดในตอนนี้! ใครจะแก้พอร์ต ถัวเพิ่ม หรือเริ่มลงทุน อ่านก่อนเลย

Finnomena Editor
กองทุนจีน

รวมกองทุนหุ้นจีนทุกกองที่มีในตลาด จัดกลุ่มให้เห็นชัด ๆ ตามประเภท ทั้ง A-Shares, H-Shares, All China, Greater China และกองทุนจีนที่มีธีมเฉพาะต่าง ๆ พร้อมสรุปคำแนะนำการลงทุน สำหรับคนที่ติดดอยจีนมานาน และคนที่อยากจะเริ่มต้นลงทุนหุ้นจีน

– กองจีนมีเยอะมาก ถ้าไม่รู้จะเลือกยังไงดี คลิกอ่านตรงนี้ก็พอ! 

กองทุนจีนกลุ่ม A-Shares

A-Shares คือ ดัชนีหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งรวมเอาบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีโอกาสการเติบโตจากการบริโภค และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศจีน

  • SCBCHAA (FPICK), SCBCHA, SCBCHA-SSF, SCBRMCHA
  • TMBCHEQ
  • K-CHX
  • ASP-CHINA
  • KFCSI300-A
  • B-CHINAARMF
  • KT-Ashares-A, KT-Ashares-SSF, KT-Ashares RMF
  • T-ES-CHINA A, T-ES-ChinaA-SSF, T-ES-ChinaA-RMF
  • TMB-ES-CHINA-A
  • K-CCTV-A(A)
  • MCHINAGA, MCHINAGD, MCHINASSF
  • TISCOCHA-A, TISCOCHA-SSF, TCHARMF-A
  • ABCA-A
  • SCBASHARES(A), SCBASHARES(SSF), SCBRMASHARES(A)
  • UCI, UCI-SSF

กองทุนกลุ่ม H-Shares

H-Shares คือ ดัชนีหุ้นจีนฮ่องกง ซึ่งรวมเอาบริษัทที่มีฐานธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ถือว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากมีมาตรฐานทางบัญชีและความเชื่อมั่นที่สูงกว่า

  • SCBCE, SCBCE(SSF), SCBCEH,
  • KF-CHINA
  • TISCOCH, TCHRMF
  • ASP-HSI

กองทุน All China

All China คือ กองทุนหุ้นจีนที่สามารถลงทุนได้ทั้ง A-Share และ H-Share รวมถึง ADRs ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทจีนที่ไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ส่วนใหญ่เป็นหุ้นเทคโนโลยี

  • MCHEVO
  • KWI DRAGONGC
  • K-CHINA-A(A), K-CHINA-A(D), K-CHINA-SSF, KCHINARMF (FPICK)
  • SCBMLCAA, SCBMLCA(SSF), SCBRMMLCA
  • ASP-EVOCHINA, ASP-EVOCHINA-SSF, ASP-EVOCHINARMF
  • KT-CHINA-A, KT-CHINA-SSF, KT-CHINA RMF
  • SCBCHINA
  • B-CHINE-EQ, B-CHINESSF
  • ABCG, ABCG-SSF
  • TCHSTARP
  • UCHINA, UCHINARMF, UCHINA-SSF
  • ONE-ALLCHINA-RA, ONE-ALLCHINA-ASSF
  • TMBCOF, TMBCORMF
  • KKP CHINA-H, KKP CHINA-H-SSF
  • PRINCIPAL CHEQ-A
  • SCBCHEQA
  • LHCHINA-A, LHCHINA-D, LHCHINA-ASSF, LHCHINA-DSSF, LHCHINARMF
  • KFACHINA-A, KFACHINSSF, KFACHINRMF
  • KFCMEGA-A, KFCMEGASSF, KFCMEGARMF
  • TCHSTRATEGY

กองทุน Greater China

Greater China คือ กองทุนหุ้นที่กระจายลงทุนในจีนได้ทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็นจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน

กองทุนจีนที่มีธีมเฉพาะ

สาย Brand Value

สาย Technology

  • BCAP-CTECH
  • PRINCIPAL CHTECH-A
  • SCBCTECHA, SCBCTECH-SSF
  • TCHTECH-A, TCHTECHRMF-A. TCHTECH-SSF
  • TMB-ES-STARTECH, TMB-ES-STARTECH-RMF

 สาย Consumer

  • TCHCON

สาย Clean Energy

  • TCHCLEAN
  • P-CGREEN

สาย Mid-Small Cap.

  • DAOL-CHIG
  • ABCNEXT-SSF, ABCNEXT-SSF

 

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/

สรุปคำแนะนำการลงทุนหุ้นจีน

กรณีที่ 1: ยังไม่เคยมีหุ้นจีนในพอร์ต

Finnomena Funds แนะนำเป็นโอกาสเข้า “ทยอยสะสม” เพื่อรับโอกาสจากการกลับมาเติบโตของเศรษฐกิจจีน ความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในการหนุนตลาดหุ้น และโมเมนตัมเชิงบวกจากดัชนีที่วิ่งกลับสู่ขาขึ้น โดยมีกองทุนแนะนำดังนี้

1.) SCBCHAA สำหรับผู้ที่สนใจกองทุน A-Shares ประเภท Passive ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินต่างจากกองทุนอื่น ด้วยการ Hedged CNYTHB

2.) MEGA10CHINA-A สำหรับผู้ที่สนใจกองทุน H-Shares ที่ลงทุนใน 10 บริษัทที่ทรงอิทธิพลของจีน

3.) B-CHINE-EQ สำหรับผู้ที่สนใจกองทุน All China ที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด และตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเงินปันผล

4.) UOBSGC สำหรับผู้ที่สนใจกองทุน Greater China ที่ลงทุนได้ทั้งจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ด้วยวิธีตัดเลือกหุ้นที่แตกต่าง โดยใช้ AI ร่วมกับนักวิเคราะห์

กรณีที่ 2: มีหุ้นจีนในพอร์ตอยู่แล้ว

หากมีไม่เกิน 20% ของพอร์ต แนะนำใช้จังหวะนี้เข้าเก็บสะสมเพิ่มเติม ด้วยสัดส่วนจีนโดยรวมของพอร์ตไม่ควรเกิน 20% โดยสามารถถัวเพิ่มในกองทุนเดิมที่มีอยู่ หรือใช้กองทุนที่แนะนำตามแต่ละตลาดข้างต้น ได้แก่ SCBCHAA MEGA10CHINA-A B-CHINE-EQ และ UOBSGC เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้พอร์ต

แต่หากถือจีนเกิน 20% ของพอร์ตแล้ว เรายังคงแนะนำให้ถือ โดยเชื่อว่าหุ้นจีนจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมา จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เข้มข้นจริงจัง


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม SSF และ RMF กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน |  ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ลงทุนอย่างไร เมื่อยุโรปหันขวา

DR.JITIPOL PUKSAMATANAN
ลงทุนอย่างไร เมื่อยุโรปหันขวา

โลกการเงินกำลังตกใจกับผลการเลือกตั้งรัฐสภาสหภาพยุโรป

สายการเมือง สรุปว่าฝ่ายขวาจัด (Nationalist) ได้รับชัยชนะและผลการเลือกตั้ง อาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างการเมืองทั่วยุโรป เช่นที่เราได้เห็นฝรั่งเศสยุบสภาไปเป็นประเทศแรก

ส่วนตลาดการเงิน มองเป็นข่าวร้ายทันที ดัชนี Stoxx 600 ร่วงจนทำผลตอบแทนได้แย่กว่าทั่วโลกถึงราว 4% EUR อ่อนค่าอีกกว่า 1% สวนทางกับยีลด์ 10 ปีฝรั่งเศส ที่เด้งขึ้นแตะระดับ 3.3% สูงสุดในรอบ 7 เดือน

คำถามคือ การปรับตัวลงของสินทรัพย์เสี่ยงในยุโรปเป็นสัญญาณของวิกฤติหรือโอกาสสำหรับนักลงทุนกันแน่

เรื่องผลเลือกตั้งสภายุโรป แม้ในภาพรวมฝั่งขวาจัดได้รับเสียงตอบรับดี แต่ไม่ได้ชนะอย่างถล่มทลาย

รายประเทศ ดูจะมีเพียงฝรั่งเศสและออสเตรียเท่านั้นที่เราสามารถพูดได้ว่าฝ่ายขวาจัดทำได้ดี

ในออสเตรีย พรรคชาตินิยมต่อต้านผู้อพยพ Freedom ได้รับคะแนนเสียงในประเทศ 26% เพิ่มขึ้นจาก 17% ในปี 2019 ส่วนฝรั่งเศสพรรค National Rally และ Reconquest ที่มีนโยบายชาตินิยม ก็ได้รับคะแนนเสียง 31.4% และ 5.5%

ในการเลือกตั้งรัฐสภาสหภาพยุโรปครั้งล่าสุด

อย่างไรก็ดี พรรคชาตินิยมต่อต้านผู้อพยพในประเทศอื่น เช่น พรรค Vox ในสเปนมีคะแนนในประเทศลดลงจาก 14% เหลือเพียง 9% ส่วนพรรค AfD ในเยอรมนีที่เคยได้คะแนนสูงเป็นอันดับสอง ก็เหลือที่นั่งเพียง 16% เท่านั้น

โดยรวมฝั่งขวาจัดในยุโรป ทั้งกลุ่ม European Conservatives and Reformists (ECR) ที่นำโดยอิตาลี โปแลนด์ สวีเดน ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นเพียง 4 ที่ และ Identity and Democracy (ID) ที่มีแกนนำอย่างฝรั่งเศส ออสเตรีย เบลเยี่ยม ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นเพียง 9 ที่ ต้องรวมกับฝั่งขวาจัดในเยอรมัน ฮังการี ถึงเป็น 156 ที่นั่ง คิดเป็น 22% ของสภายุโรป ยังเป็นรองกลุ่มกลางขวาอย่าง European People’s Party (EPP) ที่มี 190 ที่นั่ง ไม่สามารถเรียกว่าเป็นชัยชนะที่เด็ดขาด

เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมตลาดถึงมองเป็นข่าวร้าย

ผมมองว่า ตลาดทุนกลัวการเลือกตั้งฝรั่งเศส อย่างไรก็ดี ถ้าประเมินแบบปรกติ กลุ่มการเมืองของปธน. Macron ยังมีโอกาสกลับมาได้

สังเกตจากการปรับฐานเกิดขึ้นหลังจากที่ปธน. Macron ยุบสภา โดยการเลือกตั้งของฝรั่งเศสจะมีขึ้นทันทีในวันที่ 30 มิ.ย. และ 7 ก.ค.

แม้จะน่ากังวล และอาจเป็นประตูไปสู่ Frexit หรือ France’s Brexit แต่ถ้ามองในเชิงพื้นฐาน ชาวฝรั่งเศสที่สนับสนุนพรรค National Rally กระจุกตัวอยู่ในบางภูมิภาค เมื่อการเลือกตั้งเป็นผลรวมจากทั้งประเทศ การชนะเด็ดขาดจึงอาจเกิดขึ้นยาก

นอกจากนั้น ย้อนกลับไปในอดีต 20ปีที่ผ่านมา นักการเมืองสายกลางมักได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งรอบสอง เพราะเมื่อถึงเวลาต้องเลือก ชาวฝรั่งเศสมักไม่สนับสนุนพรรคขวาจัด และ Macron กำลังหวังให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ถึงตรงนี้หลายท่านอาจสบายใจเรื่องการเมืองลงบ้าง

แต่ถึงไม่เปลี่ยนแปลงมาก ในมุมตลาดการเงินความไม่แน่นอน จะอยู่กับสินทรัพย์เสี่ยงยุโรปและ EUR ไปอีกพักใหญ่

ผมมองว่าผลการเลือกตั้งรัฐสภาสหภาพยุโรปและฝรั่งเศส ไม่ใช่ความเสี่ยง Euro Exit ในทางตรงข้าม การมีพรรคการเมืองฝั่งขวามารวมตัวกัน อาจหมายถึงโอกาสที่จะมีนโยบายการคลังเพื่อช่วยแต่ละประเทศในยุโรปมากขึ้นด้วยซ้ำ

แต่ด้วยคะแนนเสียงที่ไม่ชนะขาด และพรรค EPP โดยการนำของนาง Ursula von der Leyen ยังครองที่นั่งสูงสุด สิ่งที่คาดหวังได้ในระดับภูมิภาค ชัดที่สุดจะเป็นความสัมพันธ์จีน-ยุโรปที่ตึงเครียดต่อไป

ขณะที่การขาดดุลทางการคลัง ถ้าเกิดขึ้นในระดับประเทศจะส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างบอนด์ยีลด์ในยุโรปกว้างขึ้น EUR มีโอกาสอ่อนค่าต่อ

ใครที่ลงทุนหรือกำลังสนใจหุ้นยุโรปและ Developed Market ผมมองสามทางเลือก

  1. หุ้นยุโรป ปัจจุบัน Forward P/E อยู่ที่ราว 13-14x บนระดับการเติบโตของรายได้ 7-11% ในปีนี้ ถูกที่สุดในกลุ่ม DM และ ECB กำลังลดดอกเบี้ย อาจจับจังหวะลงทุนระยะสั้นถ้าปรับตัวลงจากข่าวการเมือง กลุ่มที่น่าสนใจคือสินค้าฟุ่มเฟือย ที่รายได้เติบโตดีช่วง EUR อ่อน และการแพทย์ที่ Beta ต่ำ
  2. หุ้นญี่ปุ่น Forward P/E อยู่ที่ราว 14-15x บนระดับการเติบโตของรายได้ 7-10% ข้อเสียคือ ระดับราคาแพงขึ้นกว่ายุโรป ขณะที่ BOJ จะใช้นโยบายการเงินเข้มงวด JPY จึงอ่อนกว่านี้ได้ไม่มาก แลกมาด้วยข้อดีด้านความเสี่ยงการเมืองที่น้อยกว่า เหมาะกับการลงทุนระยะยาว กลุ่มที่น่าสนใจคือการเงิน อิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นขวัญใจนักลงทุนทั่วโลก
  3. หุ้นสหรัฐฯ การเติบโตของรายได้ 10-14% บน Forward P/E ราว 20-22x แม้จะไม่นับ Magnificent 7 P/E ก็สูงราว 16-18x ถือเป็นภูมิภาคที่แพงที่สุด แต่มีจุแข็งที่เป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่ ทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว USD อ่อนค่ายากเพราะ Fed ไม่ลดดอกเบี้ย แค่ต้องไม่ลืมเตรียมพร้อมรับความผันผวนจากการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 5 พ.ย. เช่นกัน

 

โดยสรุป ผมมองว่าการเลือกตั้งรัฐสภาสหภาพยุโรป และฝรั่งเศสที่กำลังจะมีขึ้น เป็นความเสี่ยงทางการเมืองที่สร้างโอกาสการลงทุนระยะสั้น

แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาว การเมืองไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด จึงไม่ควรกังวลมากเกินไป สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเทียบพื้นฐานของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เราเห็นภาพใหญ่ และเลือกลงทุนอย่างต่อเนื่องได้ครับ

ลงทุนอย่างไรเมื่อ ยุโรปหันขวา

ผลการเลือกตั้งรัฐสภาสหภาพยุโรปสำหรับปี 2024 – 2029
ที่มา: European Parliament

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์

TISCO Omakase Extra Fund อัปเดตมุมมองเดือนมิถุนายน 2024: Wait & See จับตาตลาดอย่างใกล้ชิด

บลจ.ทิสโก้
Omakase – 18 June 2024

Omakase – 18 June 2024

ที่มา: บลจ. ทิสโก้ วันที่ 20 มิถุนายน 2024

Outlook

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – Fed มีมติคงดอกเบี้ยตามคาดที่ 5.25-5.50% ซึ้งยังมีความเป็นไปได้ที่ Fed จะสามารถลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ในปีนี้โดยขึ้นอยู่กับทิศทางเงินเฟ้อ และตัวเลขการจ้างงานในอนาคต ด้านตลาดหุ้นก็ยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี นำโดยสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง อาทิ Tech, Healthcare และ REITs หลังจากนี้คงต้องจับตาผลดำเนินงานในกลุ่ม Tech ที่มีความคาดหวังสูงจากตลาดว่าจะยังสามารถรายงานผลดำเนินงานดีกว่านักวิเคราะห์คาดได้อีกหรือไม่
  • เศรษฐกิจจีน – แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจีนขยายตัวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ขณะที่ด้านตัวเลขยอดค้าปลีกเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน เริ่มได้ผลบ้างบางส้วน แตสิ่งที่เรามองว่า จะทำให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ คือการฟื้นตัวในภาคอสังหาฯ ล่าสุดราคาบ้านรายเดือนยังคงปรับตัวลดลง
  • เศรษฐกิจไทย – ในเดือนแรกของไตรมาสที่ 2 มีสัญญาณของการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น โดยภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่หนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันการบริโภคภาคเอกชนกลับมาเร่งตัวขึ้น และมีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยแม้ว่าอุปสงค์ต่อสินค้าคงทนยังคงมีความเปราะบาง แต่หากมองไประยะข้างหน้า คาดว่า Downside เริ่มมีจำกัด หลังงบประมาณภาครัฐฯ ปี 2024 ผ่านแล้ว และการเบิกจ่ายกำลังจะเร่งขึ้น แต่ระยะสั้น-กลาง ตลาดยังคงให้น้ำหนักปัจจัยลบจากการเมืองในประเทศ ซึ่งต้องรอความชัดเจนโดยเฉพาะคดีนายกฯ เศรษฐา จะขาดคุณสมบัตหรือไม่ เพราะหากคำตัดสินขาดคุณสมบัติอาจนำไปสู่การเปลี่ยนนายกฯ และคณะรัฐมนตรทั้งคณะ ซึ่งอาจกระทบการเบิกจ่ายงบฯ ปี FY 2024

Strategy

  • ราคาสินทรัพย์ส่วนใหญปรับเพิ่มขึ้น ตามการปรับลดลงของ Bond Yield หลังเงินเฟ้อในหลายประเทศมีทิศทางชะลอ ขณะที่นักวิเคราะห์ยังคงปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนในหลายประเทศ
  • เรายังประเมินว่าการคงสัดส่วนการถือตราสารหนี้ที่ระดับประมาณ 40% มีความเหมาะสม ในขณะที่ในสินทรัพย์เสี่ยงยังเน้นไปยังหุ้นในกลุ่ม Quality ผ่านกองทุน TISCO Global Quality และกระจายการลงทุนไปยังทองคำ และ Global REIT
  • ในขณะที่ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. ปัจจัยที่ต้องจับตาคือผลดำเนินงานไตรมาสที่ 2 และการ debate ปธน.สหรัฐฯจะเริ่มมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นโลก

Portfolio Action

  • คงสัดส่วนน้ำหนักการลงทุนตามพอร์ตลงทุนแนะนำเดิม โดย Wait & See เพื่อรอประเมินสถานการณ์ และติดตามตัวเลขเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินแนวโน้มในระยะข้างหน้า

Performance Review

ผลตอบแทนพอร์ตกองทุนนับจากวันที่ 19 พ.ค. จนถึง 18 มิ.ย. 2024 ปรับเพิ่มขึ้น +1.34% และนับจากต้นปี +2.58%

ㆍDetractor:

  • สำหรับช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา กองทุน TISCO Strategic Fund ปรับลงมากที่สุด โดยตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยใหม่ และปัจจัยการเมืองยังเป็นลบ โดยเรามองว่าปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ และผลดำเนินงานจะยังมีแนวโน้มฟื้นตัวดีหลังจากนี้

ㆍ Contributor:

  • ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา TISCO Global Quality Equity Fund เป็นกองทุนที่หนุนพอร์ตกองทุนมากที่สุด โดยอันดับที่ 2 คือ กองทุนตราสารหนี้โลก (TISCO Global Bond Fund) และอันดับที่ 3 คือ กองทุนเวียดนาม (TISCO Vietnam Equity)

 

เริ่มสร้างแผนลงทุนกับ บลจ. ชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทยที่คุณชื่นชอบ ได้ที่ลิ้งก์ด้านล่าง
👉 สร้างแผน คลิก >>> https://finno.me/plan-select-playlists-web

บลจ. ทิสโก้


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน |  ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด หรือ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

SCB Grow Together ปรับพอร์ตเดือนมิถุนายน 2024: เพิ่มน้ำหนักหุ้นและทองคำ

บลจ.ไทยพาณิชย์
SCMAN FHP June 2024

มุมมองการลงทุน (June 2024)

หลังจบฤดูกาลรายงานผลประกอบการหรือ Earnings Season 1Q24 นักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักต่อปัจจัยมหภาคเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดัชนีเศรษฐกิจที่รายงานออกมามีความผสมผสาน สะท้อนไปสู่คาดการณ์ GDP ไตรมาส 2/2024 จากโมเดล GDPNow (Atlanta Fed) ที่ค่อนข้างสวิง ล่าสุด (7 มิ.ย.) อยู่ที่ระดับ 3.1% แต่ช่วงต้นเดือน มิ.ย. เคยลงไปถึงระดับต่ำสุดราว 1.8%

อีกปัจจัยสำคัญ คือการประชุม Fed วันที่ 11-12 มิ.ย. มีการเปิดเผย Dot Plot รอบใหม่ ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ เทียบกับรายงานเมื่อเดือน มี.ค. ที่ส่งสัญญาณลด 3 ครั้ง พร้อมกันนี้มีการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ขึ้นจากเดิม 2.6% เป็น 2.8%

แม้ปัจจัยมหภาคมีความไม่แน่นอน แต่เรายังมองเห็นโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง บนสมมุติฐานว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นถดถอย และ Fed ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้ หนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ธีมการลงทุนหลัก เน้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จากกระแส AI และอีกธีมคือ ตลาดหุ้นเอเชีย ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น

ภาพรวม Asset Allocation ในรอบนี้ ปรับลดน้ำหนักตราสารหนี้ จาก 30% เหลือ 15%, เพิ่มน้ำหนักหุ้น จาก 70% เป็น 75% และเพิ่มสินทรัพย์ทางเลือก คือ ทองคำ เข้ามา 10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน

การปรับพอร์ต

  • ตราสารหนี้ ปรับลดน้ำหนักกองทุน SCBINCA ลงจาก 15% เป็น 5% และนำกองทุน SCBFP เข้ามาแทนกองทุน SCBSFFPLUS-I ให้น้ำหนัก 10%
  • ตราสารทุน ปรับกอง SCBPGF และ SCBTHAICGA ออกจากพอร์ต แล้วใส่กองทุน SCBEUEQA SCBAEM และ SCBCTECHA เข้ามาในพอร์ตแทน
  • เพิ่มกองทุนทองคำ SCBGOLDH เข้ามาในพอร์ต น้ำหนัก 10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวม

ดู Fund Fact Sheet กองทุนที่เพิ่มน้ำหนัก/ปรับเข้า

 

SCMAN FHP June 2024

SCMAN FHP June 2024

ภาพแสดงการปรับสัดส่วนน้ำหนักการลงทุนของพอร์ต SCB Grow Together ที่มา: SCBAM วันที่ 20 มิถุนายน 2024

เริ่มสร้างแผนลงทุนกับ บลจ. ชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทยที่คุณชื่นชอบ ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
👉 สร้างแผน คลิก >>> https://finno.me/plan-select-playlists-web


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต กองทุนที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน อาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน  ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้   กองทุนที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน อาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น   กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้  (non-investment grade) หรือไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated bond) ผู้ลงทุนจึงอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากการไม่ได้รับชำระคืนเงินต้น และดอกเบี้ย  เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูลแต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด โทร 02 777 7777 สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

Mr.Messenger Call: แนะนำหุ้นจีน Greater China หลังดัชนีทำ Higher High พร้อม Buy Signal

Bank - The Trend Follower Investor
Mr.Messenger Call UOBSGC

แนะนำซื้อกองทุนหุ้นจีนอีกครั้ง แต่เป็น Greater China ที่ลงทุนทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน ผ่านกองทุน UOBSGC ที่ดัชนีไม่เกินระดับ 14,734 จุด

กราฟดัชนี FTSE All World Greater China (THB, Timeframe Day)

Mr.Messenger Call UOBSGC

Source: Tradingview as of 19/06/2024 (ดูกราฟ)

ดัชนี FTSE All World Greater China (ปรับเป็นสกุลเงินบาท) ปรับตัวขึ้นทำ Higher High และปิดเหนือระดับ 100% Fibonacci projection เมื่อวานนี้ (19/06/2024) พร้อมเกิด Buy Signal จาก MACD บ่งชี้ถึงโมเมนตัมเชิงบวกของดัชนี

จึงแนะนำลงทุนภายใต้คำแนะนำ Mr.Messenger Call ในกองทุน UOBSGC ซึ่งมีผลการดำเนินงานเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับดัชนี FTSE Greater China (ปรับเป็นสกุลเงินบาท) โดยมีค่า Correlation กับดัชนีที่ 0.82 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวตามดัชนี โดยมีคำแนะนำดังนี้

1. แนะนำเข้าลงทุนที่ดัชนี ไม่เกินระดับ 14,734 จุด (+1.1% จากระดับราคาวันที่ 19/06/2024) ซึ่งเป็นระดับราคาที่เราแนะนำให้พิจารณาชะลอการเข้าซื้อ (หยุดซื้อ) ภายใต้คำแนะนำ Mr.Messenger Call เนื่องจากทำให้ Risk/Reward ratio เข้าใกล้ระดับ 1:1

2. แนะนำ Take Profit หรือขายทำกำไร เมื่อดัชนีถึง 16,260 จุด (Upside 11.5% จากระดับราคาวันที่ 19/06/2024 และ +10% จากจุดหยุดเข้าซื้อ) ซึ่งเป็นระดับ Fibonacci Projection ที่ 161.8%

3. แนะนำ Limit Loss หรือตัดขาดทุน เมื่อดัชนีปิดตลาดต่ำกว่า 13,212 จุดอย่างมีนัยยะ ซึ่งใกล้เคียงระดับ Fibonacci 61.8% (Downside -9.3% จากราคาวันที่ 19/06/2024 และ -10% จากจุดหยุดเข้าซื้อ) 

4. หากดัชนีปรับตัวขึ้นไปไม่ถึงจุด Take Profit ที่แนะนำ เราอาจพิจารณาแนะนำ Trailing Stop ด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (20-day MA) เราจะประเมินสถานการณ์และแจ้งอีกครั้ง

UOBSGC

สรุปกองทุน UOBSGC

UOBSGC เป็นกองทุนความเสี่ยงสูง (ระดับ 6) ลงทุนในกองทุนหลักคือ United Greater China Fund Class T SGD Acc ซึ่งมีสไตล์การลงทุน Active Management โดยกองทุนหลักลงทุนในหุ้นจีน Greater China คัดเลือกหุ้นโดยใช้ AI ร่วมกับนักวิเคราะห์ โดยกรอบการทำงานนี้ช่วยประสิทธิภาพในการคัดเลือกหุ้น และค้นพบโอกาสในการลงทุนที่ซ่อนอยู่

สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก

Mr.Messenger Call UOBSGC

Source: Fund Fact Sheet ของกองทุนหลัก as of 30/05/2024

ค่า Correlation ของกองทุน UOBSGC กับดัชนี FTSE All World Greater China (ปรับเป็นสกุลเงินบาท)

Mr.Messenger Call UOBSGC

Source: Bloomberg as of 19/06/2024

นักลงทุนที่เหมาะกับคำแนะนำนี้ ระยะสั้นนี้ควร…

  1. เป็นนักลงทุนที่มีเงินสด หรือสภาพคล่องส่วนเกิน และรับความผันผวนได้สูง
  2. ใช้เงินลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 10% ของภาพรวมพอร์ตการลงทุนทั้งหมด
  3. นักลงทุนต้องยอมรับการ Limit Loss หรือ การตัดขาดทุนได้ทันที

ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ

 

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

Finnomena Funds Market Alert : หุ้นฮ่องกงปรับตัวขึ้นราว 3% หลังจีนประกาศเตรียมปฏิรูปตลาด STAR

Finnomena Funds

วันนี้ (19 มิถุนายน 2024) ดัชนีหุ้นฮ่องกง Hang Seng (HSI) และดัชนี HSCEI หรือหุ้นจีน H-Share ปรับตัวขึ้นราว 3% หลังคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ประกาศเตรียมออกมาตรการใหม่ เพื่อปฏิรูปตลาด STAR ซึ่งเป็นกระดานหุ้นจีนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (The Shanghai Stock Exchange) และเป็นแหล่งระดมทุนของหุ้นเทคโนโลยีจีนโดยเฉพาะ โดยการปฏิรูปตลาด STAR จะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงคุณภาพของบริษัทจดทะเบียน และดึงดูดเงินทุนระยะยาว 

นอกจากนี้ Wu Qing ประธาน CSRC ระบุในงาน Luijiazui Forum ว่า CSRC จะเข้มงวดในการปราบปรามพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในตลาด ประกอบกับเสริมสร้างการกำกับดูแลระบบการส่งคำสั่งซื้อขายที่มีความถี่สูง (High-frequency Trading) และตราสารอนุพันธ์นอกตลาด พร้อมทั้งเตรียมประกาศเผยแพร่ 8 มาตรการปฏิรูปตลาด STAR โดยเน้นไปที่การส่งเสริมเทคโนโลยีขั้นสูง และสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนเพิ่มความสามารถด้านเทคโนโลยีผ่านการควบรวมและเครื่องมือทางตลาดอื่นๆ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอื่นๆยังไม่ได้ระบุเพิ่มเติม

Finnomena Funds มองว่าความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกงจะเริ่มดีขึ้นจากข้อมูลเชิงบวกที่ประกาศออกมา และมาตรการกระตุ้นที่เริ่มมีผล นอกจากนี้รัฐบาลจีนมีความพยายามออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา  ประกอบกับเมื่อพิจารณาถึงระดับ valuation ของดัชนี CSI 300 ที่มี 12-m forward PE ที่ 11.42  เท่า หรือ -1.2 S.D. ขณะที่ดัชนี Hang Seng มี 12-m forward  PE ที่ 8.5 เท่า หรือ -1.3 S.D. เมื่อเทียบค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี เรายังแนะนำทยอยสะสมในกองทุน MEGA10CHINA-A และ B-CHINE-EQ

อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนสไตล์ The Contrarian Call ที่ติดตาม Fundtalk Call ยังคงแนะนำสะสมกองทุน SCBCHAA และ แนะนำถือกองทุน MEGA10CHINA-A

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)

ท้อแท้-สิ้นหวัง

Dr.Niwes Hemvachiravarakorn
ท้อแท้-สิ้นหวัง
ตลาดหุ้นไทยในช่วงเร็ว ๆ ผมคิดว่านักลงทุนจำนวนมากรู้สึก “ท้อแท้” และ “สิ้นหวัง” เหตุผลในภาพใหญ่อาจจะเป็นเรื่องที่ดัชนีตลาดหุ้นตั้งแต่ต้นปีที่ 1,416 จุด ตกลงมาตลอดจนเหลือ 1,306 จุด ในวันที่ 14 มิถุนายน 2567 หรือลดลงมาประมาณ 7.8% ซึ่งเป็นตลาดหุ้นที่ตกลงมามากที่สุดในโลกประเทศหนึ่งหลังจากปีที่แล้วที่ดัชนีตลาดก็ “แย่ที่สุดในโลก” แบบเดียวกัน และที่แย่ลงไปอีกก็คือ หุ้นไทยนั้นตกต่ำลงทั้ง ๆ ที่ตลาดหุ้นต่างประเทศหลัก ๆ ต่างก็ปรับตัวขึ้นอย่างทั่วหน้า อานิสงส์จากการที่เศรษฐกิจโลกปรับตัวขึ้นโดดเด่นในขณะที่เศรษฐกิจไทยถดถอยลงมาก

มองจากเหตุผลระยะสั้นแบบเทคนิคก็คือ หุ้นไทยตกเพราะนักลงทุนต่างชาติ “ขายสุทธิ” หุ้นในตลาดค่อนข้างมาก และเป็นการขายต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้สูงถึงเกือบแสนล้านบาทแล้วในเวลาไม่ถึง 6 เดือน ซึ่งก็เป็นการขายสุทธิที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับอดีตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาที่ต่างชาติขายเฉลี่ยปีละประมาณ 1 แสนล้านบาท รวมแล้วขายมาแล้วประมาณ 1 ล้านล้านบาท

แต่การขายสุทธิโดยตัวของมันเองก็ไม่ได้แปลว่าหุ้นจะต้องลงเสมอไป ตัวอย่างเช่นหุ้นในเอเชียส่วนใหญ่ในช่วงนี้ต่างก็ถูกขายสุทธิเช่นเดียวกัน แต่ตลาดหุ้นก็ไม่ได้ลง ว่าที่จริงตลาดหุ้นเวียดนามในช่วงนี้ก็ถูกขายสุทธิจากต่างชาติหนักมาก แต่ดัชนีหุ้นยังปรับตัวขึ้นถึงประมาณ 13% นับจากต้นปี หรืออย่างดัชนีฮั่งเส็งของตลาดฮ่องกงเองก็ปรับตัวขึ้นประมาณ 6% ทั้ง ๆ ที่มีปัญหาตกลงมาหนักถึงประมาณ 10% ในช่วงต้นปี

การที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยตกลงมาประมาณ 7-8% ในเวลาประมาณ 6 เดือนนั้น ถ้ามองจากสถิติในอดีต ก็อาจจะบอกว่าไม่ถึงกับรุนแรงมากนัก และส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใคร “ถอดใจ” และเกิดความ “ท้อแท้” หรือ “สิ้นหวัง” กับตลาดหุ้น เหตุผลสำคัญก็คือ นักลงทุนส่วนบุคคลรายย่อยส่วนใหญ่ก็เป็น “นักเทรด” หรือซื้อขายหุ้นระยะสั้น ที่สามารถทำกำไรในตลาดหุ้นได้แม้ในยามหุ้นตก

กล่าวคือ ช่วงระยะเวลาที่หุ้นตกนั้น มักจะมีช่วงเวลาที่หุ้นจะเด้งหรือดีดตัวขึ้นอาจจะพอ ๆ กัน ดังนั้น พวกเขาก็สามารถช้อนซื้อหุ้นในช่วงหุ้นตกและขายในช่วงที่หุ้นขึ้นทำกำไรได้เสมอ แต่ในช่วงนี้ ดูเหมือนว่า ช่วงที่หุ้นจะปรับตัวขึ้นนั้น สั้นมาก บางทีแค่ 2-3 ชั่วโมงในตอนเช้า โอกาสที่จะทำกำไรน้อย แต่โอกาสขาดทุนสูง ทำให้หมดกำลังใจที่จะเล่น

ในส่วนของนักลงทุนระยะยาว “แนว VI” ซึ่งก็มักจะเป็นนักลงทุนรายใหญ่ขึ้นมาและเน้นการลงทุนโดยอิงกับพื้นฐานของกิจการนั้น ในอดีตแม้ว่าตลาดหุ้นโดยรวมอาจจะไม่ดีนัก แต่ตลอดเวลาก็มีบริษัทหรือหุ้นที่มีผลประกอบการที่ดีหรือมีพัฒนาการหรือสตอรี่ที่ดีที่ทำให้นักลงทุนแห่เข้าไปเล่น ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้โดดเด่นเหนือดัชนีมาก ทำกำไรให้กับนักลงทุนรายใหญ่ได้เป็นกอบกำ ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากที่เข้าไปร่วม “เก็งกำไร” ก็สามารถทำกำไรได้ “ทุกวัน”

แต่ในช่วงเวลานี้ ดูเหมือนว่าหุ้นที่เคยวิ่งกันคึกคักและราคาปรับตัวขึ้น บางตัวเหมือนติดจรวดเพราะบริษัทมีสตอรี่ที่ดี มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่นต่อเนื่องมาหลายไตรมาศหรือหลายปีจนทำให้หุ้นมีมูลค่าหรือ Market Cap. สูงลิ่วเกินกว่าพื้นฐานเพราะหุ้นถูก “Corner” กลับตกลงมาต่อเนื่องแบบ “คอร์เนอร์แตก” ราคาหุ้นลดลงมาเกิน 30%-40% และไม่รู้จะหยุดตกเมื่อไร

ความหวังของนักลงทุนที่เน้นแนวหุ้นพื้นฐานในช่วงเร็ว ๆ นี้ก็แทบจะเหลือเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ ผลประกอบการของบริษัทหรือหุ้นที่ตนเองลงทุนอยู่ที่จะออกมาดีพอที่จะขับเคลื่อนราคาหุ้นให้กลับมาเป็นขาขึ้นใหม่ ความเชื่อของพวกเขาก็คือ หุ้นเหล่านั้นเป็นหุ้นที่ดีและยังมีโอกาสกลับมาเติบโตใหม่เมื่อสภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจโลก หรือไม่บริษัทก็เก่งขึ้น สามารถกินส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งได้เพิ่มขึ้น

ผลประกอบการที่ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปีสำหรับหลาย ๆ บริษัทนั้น เรียกว่าแทบจะเป็น “หายนะ” บางบริษัทก็อาจจะมีปัญหาหนี้สินที่เป็นหุ้นกู้ที่อาจจะไม่สามารถชำระได้ ดังนั้นหุ้นก็ถล่มทลายหลังจากที่ทยอยลดลงมาต่อเนื่องยาวนานแล้ว

อีกหลาย ๆ บริษัทที่เคยถูกมองถึงว่าจะเป็น “ซุปเปอร์สต็อก” นั้น ผลประกอบการออกมา ไม่ได้หายนะแต่ “น่าผิดหวัง” เพราะนักลงทุนเคยหวังไว้สูงว่าอย่างน้อยกำไรจะต้องโต “สองหลัก” และไม่ลดลง แต่ผลที่ออกมาก็คือ การเติบโตลดลงอย่างเห็นได้ชัด และก็เป็นการลดลงต่อเนื่องมาอาจจะหลายไตรมาศแล้ว เช่นเดียวกับราคาหุ้นที่ก็ทยอยลดลงมาสอดคล้องกัน หุ้นมีอาการ “คอร์เนอร์แตก” มาก่อนแล้ว และดังนั้น การที่บริษัทก็ยังมีกำไรที่ดีอยู่ เพียงแต่โตช้าลงหรือไม่โต จึงไม่สามารถที่จะหยุดการตกลงมาของหุ้นได้

หุ้นขนาดใหญ่บางตัวที่เป็นเป้าหมายการขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาตินั้น ประกาศผลประกอบการที่ดีและเติบโตน่าประทับใจมาก ซึ่งก็ช่วยให้คนที่ลงทุนถืออยู่มีความหวังว่าจะทำให้ราคาหุ้นที่ซบเซามาตลอดนั้นคึกคักขึ้น เพราะนั่นก็คือความหวังเดียวที่เหลืออยู่ แต่ข้อเท็จจริงกลับกลายเป็นว่าราคาหุ้นกลับตกลงมาแรง ความเชื่อที่ว่าผลประกอบการของบริษัทเป็น “พ่อทุกสถาบัน” ในวงการหุ้น นั่นคือ ถ้าผลประกอบการดีมาก หุ้นจะต้องวิ่งอย่างแรง ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงในยามนี้

และถ้าผลประกอบการไม่สามารถที่จะทำให้หุ้นขึ้นได้ หุ้นจะไปได้อย่างไร? เราจะรออะไรได้อีก! และทั้งหมดก็คือ ความท้อแท้-สิ้นหวัง ในตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ ซึ่งก็แสดงออกผ่านปริมาณการซื้อขายหุ้นต่อวันที่ลดลงมาเรื่อย ๆ และผมเชื่อว่าลดลงในทุกกลุ่มตั้งแต่นักเล่นหุ้นรายวันไปจนถึงรายใหญ่และเหล่า VI แม้แต่คนที่ถือยาวแบบไม่คิดจะขาย

ประเด็นสำคัญก็คือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็น “เรื่องชั่วคราว” แค่ไหน นี่เป็นช่วงเวลา “ตีสี่” อย่างที่คนพูดกันในวงการหุ้นหรือไม่ ความหมายก็คือ เป็นเวลาที่ “มืดมิดที่สุด” แต่ก็ “ใกล้ถึงเวลาสว่าง” แล้ว นักเล่นหุ้น “ระดับเซียน” จะต้องเข้ามาช้อนซื้อหุ้นก่อนเพื่อที่จะทำกำไรงดงามเมื่อถึงวันใหม่ที่ “ฟ้าสดใส” หุ้นก็จะขึ้นมโหฬารอย่างที่ “ไม่มีใครคาดคิด” หรือไม่

แต่ส่วนตัวผมเองนั้น มองว่าปัญหาของหุ้นไทยอาจจะไม่ใช่ปัญหาชั่วคราว แต่เป็นปัญหาถาวรที่เกิดจากโครงสร้างที่แก้ไขยาก โครงสร้างเหล่านั้น เดิมทีเป็นสิ่งที่เอื้ออำนวยต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ แต่แน่นอน ในขณะที่เราไม่ได้ตระหนักและไม่ได้ปรับโครงสร้างตามที่ควรจะเป็น ผลก็คือ เรากำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไปได้ ซึ่งก็ส่งผลให้ตลาดหุ้นเติบโตไปได้ยาก และก็จะเป็นแบบนั้นไปยาวนานและไม่สามารถกลับไปสู่สภาวะเดิมได้อีกเลย

โครงสร้างแรกที่กำลังส่งผลอย่างรุนแรงและชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือเรื่องของประชากรที่แก่ตัวลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่จำนวนคนเกิดใหม่น้อยลงอย่างรวดเร็วยิ่งกว่า ผลก็คือ จำนวนคนทำงานสร้างผลผลิตหรือ GDP ลดลง และจะลดลงไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับประสิทธิภาพที่จะลดลงเพราะคนทำงานที่แก่ตัวลงและมีความรู้ทางเทคโนโลยีไม่พอ

โครงสร้างที่สองก็คือ เรื่องของระบบการปกครองประเทศที่จะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการนำและปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์และแนวทางในการบริหารโดยเฉพาะทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศให้สอดคล้องกับยุคสมัย ในความเห็นผมก็คือ โครงสร้างที่เป็นอยู่นั้น น่าจะค่อนข้างล้าสมัยและก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนไปได้รวดเร็วพอ เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ระบบของเราไม่สามารถตอบสนองต่อเจตจำนงเสรีของประชาชนที่แท้จริงได้เพียงพอ และรัฐบาลก็ไม่สามารถมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะปฏิบัติตามเจตจำนงนั้น และทั้งสองอย่างนั้น เปลี่ยนยากมาก

โครงสร้างที่สามก็คือ โครงสร้างของบริษัทซึ่งก็เป็นผู้เล่นหลักในเศรษฐกิจ ที่ประกอบไปด้วยอุตสาหกรรมยุคเก่าหรือยุคปัจจุบันที่กำลังอิ่มตัว บริษัทใหญ่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้มีการสร้างธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะสร้างเอสเคิร์บหรือการเติบโตใหม่ ๆ ขึ้น หรือพยายามก็ยังไม่สำเร็จ ในขณะที่คู่แข่งซึ่งก็คือ ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่เคยเป็นรองไทยในอุตสาหกรรมรุ่นเก่า ขณะนี้กลับนำไทยในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ

ข้อสรุปก็คือ โครงสร้างที่เป็นเสาหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นของเรานั้น เริ่มเสื่อมโทรมลงมาอย่างรวดเร็ว อาจจะประมาณ 10-15 ปีมาแล้ว การรัฐประหารเมื่อ 10 ปีที่แล้วแทบจะทำให้การพัฒนาหรือปรับปรุงโครงสร้างโดยเฉพาะทางการเมืองสะดุดหยุดลงอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ยิ่งน่าห่วงก็คือ การเสื่อมลงนั้นยังไม่หยุดและอาจจะแย่ลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในด้านของประชากรที่ทัศนคติของคนไทยเปลี่ยนไปมากในแง่ที่ไม่อยากมีลูก ซึ่งก็อาจจะส่งผลไปถึงการลดลงของแรงขับดันที่จะสร้างอนาคต และจบลงที่การขาดความฝันและความหวังที่จะสร้างตัวหรือความมั่งคั่งให้กับตนเอง และนั่นก็คือ การจบลงของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

และแม้ว่ามุมมองทางเศรษฐกิจในระยะยาวจะไม่ดีเลย แต่ราคาหุ้นของไทยก็ยังไม่ถูกพอแบบในตลาดหุ้นจีน ดังนั้น เหตุผลของการซื้อหุ้นไทยจึงน่าจะมีน้อยมาก โดยเฉพาะในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศที่มีโอกาสเลือก และนั่นก็คือเหตุผลที่พวกเขาขายหุ้นไทยมาตลอด และก็คงจะยังขายต่อไป

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

Fitch Ratings เพิ่มเป้า GDP อินเดีย ปี 68/69 สู่ 7.2%

Finnomena Editor
Fitch Ratings เพิ่มเป้า GDP อินเดีย ปี 68/69 สู่ 7.2%

ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจอินเดียในปีงบประมาณปัจจุบันอยู่ที่ 7.2% แข็งแกร่งกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 7%

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (Global Economic Outlook – GEO) ฉบับไตรมาสล่าสุดของฟิทช์ ชี้ว่า เศรษฐกิจอินเดียได้รับแรงหนุนจากการลงทุนที่ขยายตัวต่อเนื่อง และการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางอินเดีย (RBI) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียง 0.25% ลงเหลือ 6.25% ในปีนี้ ต่ำกว่าการคาดการณ์เดิมที่ 0.50%

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของอินเดีย ฟิทช์คาดการณ์ว่าจะยังคงลดลงสู่ระดับ 4.5% ภายในสิ้นปีปฏิทินนี้ และเฉลี่ยอยู่ที่ 4.3% ในปี 2568 และ 2569 ซึ่งยังคงสูงกว่าจุดกึ่งกลางของช่วงเป้าหมายที่ระดับ 2%-6% ของ RBI เล็กน้อย

ที่มา: https://www.infoquest.co.th/2024/407161

กองทุนหุ้นอินเดีย แนะนำโดย Finnomena Funds

  • Mr.Messenger Call แนะนำB-BHARATAกองทุนรวมหุ้นอินเดีย ลงทุนผ่านกองทุน RAMS Investment Unit Trust – India Equities Portfolio Fund II
  • เน้นธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศอินเดีย และมีน้ำหนักการกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ เพื่อโอกาสเพิ่มผลตอบแทนมากขึ้น
  • อัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน 45% ของเงินลงทุน
  • ดูรายละเอียดกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://finno.me/pick-b-bharata

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 . ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort”

ชี้เป้าพอร์ตแนะนำ: เฟ้นหาโอกาสระยะยาว [อัปเดต 18 มิ.ย. 2024]

Finnomena Funds
ชี้เป้าพอร์ตแนะนำ: เฟ้นหาโอกาสระยะยาว [อัปเดต 18 มิ.ย. 2024]

ในยุคเศรษฐกิจที่ผันผวน หลายคนคงมองหาโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว บทความนี้จึงขอพาทุกท่านมาเฟ้นหาพอร์ตที่เปี่ยมไปด้วยโอกาส ผ่านกลยุทธ์การลงทุนสไตล์ Finnomena Funds

ชี้เป้าพอร์ตแนะนำ: เฟ้นหาโอกาสระยะยาว [อัปเดต 18 มิ.ย. 2024]

อัปเดตมุมมองการลงทุนล่าสุด ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2024 โดย Finnomena Funds

พอร์ตแนะนำโดย Coach Gigs, The Asset Allocation Investor

All Weather Strategy

พอร์ตกองทุนพร้อมลุยทุกสภาวะตลาด (All Weather) จากทีมงานคุณ Andrew Stotz อดีตนักวิเคราะห์อันดับหนึ่งของประเทศไทยร่วมกับ Finnomena จัดพอร์ตโดยใช้ FVMR Framework คือด้าน Fundamental, Valuation, Momentum และ Risk โดยมุ่งหวังที่จะเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการลงทุนแบบ Passive เพื่อเน้นสะท้อนผลตอนแทนเมื่อเทียบกับตลาด มีการปรับพอร์ตปีละ 2-4 ครั้ง

อ่านคำแนะนำพอร์ต All Weather Strategy ล่าสุด คลิก

All Balance

พอร์ต Asset Allocation เสี่ยงกลาง ผสานแนวคิดจัดพอร์ตระยะยาวในแนวทาง Black-Litterman เพื่อทำ Strategic Asset Allocation และเสริมการปรัพพอร์ตระยะสั้นแบบ Tactical เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน

อ่านคำแนะนำพอร์ต All Balance ล่าสุด คลิก

All Star

พอร์ต Asset Allocation เน้นกองทุนหุ้นเป็นส่วนใหญ่ ผสานแนวคิดจัดพอร์ตระยะยาวในแนวทาง Black-Litterman เพื่อทำ Strategic Asset Allocation และเสริมการปรัพพอร์ตระยะสั้นแบบ Tactical เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน

อ่านคำแนะนำพอร์ต All Star ล่าสุด คลิก

พอร์ตแนะนำโดย Coach Aoei+, The Financial Planner

Goals Navigator

วางแผนลงทุนเพื่อคุณโดยเฉพาะ หลายเป้าหมายในแผนเดียว ติดตามผลง่าย ปรับได้ตามสถานการณ์ แนะนำพอร์ตที่เหมาะสมจากงานวิจัยรางวัลระดับโลก ด้วยความร่วมมือกับองค์กรด้านการจัดการสินทรัพย์ระดับโลกอย่าง Franklin Templeton

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

Goal

พอร์ตการลงทุนแบบทยอยสะสมมูลค่า (DCA) ที่นักลงทุนทุกคนสามารถกำหนดเป้าหมายการลงทุนได้ด้วยตัวคุณเอง มาพร้อมด้วยคำแนะนำการลงทุนอย่างละเอียดจาก Investment Team ในการปรับน้ำหนักการลงทุนเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อปี เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการเก็บออมให้ไปถึงเป้าหมาย

อ่านคำแนะนำพอร์ต Goal ล่าสุด คลิก

1st Million

พอร์ตการลงทุนแบบทยอยสะสมมูลค่า (DCA) ที่เน้นการกระจายการลงทุน เพื่อบรรลุเป้าหมายสร้างเงินล้านแรกด้วยตัวท่านเอง มาพร้อมด้วยคำแนะนำการลงทุนอย่างละเอียดจาก Investment Team ในการปรับน้ำหนักการลงทุนเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อปี เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสคว้าล้านแรกของคุณ

อ่านคำแนะนำพอร์ต 1st Million ล่าสุด คลิก

ดูพอร์ตการลงทุนทั้งหมดได้ที่ 👉 https://finno.me/planselect 

ลงทุนที่ Finnomena Funds แจกฟรี 10,000 FINT* แลกรับส่วนลดค่าธรรมเนียมซื้อกองทุน (Cashback) สูงสุด 20,000 บาท* ‍‍‍‍‍

เข้าร่วมกิจกรรม 👉 คลิกเลยที่นี่

ระยะเวลากิจกรรมตั้งแต่วันที่ 4 – 30 มิ.ย. 2024

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด เฉพาะกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมการซื้อ และไม่ได้เข้าร่วมโปรโมชันอื่น โดย Cashback ที่ได้รับจะไม่เกิน 0.2% ของมูลค่าเงินลงทุน ตามที่บริษัทกำหนด


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

วิเคราะห์หุ้นไทย ฝืนไปต่อหรือพอได้แล้ว! LTF ที่ทนถือมานาน ปล่อยมือได้หรือยัง?

Finnomena Editor
วิเคราะห์หุ้นไทย ไปต่อหรือพอแล้ว

จากกรณีที่ตลาดหุ้นไทย (SET Index) หลุดจุดจิตวิทยา 1,300 จุด ทำจุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี ใกล้เคียงกับช่วงปี 2563 ที่เจอกับวิกฤตโควิด-19

ประเด็นกดดันนั้นมาจากความกังวลปัญหาความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล และจะมีการตัดสิน 3 คดีใหญ่ทางการเมือง ส่งผลให้เงินลงทุน Fund Flow ไหลออกตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) เมืองไทย เขียนบทความถึงหุ้นไทยว่า “ท้อแท้-สิ้นหวัง” มองว่าการปีนี้หุ้นไทยทำผลงานแย่ที่สุดในโลก อาจไม่ใช่ปัญหาชั่วคราว แต่เป็นปัญหาถาวรที่เกิดจากโครงสร้างที่แก้ไขยาก

โครงสร้างที่ว่านั้น คือจำนวนประชากรที่แก่ตัวลงอย่างรวดเร็ว, ระบบการปกครองประเทศ, อุตสาหกรรมยุคเก่าที่กำลังอิ่มตัว ดังนั้น หุ้นไทยจึงแย่ลงเรื่อย ๆ สวนทางกับทั่วโลกที่ต่างก็ปรับตัวขึ้นทั่วหน้า

– อ่านบทความเต็ม คลิก

10 ปีที่ผ่านมา หุ้นไทยยังเหมือนเดิม

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 17/08/2024

Finnomena Funds ได้สำรวจกำไรหุ้นไทย 10 ปีที่ผ่านมา เทียบกับตลาดหุ้นสำคัญอื่น ๆ พบว่ากำไรหุ้นไทยเหมือนเดินถอยหลัง โดยกำหนดให้ EPS เริ่มต้นจาก 100 เท่ากันในปี 2014 จนมาถึงปี 2024 หุ้นไทยมี EPS เหลือ 96.4

ตรงข้ามกับหุ้นอินเดีย เวียดนาม ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ที่เติบโตชัดเจน หรือแม้แต่หุ้นจีนเองก็ยังมีการเติบโตที่เหนือกว่าหุ้นไทย

Valuation หุ้นไทย ถูกพอหรือยัง

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 17/08/2024

Valuation ที่ถูก ยังคงเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้หุ้นไทยมีความน่าสนใจ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก

แต่ว่าสิ่งที่เป็นคำถามก็คือ แค่นี้ถูกพอหรือยัง? ตอนนี้ SET Index เทรดกันบน P/E 13 เท่า EPS อยู่แถว 100 แล้วถ้ากำไรหุ้นไทยยังไม่โตไปมากกว่านี้ สิ่งที่น่ากลัวคือการลงไปเทรดที่ P/E 10-12 เท่า ซึ่งเป็นฐานใหม่ที่น่ากังวล

เพราะเศรษฐไทยโตเพียง 1.x% มา 7 ไตรมาสติด ทำให้ภาพรวมดูไม่สู้ดีนัก และย่อมส่งผลต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนในอนาคต

Fund Flow ไหลออกจากหุ้นอย่างต่อเนื่อง

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 17/08/2024

คำแนะนำการลงทุนหุ้นไทย

FundTalk Call จึงแนะนำ Switch เงินออกจากหุ้นไทยไปลงทุนหุ้นโลก เช่น สหรัฐฯ MEGA10-A หุ้น AI TISCOAI ตราสารหนี้สกุลเงินต่างประเทศ MUBONDUH-A และหุ้นตลาดเกิดใหม่ K-SEMQ

โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักหุ้นไทยเยอะเกิน 15-20% ของพอร์ต ควรลดสัดส่วนหุ้นไทยลงบ้าง สำหรับการจัดพอร์ตที่เหมาะสม แนะนำกระจายลงทุนในโลกทั้งใบ แบ่งเป็น

  • สหรัฐฯ 50%
  • ยุโรป 15%
  • จีน 15%
  • ญี่ปุ่น 5%
  • Asia ex China 15%

 

นอกจากนี้ คนที่ถือกองทุน LTF ติดมานาน 7-10 ปี ตั้งแต่ช่วงปี 2562 ลงไป ส่วนใหญ่ขาดทุนประมาณ 20-30% มุมมอง FundTalk เห็นว่าได้เวลา Cut Loss แล้วโยกเงินก้อนนี้ไปหาตลาดที่มีโอกาสมากกว่า เนื่องจากเห็นหลุดไทยหลุดโซนขาลง และปัจจัยพื้นฐานยังไม่ฟื้นเต็มที่


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ยอดค้าปลีก ‘จีน’ เดือน พ.ค. พุ่งเกินคาด ทะยาน 3.7%

Finnomena Editor
ยอดค้าปลีก ‘จีน’ เดือน พ.ค. พุ่งเกินคาด ทะยาน 3.7%

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ชี้ให้เห็นสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะในภาคการค้าปลีกและการส่งออก

ยอดค้าปลีกพุ่งเกินคาด: ข้อมูล NBS ระบุว่า ยอดค้าปลีกในเดือนพฤษภาคมขยายตัว 3.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.0% แบ่งเป็นยอดขายในเขตเมืองที่เพิ่มขึ้น 3.7% และยอดขายในเขตชนบทที่ขยายตัว 4.1%

สินค้าอุปโภคบริโภคคึกคัก: สินค้าอุปโภคบริโภคเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการเติบโตของยอดค้าปลีก โดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 3.92 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 5.4032 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ตลาดแรงงานมั่นคง: อัตราการว่างงานในเขตเมืองทรงตัวที่ 5% ในเดือนพฤษภาคม เท่ากับเดือนเมษายน และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 0.2%

ส่งออกสดใส: ด้านการส่งออกสินค้าของจีนในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี เมื่อคำนวณในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6%

ที่มา: https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=FR&id=WWxtbzVlVDM4a1E9

กองทุนหุ้นจีน แนะนำโดย Finnomena Funds

1. MEGA10CHINA-A

  • แนะนำสะสม “MEGA10CHINA-A” กองทุนหุ้นจีน เน้นลงทุนใน 10 บริษัทที่ทรงอิทธิพลของจีนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
  • ลงทุนในบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ มีสภาพคล่องสูง โดยเลี่ยงบริษัทที่รัฐบาลจีนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพราะมองเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยง
  • เน้นความเป็นผู้นำในด้านตราสินค้า (Brand Value) ในกลุ่ม TOP/BEST CHINESE BRANDS จากการจัดอันดับโดยบริษัทที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในเรื่องของการจัดอันดับดังกล่าว
  • ดูรายละเอียดกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://finno.me/ft-call-mega10china-a 

2. B-CHINE-EQ

  • แนะนำสะสม “B-CHINE-EQ” กองทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่จัดตั้งในประเทศจีนหรือมีการดำเนินธุรกิจในประเทศจีน และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นที่ยอมรับต่าง ๆ
  • หลักทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุน ได้แก่ หุ้น A-Share, H-Share, American Deposit Recipient (ADR), B-Share, Red-Chips, P-Chips รวมถึงหลักทรัพย์อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีนในอนาคต
  • ดูรายละเอียดกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://finno.me/mr-call-b-chine-eq

 

📌 อ่านคำแนะนำ MEVTCall เพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/finnomenafunds/mevt-call-china-may-2024/


คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 . ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort”

มีเงิน 50,000 บาท จัดพอร์ตยังไงให้ปัง ไม่พัง ได้ตังค์ (ระยะยาว)

Mr. Serotonin

ฝันอยากมีพอร์ตการลงทุนสุดปัง เริ่มต้นด้วยเงินแค่ 50,000 บาท ไม่ใช่เรื่องยาก!

บทความนี้ขอเสนอแนวทางจัดพอร์ตการลงทุนระยะยาวสำหรับมือใหม่ที่จะช่วยให้พอร์ตของคุณเติบโตอย่างมั่นคง พาคุณไปสู่เป้าหมายทางการเงินได้จริงด้วยเงิน 50,000 บาทเท่านั้น

ทำไมเราถึงต้องลงทุน

ยุคนี้เราติดตามข้อมูลข่าวสารกันได้ง่ายมาก และผู้เขียนคิดว่ามีคนจำนวนมากที่ติดอาวุธการลงทุนเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ขออธิบายเป็นพิธีสักนิดนึงก่อน ว่าทำไมเราถึงต้องลงทุน

เหตุผลง่าย ๆ เลยก็คือเงินฝากไม่ได้ช่วยให้คุณรวยขึ้น อาจจะฟังดูแล้วเจ็บแต่นี่คือเรื่องจริง

จากภาพเราจะเห็นการเปรียบเทียบระหว่างกองทุนตลาดเงิน (เงินฝาก + ตราสารหนี้ระยะสั้น) เส้นสีเขียว ที่อาจตีกลม ๆ ว่าคล้ายลงทุนในเงินฝาก เทียบกับการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้และดัชนีหุ้นสหรัฐฯ S&P 500 เราก็จะเห็นได้ว่า กองทุนตลาดเงินทำผลตอบแทนได้น่าหดหู่มาก ๆ แพ้อัตราเงินเฟ้อ (เส้นสีแดง) หรือราคาของที่แพงขึ้นในทุก ๆ ปีอย่างชัดเจน

หรือจะพูดได้ว่าการลงทุนในเงินฝากอาจจะทำให้คุณจนลงในทุก ๆ วันคงไม่ผิดนัก สังเกตง่าย ๆ ได้เลยก็จากอัตราดอกเบี้ยในยุคนี้ที่เทียบกับช่วงเมื่อ 30-40 ปีที่แล้วที่ดอกเบี้ยเคยแตะ 2 หลักไม่ติด

ทำไมลงทุนแล้วต้องจัดพอร์ต

ถึงจะพูดว่าเงินฝากหรือตลาดเงินมันไม่ไหวแล้ว แต่ในโลกการลงทุนที่เต็มไปด้วยความผันผวน การจัดพอร์ตก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ

เราอาจจะลองจินตนาการ ถ้าเราจัดพอร์ตแบบเน้นหุ้นเติบโตไฟแรงหนัก ๆ ล้วน ๆ แล้วตลาดเกิดร่วงลงมา (คล้าย ๆ ตอนนี้) ซึ่งตอนแรกเราคงคิดว่าถ้าตลาดร่วงลงมาเราทนได้แหละ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ก็ทำใจลำบากมากเพราะ -10% ก็แล้ว -20% ก็แล้ว มันก็ยังมี -30% ให้เห็นอีก ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ มันอาจจะทำให้เราเครียดจนเกินไป และต้องเสียเวลามานั่งเฝ้าจออีก ซึ่งการจัดพอร์ตก็จะช่วยเราได้ในจุดนี้ เพราะ ช่วยลดความผันผวนให้ตอบโจทย์กับตัวเราจริง ๆ

อีกประโยชน์ของการจัดพอร์ตก็คือมันช่วยให้เรามีสินทรัพย์ที่ทำผลงานได้ดีในช่วงหรือยุคนั้นติดพอร์ตมาบ้าง ซึ่งจะช่วยให้เราลงทุนอย่างปลอดภัย ผิดพลาดน้อยและไปสู่เป้าหมายในระยะยาวได้อย่างอุ่นใจมากยิ่งขึ้น เพราะจะให้เราไปเดาดอกเบี้ยขึ้นลงตลาดดีไม่ดีแล้วถูก 100% ก็คงยาก ดังนั้นการจัดพอร์ตยังคงสำคัญเสมอ

ตัวอย่างการจัดพอร์ตแบบสมดุล เน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาว

และถ้าถามหาถึงพอร์ตการลงทุนดี ๆ สักพอร์ตที่ช่วยให้เราฝ่าฝันทุกอุปสรรคได้อย่างอุ่นใจ วันนี้เรามีตัวอย่างเป็นชุดกองทุนจากพอร์ต All Balance ของ Finnomena Funds ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพอร์ตการลงทุนที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะพอร์ตเค้าสมดุลจริง ๆ กระจายการลงทุนไปในหลายสินทรัพย์ให้เรามีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวอย่างอุ่นใจ

มีเงิน 50,000 บาท จัดพอร์ตยังไงให้ปัง ไม่พัง ได้ตังค์ (ระยะยาว)

ทำไมสัดส่วนสินทรัพย์ข้างต้นถึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว

  • สัดส่วนสินทรัพย์ข้างต้นถูกรั่นกรองมาจาก Black Litterman Model ที่พิสูจน์มาแล้วว่าหุ้นให้ผลตอบแทนได้ดีที่สุด
  • สัดส่วนสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น ตราสารทางเลือกและตราสารหนี้ ถูกกรั่นกรองแบบพิเศษโดย Finnomena Funds เพื่อรักษาความผันผวนให้เหมาะสม ในขณะที่พอร์ตการลงทุนยังสามารถสร้างโอกาสทำผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีที่ 8%* ได้
  • สรุปโดยรวมสัดส่วนข้างต้นถูกกลั่นกรองมาจากข้อมูลในอดีตเชิงปริมาณผสานกับข้อมูลเชิงคุณภาพจาก Finnomena Funds นั่นเอง

 

*ผลตอบแทนไม่ใช่การการันตี

กองทุน UOBSA (20%)

กองทุนหุ้น Asia ex japan บริหารแบบ active โดยใช้ AI ช่วยคัดเลือกหุ้นซึ่งพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ๆ คือ Fundamental, Macro และ Technical หลังจากนั้น นักวิเคราะห์จะทำการวิเคราะห์เชิงลึกต่อเพื่อคัดเลือกหุ้นเหลือเพียง 50 บริษัท

กองทุน KKP GNP (20%)

กองทุนหุ้นทั่วโลก มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาวของกองทุน ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะเน้เนการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศของโลกในอนาคต

กองทุน ONE-EUROEQ (5%)

กองทุนรวมหุ้นยุโรป ที่บริหารจัดการโดย ELEVA Capital ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความชำนาญในการลงทุนในหุ้นยุโรป มีกระบวนวิเคราะห์หุ้นลักษณะ Bottom up โดยลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตระยะยาวและมีความสามารถในการแข่งขัน

กองทุน AFMOAT-HA (5%)

กองทุนหุ้นสหรัฐฯ แบบ Passive ที่เน้นการลงทุนให้เคลื่อนไหวตามดัชนี Morningstar® Wide Moat Focus Index ซึ่งเป็นดัชนีที่เน้นการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ที่มีปราการทางธุรกิจ หรือความได้เปรียบด้านการแข่งขันสูง เพื่อคาดหวังการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A (5%)

กองทุนหุ้นเวียดนาม มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทั้งหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องหรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม

และพอร์ต All Balance มีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ 45% ซึ่งลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้โลกที่เปิดโอกาสการลงทุนและช่วยกระจายความเสี่ยงไปในเวลาเดียวกัน

กองทุน KF-CSINCOM (30%)

กองทุนตราสารหนี้ กระจายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนหลากหลายประเภททั่วโลก ผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ PIMCO GIS Income Fund (Class I-Acc) 

กองทุน UGIS-N (10%)

กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลกซึ่งมีกองทุนแม่จาก PIMCO ที่ขึ้นชื่อด้านตราสารหนี้ ลงทุนแบบ Active ในตราสารหนี้ทั่วโลก เน้นการปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อรับโอกาสสร้างผลตอบแทนขณะเดียวกันยังช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนอีกด้วย

กองทุน KKP PLUS (5%)

กองทุนตราสารหนี้ มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีความมั่นคงและให้ผลตอบแทนที่ดี โดยตราสารหนี้เอกชนนั้นจะต้องได้รับการจัดอันดับตั้งแต่ BBB+ ขึ้นไป

All Balance Portfolio เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการจัดพอร์ตการลงทุนระยะยาวเพื่อเป้าหมายการเก็บเงินก้อน รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงสูง มีการสร้างสมดุลโดยกระจายลงทุนในหลายสินทรัพย์หลัก โดยทาง Finnomena Funds จะมีการปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับมุมมองระยะยาว และการทำ Rebalance พอร์ตให้ต่อเนื่องตลอดระยะเวลาลงทุน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลองสร้างแผนได้ที่ https://finno.me/plan-all-balance-ws

References

https://www.cnbc.com/2017/05/26/the-upside-of-sitting-in-cash.html


คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน  จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนการลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort”

ลงทุนต่อเดือนเท่านี้ กี่ปีมีเงินล้านแรก?

Finnomena Funds
ลงทุนต่อเดือนเท่านี้ กี่ปีมีเงินล้านแรก?

สร้างล้านแรกไม่ยาก มาวางแผนเก็บเงิน 1 ล้านแรกไปด้วยกัน
👉 สร้างแผนเก็บเงินล้านแรกได้ที่ https://finno.me/first-million-plan

“เงินล้าน” คือเป้าหมายในฝันของใครหลาย ๆ คน ถือเป็นหมุดหมายแห่งความมั่งคั่งที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างสรรค์สิ่งอื่น ๆ ได้ แต่เวลาพูดถึงเงินล้าน ใครหลายคนก็อาจจะรู้สึกว่าช่างเกินเอื้อมเหลือเกิน โดยเฉพาะคนที่อายุยังน้อย หรือยังมีเงินไม่มาก

เราอยากจะบอกว่า จริง ๆ แล้ว เงินล้านสร้างได้ เพียงแค่เราเริ่มต้น รู้จักออมเงินและลงทุน ด้วยเหตุนี้ทาง Finnomena Funds เลยสร้างพอร์ต 1st Million ขึ้นมาตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ลองไปดูกันเลยว่าถ้าเราลงทุนในพอร์ตนี้ เราจะมีเงินล้านภายในกี่ปีกัน?

ลงทุนต่อเดือนเท่านี้ กี่ปีมีเงินล้านแรก?

จากตารางเป็นแบบจำลองการลงทุนใน ‘Finnomena Port 1st Million’ ที่ระดับความเสี่ยง 7 ซึ่งคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 8% (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิ.ย. 2567) ทั้งนี้จะไม่นับรวมปัจจัยอื่นที่อาจทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ในการลงทุนพอร์ต 1st Million นี้ เราจะต้องลงเงินขั้นต้นอย่างต่ำ 5,000 บาท และลงทุนต่อเดือนอย่างต่ำ 2,500 บาท จะเห็นได้ว่าถ้าเราลงทุนขั้นต่ำนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการเพิ่มเงิน เราจะใช้เวลา 15 ปีกว่าจะได้เงินล้านแรก! แม้จะเห็นฝั่งฝันแต่ฟังดูแล้วยาวนานทีเดียว แต่ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการเพิ่มเงินลงทุน ซึ่งยิ่งเราลงทุนเยอะเท่าไร โอกาสที่เราจะถึงล้านแรกโดยเร็วก็มีมากขึ้นเท่านั้น การเพิ่มเงินลงทุนระหว่างทางเมื่อเรามีรายได้เพิ่มขึ้น ก็ช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมว่าเราควรตรวจสอบสถานะการเงินตัวเองก่อนนะ ว่าสะดวกลงทุนด้วยเงินเท่าไร เอาแบบที่ไม่ลำบากตัวเองจนเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นชีวิตคงไม่มีความสุขแน่ ๆ

อีกสิ่งที่ควรคำนึงถึงคือเรื่องของผลตอบแทนและความเสี่ยง เราต้องเข้าใจว่าการลงทุนนั้นมีขึ้นมีลง บางปีอาจจะติดลบ บางปีอาจจะได้กำไร เพราะฉะนั้นหากเราลงทุนระยะสั้น ความเสี่ยงที่จะเจอความผันผวนนี้ก็จะเยอะกว่าลงทุนระยะยาว ในระยะยาวนั้นความผันผวนกับผลตอบแทนก็จะถูกเฉลี่ย ๆ กันไป ไม่เหวี่ยงเท่ากรอบเวลาสั้น

เราหวังว่าทุกคนจะเห็นภาพมากขึ้นว่าเงินล้านนั้นไม่ได้ไกลเกินเอื้อม ขอเพียงเริ่มวางแผนลงทุน ก็สามารถมีเงินล้านได้แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าจะเร็วจะช้า ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนครับ

ดูรายละเอียดแผน 1st Million ได้ที่ https://finno.me/first-million-plan


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจาก ผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงินผลการจำลองเงินลงทุนในอนาคตเป็นเพียงผลลัพธ์จากการคำนวณเชิงปริมาณ โดยมีพื้นฐานจากผลตอบแทนในอดีต และเป็นเพียงเครื่องมือ ศึกษาช่วยประกอบการตัดสินใจแก่นักลงทุน มิใช่สิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ชี้เป้ากองทุนแนะนำทั่วโลก: หลบหุ้นไทย ไปลงทุนที่ไหนดี? [อัปเดต 17 มิ.ย. 2024]

Finnomena Funds
กองทุนแนะนำ

ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในโหมด “ท้อแท้” และ “สิ้นหวัง” รวมทั้งเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แต่เมื่อหันไปมองบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก กลับยังคงเต็มไปด้วยโอกาสการเติบโต วิ่งแรงสู่ขาขึ้นแบบ Higher High และมีแรงหนุนสำคัญจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงทั่วโลก

บรรยากาศการลงทุนแบบนี้ ใครต้องการปรับพอร์ตทยอยลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทย หรือกำลังมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากตลาดต่างประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง Finnomena Funds คัดมาให้แล้วกับคำแนะนำการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งสายสวนมองหาของดีราคาถูกแบบ FundTalk Call สายเก็งกำไรในแนวโน้มขาขึ้นกับ Mr.Messenger Call และสายมองหาโอกาสการลงทุนระยะยาว MEVT Call 

กองทุนแนะนำ

อัปเดตมุมมองการลงทุนล่าสุด ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2024 โดย Finnomena Funds

กองทุนแนะนำ FundTalk Call

โดย Jet – The Contrarian คำแนะนำการลงทุนในรูปแบบ The Contrarian Investor เน้นกลยุทธ์การลงทุนที่หาสินทรัพย์ที่ถูกทิ้ง จนราคาปรับตัวลงลึกมากจนเกินไป แต่ศักยภาพการเติบโตยังดี ประกอบกับมีลมหนุนที่ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการกลับตัวขึ้นได้ ทำให้มีโอกาสได้เข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ดี ราคาถูก ตอนที่คนไม่เหลียวแล

1.) MUBONDUH-A

กองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ ลงทุนใน US Aggregate Bond ที่มี Duration ระยะยาวประมาณ 6 ปี เพื่อรับประโยชน์เต็มที่เมื่ออัตราดอกเบี้ยทั่วโลกวิ่งเป็นทิศทางขาลง ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

2.) TISCOAI

กองทุนหุ้นโลกเทคโนโลยี AI & Big Data ซึ่งจะเข้าไปลงทุนในบริษัทที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรด้าน AI และ Big Data ในตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากคาดว่าหุ้นโลกสไตล์เติบโตจะกลับมา Outperform 

3.) PRINCIPAL GCLEAN-A

กองทุนหุ้นพลังงานสะอาด ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Clean Energy ทั่วโลก เน้นธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานลม และผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์ ที่มักทำผลงานได้ดีเมื่อดอกเบี้ยเตรียมกลับทิศสู่ขาลง

กองทุนแนะนำ Mr.Messenger Call

โดย Bank – Trend Follower คำแนะนำการลงทุนในรูปแบบ Trend Follower Investor มุ่งสร้างโอกาสทำกำไรในระยะสั้น-กลาง โดยเน้นการใช้ปัจจัยทางเทคนิคจับจังหวะตลาด ศึกษาพฤติกรรมของราคาสินทรัพย์ในอดีต โดยใช้หลักสถิติเพื่อนำมาคาดการณ์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ในอนาคต และช่วยให้หาจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม

1.) PRINCIPAL VNEQ-A และ KKP VGF-UI*

*ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย กองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนสถานบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน

กองทุนหุ้นเวียดนาม เข้าลงทุนในจังหวะกลับสู้ขาขึ้นอีกครั้ง หลังสัญญาณทางเทคนิคดัชนี VN30 ยืนเหนือ Golden Ratio พร้อมวิ่งขึ้นสู่ Higher High บ่งชี้ถึงโมเมนตัมเชิงบวกของตลาดหุ้นเวียดนาม

2.) KFJPINDX-A

กองทุนหุ้นญี่ปุ่น เป็น Passive Fund มุ่งหวังให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี Nikkei 225 มองเป็นจังหวะย่อซื้อ หลังดัชนีปรับฐานชั่วคราวจากปัจจัยเฉพาะกรณีความเชื่อมั่นของหุ้นโตโยต้า

3.) SCBNEXT(A)

กองทุนหุ้นเทคโนโลยี ได้เวลากลับเข้าเก็งกำไรในกลุ่มที่เป็น Laggard Play ผ่าน ARK Next Generation Internet ETF (ARKW) ซึ่งเน้นบริษัทนวัตกรรมแห่งอนาคต ซึ่งพร้อมทะยานขึ้นรอบใหม่ 

กองทุนแนะนำ MEVT Call

คำแนะนำการลงทุนในกองทุนเด่นที่มีโอกาสทำผลตอบแทนได้ดีในระยะกลาง-ยาว โดยพิจารณาปัจจัยรอบด้านตาม MEVT Framework ได้แก่ Macro ปัจจัยเชิงมหภาค, Earnings วิเคราะห์การเติบโตของกำไร, Valuation การวิเคราะห์มูลค่าของสินทรัพย์ที่ลงทุน และ Technical ปัจจัยอื่น ๆ เช่น fund flow, sentiment, seasonal statistic และ technical analysis

1.) PRINCIPAL VNEQ-A และ KKP VGF-UI

*ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย กองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนสถานบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน

กองทุนหุ้นเวียดนาม แนะนำทยอยสะสมเพื่อโอกาสการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง แนวโน้มกําไรของบริษัทจดทะเบียนยังโดดเด่น และมี Upside จากการยกระดับตลาดสู่ Emerging Markets

2.) UOBSA

กองทุนหุ้น Asia ex Japan แนะนำทยอยสะสมด้วยกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นที่โดดเด่นจากการใช้ AI ร่วมกันผู้จัดการกองทุน อีกทั้งยังรับปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคที่ฟื้นตัว และเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียชัดเจนมากขึ้น

3.) SCBKEQTG

กองทุนหุ้นเกาหลีใต้  แนะนำทยอยสะสมเป็นจังหวะฟื้นตัวตามวัฏจักร Semiconductor และยังมีปัจจัยหนุนจากโครงการ Value-up program เพื่อส่งเสริมมูลค่าตลาดหุ้น โดย Valuation ก็ยังไม่แพง 

กองทุนไหนดี ดูคำแนะนำทั้งหมดได้ที่ 👉 finno.me/opphub

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ชี้เป้ากองทุนแนะนำทั่วโลก: หลบหุ้นไทย ไปลงทุนที่ไหนดี? [อัปเดต 17 มิ.ย. 2024]

Finnomena Funds
กองทุนแนะนำ

ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในโหมด “ท้อแท้” และ “สิ้นหวัง” รวมทั้งเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แต่เมื่อหันไปมองบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก กลับยังคงเต็มไปด้วยโอกาสการเติบโต วิ่งแรงสู่ขาขึ้นแบบ Higher High และมีแรงหนุนสำคัญจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงทั่วโลก

บรรยากาศการลงทุนแบบนี้ ใครต้องการปรับพอร์ตทยอยลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทย หรือกำลังมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากตลาดต่างประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง Finnomena Funds คัดมาให้แล้วกับคำแนะนำการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งสายสวนมองหาของดีราคาถูกแบบ FundTalk Call สายเก็งกำไรในแนวโน้มขาขึ้นกับ Mr.Messenger Call และสายมองหาโอกาสการลงทุนระยะยาว MEVT Call 

กองทุนแนะนำ

อัปเดตมุมมองการลงทุนล่าสุด ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2024 โดย Finnomena Funds

กองทุนแนะนำ FundTalk Call

โดย Jet – The Contrarian คำแนะนำการลงทุนในรูปแบบ The Contrarian Investor เน้นกลยุทธ์การลงทุนที่หาสินทรัพย์ที่ถูกทิ้ง จนราคาปรับตัวลงลึกมากจนเกินไป แต่ศักยภาพการเติบโตยังดี ประกอบกับมีลมหนุนที่ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการกลับตัวขึ้นได้ ทำให้มีโอกาสได้เข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ดี ราคาถูก ตอนที่คนไม่เหลียวแล

1.) MUBONDUH-A

กองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ ลงทุนใน US Aggregate Bond ที่มี Duration ระยะยาวประมาณ 6 ปี เพื่อรับประโยชน์เต็มที่เมื่ออัตราดอกเบี้ยทั่วโลกวิ่งเป็นทิศทางขาลง ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

2.) TISCOAI

กองทุนหุ้นโลกเทคโนโลยี AI & Big Data ซึ่งจะเข้าไปลงทุนในบริษัทที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรด้าน AI และ Big Data ในตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากคาดว่าหุ้นโลกสไตล์เติบโตจะกลับมา Outperform 

3.) PRINCIPAL GCLEAN-A

กองทุนหุ้นพลังงานสะอาด ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Clean Energy ทั่วโลก เน้นธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานลม และผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์ ที่มักทำผลงานได้ดีเมื่อดอกเบี้ยเตรียมกลับทิศสู่ขาลง

กองทุนแนะนำ Mr.Messenger Call

โดย Bank – Trend Follower คำแนะนำการลงทุนในรูปแบบ Trend Follower Investor มุ่งสร้างโอกาสทำกำไรในระยะสั้น-กลาง โดยเน้นการใช้ปัจจัยทางเทคนิคจับจังหวะตลาด ศึกษาพฤติกรรมของราคาสินทรัพย์ในอดีต โดยใช้หลักสถิติเพื่อนำมาคาดการณ์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ในอนาคต และช่วยให้หาจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม

1.) PRINCIPAL VNEQ-A และ KKP VGF-UI*

*ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย กองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนสถานบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน

กองทุนหุ้นเวียดนาม เข้าลงทุนในจังหวะกลับสู้ขาขึ้นอีกครั้ง หลังสัญญาณทางเทคนิคดัชนี VN30 ยืนเหนือ Golden Ratio พร้อมวิ่งขึ้นสู่ Higher High บ่งชี้ถึงโมเมนตัมเชิงบวกของตลาดหุ้นเวียดนาม

2.) KFJPINDX-A

กองทุนหุ้นญี่ปุ่น เป็น Passive Fund มุ่งหวังให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี Nikkei 225 มองเป็นจังหวะย่อซื้อ หลังดัชนีปรับฐานชั่วคราวจากปัจจัยเฉพาะกรณีความเชื่อมั่นของหุ้นโตโยต้า

3.) SCBNEXT(A)

กองทุนหุ้นเทคโนโลยี ได้เวลากลับเข้าเก็งกำไรในกลุ่มที่เป็น Laggard Play ผ่าน ARK Next Generation Internet ETF (ARKW) ซึ่งเน้นบริษัทนวัตกรรมแห่งอนาคต ซึ่งพร้อมทะยานขึ้นรอบใหม่ 

กองทุนแนะนำ MEVT Call

คำแนะนำการลงทุนในกองทุนเด่นที่มีโอกาสทำผลตอบแทนได้ดีในระยะกลาง-ยาว โดยพิจารณาปัจจัยรอบด้านตาม MEVT Framework ได้แก่ Macro ปัจจัยเชิงมหภาค, Earnings วิเคราะห์การเติบโตของกำไร, Valuation การวิเคราะห์มูลค่าของสินทรัพย์ที่ลงทุน และ Technical ปัจจัยอื่น ๆ เช่น fund flow, sentiment, seasonal statistic และ technical analysis

1.) PRINCIPAL VNEQ-A และ KKP VGF-UI

*ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย กองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนสถานบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน

กองทุนหุ้นเวียดนาม แนะนำทยอยสะสมเพื่อโอกาสการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง แนวโน้มกําไรของบริษัทจดทะเบียนยังโดดเด่น และมี Upside จากการยกระดับตลาดสู่ Emerging Markets

2.) UOBSA

กองทุนหุ้น Asia ex Japan แนะนำทยอยสะสมด้วยกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นที่โดดเด่นจากการใช้ AI ร่วมกันผู้จัดการกองทุน อีกทั้งยังรับปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคที่ฟื้นตัว และเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียชัดเจนมากขึ้น

3.) SCBKEQTG

กองทุนหุ้นเกาหลีใต้  แนะนำทยอยสะสมเป็นจังหวะฟื้นตัวตามวัฏจักร Semiconductor และยังมีปัจจัยหนุนจากโครงการ Value-up program เพื่อส่งเสริมมูลค่าตลาดหุ้น โดย Valuation ก็ยังไม่แพง 

กองทุนไหนดี ดูคำแนะนำทั้งหมดได้ที่ 👉 finno.me/opphub

ลงทุนที่ Finnomena Funds แจกฟรี 10,000 FINT* แลกรับส่วนลดค่าธรรมเนียมซื้อกองทุน (Cashback) สูงสุด 20,000 บาท*

‍‍‍‍‍‍เข้าร่วมกิจกรรม👉 คลิกเลยที่นี่

ระยะเวลากิจกรรมตั้งแต่วันที่ 4 – 30 มิ.ย. 2024
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด เฉพาะกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมการซื้อ และไม่ได้เข้าร่วมโปรโมชันอื่น โดย Cashback ที่ได้รับจะไม่เกิน 0.2% ของมูลค่าเงินลงทุน ตามที่บริษัทกำหนด

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

Finnomena Funds Market Alert : หุ้นญี่ปุ่นร่วงกว่า 2% หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศลดปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาล

Finnomena Funds

เช้าวันนี้ (17 มิถุนายน 2024) ตลาดหุ้นญี่ปุ่น (TOPIX) และ ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลงราว 2% หลังการประชุมเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2024 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0% – 0.1% ตามตลาดคาด รวมทั้งยังประกาศแผนปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลลง โดยคณะกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะเปิดเผยรายละเอียดในการประชุมเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ก่อนการประชุมครั้งถัดไป BoJ จะเดินหน้าซื้อพันธบัตรในระดับปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านล้านเยน (3.81 หมื่นล้านดอลลาร์) ต่อเดือน ปัจจัยดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอาจใช้มาตรการเข้มงวดขึ้นในอนาคต 

Finnomena Funds มองว่าความพยายามในการรักษาเสถียรภาพค่าเงินและความกังวลต่อค่าเงินเยนที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วจะกดดันให้ BoJ ต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต ทั้งนี้ Finnomena Funds ยังคงแนะนำลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น 

อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนสไตล์ Trend Follower ที่ติดตาม Mr. Messenger Call ยังคงแนะนำสะสมกองทุน KFJPINDX-A ด้วยสัญญาณทางเทคนิคที่ยังไม่ได้หลุดแนวรับสำคัญ

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)

เวียดนามเล็งตั้งเขตการค้าเสรีทั่วประเทศ หวังดึงดูดการลงทุนเข้าสู่พื้นที่

Finnomena Editor
เวียดนามเล็งตั้งเขตการค้าเสรีทั่วประเทศ หวังดึงดูดการลงทุนเข้าสู่พื้นที่

รัฐบาลเวียดนามกำลังพิจารณาอนุญาตให้ทุกท้องที่สามารถพัฒนาเขตการค้าเสรี (FTZ) ของตัวเองได้

เขตการค้าเสรีรูปแบบใหม่นี้ คาดว่าจะมีกลไกคล้ายคลึงกับเขตการค้าเสรีดานังในภาคกลาง ซึ่งประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ กฎหมายของเวียดนามปัจจุบันยังไม่มีข้อบังคับควบคุมการจัดตั้งและบริหารจัดการเขตการค้าเสรีท้องถิ่นโดยเฉพาะ

นายเจิ่น ฮหว่าง เงิน สมาชิกสภาแห่งชาติเวียดนาม สนับสนุนแนวทางการกระจายเขตการค้าเสรี โดยเสนอให้นำโมเดลนี้ไปประยุกต์ใช้กับท้องถิ่นที่มีศักยภาพ เช่น พื้นที่ที่มีท่าเรือจำนวนมากที่เชื่อมต่อกับเขตการค้าเสรีได้

เวียดนามได้กำหนดให้ดานังเป็นพื้นที่นำร่องในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีดานังที่เชื่อมต่อกับท่าเรือเลียนเจี๋ยว โดยใช้กลไกและนโยบายเชิงทดลองเพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าสู่พื้นที่

ที่มา: https://www.infoquest.co.th/2024/406437

กองทุนหุ้นเวียดนามแนะนำโดย Finnomena Funds

  • แนะนำทยอยสะสมPRINCIPAL VNEQ-Aกองทุนหุ้นเวียดนาม ลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต
  • ใช้กลยุทธ์ Core-Satellite Port เน้นผลตอบแทนระยะยาวและมีการสับเปลี่ยนหุ้นบางส่วนตามสภาวะตลาดเพื่อเพิ่มผลตอบแทนระยะสั้น
  • บริหารโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนในประเทศเวียดนาม ติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด
  • ลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง แม้ติดเกณฑ์ FOL (Foreign Ownership Limit) สร้างโอกาสเหนือกองทุนอื่น เน้นลงทุนระยะยาว
  • ดูรายละเอียดกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://finno.me/mevt-call-vneq

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 . ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort”

เกาหลีใต้ส่งสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว 2 เดือนติด ส่งออก-บริการเติบโตต่อเนื่อง

Finnomena Editor
เกาหลีใต้ส่งสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว 2 เดือนติด ส่งออก-บริการเติบโตต่อเนื่อง

เศรษฐกิจเกาหลีใต้มีสัญญาณฟื้นตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและภาคบริการที่คึกคักขึ้นตามรายงานของกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของเกาหลีใต้

รายงานรายเดือนที่เรียกว่า กรีนบุ๊ก (Green Book) ระบุว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกขยายตัว ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศดีขึ้นจากภาคบริการที่คึกคักและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

การส่งออกของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 11.7% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ขยายตัวเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน

ด้านตลาดแรงงาน จำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ชะลอตัวลงจากเดือนเมษายนที่เพิ่มขึ้น 261,000 ตำแหน่ง

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่ที่ 2.7% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ชะลอตัวลงจาก 2.9% ในเดือนเมษายน

ที่มา: https://www.infoquest.co.th/2024/406405

กองทุนหุ้นเกาหลี แนะนำโดย Finnomena Funds

  • แนะนำทยอยเข้าสะสมSCBKEQTGกองทุนหุ้นเกาหลี ลงทุนในกองทุนหลักคือ iShares MSCI South Korea ETF ที่มีค่า Correlation กับ KOSPI Index ตั้งแต่จัดตั้งที่ 0.888
  • กลยุทธ์ลงทุนแบบ Passive เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนี MSCI Korea 25/50
  • ดูรายละเอียดกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://finno.me/mevt-scbkeqtg

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 . ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort”

ดาวน์โหลดฟรี! Weekly Market Insight ฉบับล่าสุด

Finnomena Funds

Weekly Market Insight

ประจำสัปดาห์  17/06/2024 – 21/06/2024

พิเศษ! สำหรับสมาชิก FINNOMENA

THIS ISSUE
สรุปข่าวเศรษฐกิจรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

EYE ON THIS WEEK
ประเด็นน่าจับตามองในสัปดาห์นี้

MARKET
ภาพรวมตลาดและสินทรัพย์ที่น่าสนใจ

FINNOMENA PORT PERFORMANCE
ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุน

ดาวน์โหลดฟรี “มุมมองการลงทุนประจำสัปดาห์”

กดที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย