แจ้งเตือน

อายุ 45 เพิ่งคิดเรื่องเกษียณ ทำยังไงให้มีเงิน 10 ล้าน ทันใน 15 ปี?

Finnomena Funds
อายุ 45 เพิ่งคิดเรื่องเกษียณ ทำยังไงให้มีเงิน 10 ล้าน ทันใน 15 ปี?

หลายคนเพิ่งเริ่มคิดเรื่องเกษียณตอนอายุ 45 แล้วอยากมีเงินไว้ใช้สบาย ๆ ตอนอายุ 60 สัก 10 ล้านบาท คำถามคือต้องเก็บเงินเดือนละเท่าไรถึงจะพอ?

พอร์ต All Weather Strategy โดย Andrew Stotz นักวิเคราะห์การลงทุนชั้นนำ ร่วมกับ Finnomena Funds ใช้ FVMR Framework ในการวิเคราะห์การลงทุน มุ่งหวังเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ดูรายละเอียดและลองสร้างแผนได้ที่ https://finno.me/plan-guruport-aws-ws

คำนวณตัวอย่างมาให้ ตามเงื่อนไข ดังนี้

  • อายุปัจจุบัน: 45 ปี
  • อายุเกษียณ: 60 ปี (เหลือเวลา 15 ปี หรือ 180 เดือน)
  • เงินเป้าหมาย (Future Value) = 10,000,000 บาท
  • ลงทุนแบบ DCA รายเดือน + ดอกเบี้ยทบต้นรายเดือน

 

คำนวณด้วยสูตร Future Value of Annuity

FV = P * [((1 + r)^n – 1) / r]
(FV = เงินเป้าหมายในอนาคต, P = เงินออมต่อเดือน, r = อัตราผลตอบแทนต่อเดือน, n = จำนวนเดือน)

ผลตอบแทนที่คาดหวัง 3% ต่อปี (เสี่ยงต่ำ)

  • ต้องลงทุนต่อเดือน: ประมาณ 44,300 บาท
  • ครบ 15 ปี คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท

ผลตอบแทนที่คาดหวัง 5% ต่อปี (เสี่ยงกลาง)

  • ต้องลงทุนต่อเดือน: ประมาณ 38,000 บาท
  • ครบ 15 ปี คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท

ผลตอบแทนที่คาดหวัง 8% ต่อปี (เสี่ยงสูง)

  • ต้องลงทุนต่อเดือน: ประมาณ 31,000 บาท
  • ครบ 15 ปี คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท

 

อายุ 45 เพิ่งคิดเรื่องเกษียณ ทำยังไงให้มีเงิน 10 ล้าน ทันใน 15 ปี?

หมายเหตุ: การคำนวณนี้เป็นการประมาณการ โดยไม่มีการถอนเงินออกจนกว่าจะครบระยะเวลาลงทุน 15 ปี และไม่นับรวมปัจจัยอื่นที่อาจทำให้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

วางแผนเกษียณ ไม่หวั่นทุกสภาวะตลาดด้วย พอร์ต All Weather Strategy

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาการลงทุนเพื่อวางแผนเกษียณ พอร์ต All Weather Strategy (AWS) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นพอร์ตการลงทุนที่ทางทีมงานของ Dr. Andrew Stotz นักวิเคราะห์การลงทุนชั้นนำ จับมือร่วมกับ Finnomena Funds สรรค์สร้างขึ้นมา โดยพอร์ต AWS มุ่งหวังที่จะเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ และทองคำ ใช้โมเดล FVMR Framework เป็นกลยุทธ์ในการลงทุน พร้อมแนวทางบริหารความเสี่ยงอย่างมีระบบ  มีเป้าหมายในการกระจายความเสี่ยงให้พร้อมลุยทุกสภาวะตลาด (All Weather)

จุดเด่นพอร์ต All Weather Strategy

  • ใช้ FVMR Framework เป็นกลยุทธ์ในการลงทุน ซึ่งประกอบไปด้วย Fundamental (พื้นฐานของสินทรัพย์), Valuation (มูลค่าของสินทรัพย์), Momentum (โมเมนตัมของสินทรัพย์) และ Risk (ความเสี่ยง)
  • กระจายการลงทุนไปทั่วโลก ไม่จำกัดเพียงแค่ในประเทศไทย
  • มีการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์หลายประเภท ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ และทองคำ เพื่อช่วยลดความผันผวน พร้อมเฟ้นหาโอกาสลงทุนใหม่ ๆ ตามสภาวะตลาดอยู่เสมอเพื่อให้ผลตอบแทนเติบโตอย่างสม่ำเสมอ
  • สร้างผลตอบแทนระยะยาวจากหุ้น พร้อมลดความผันผวนของพอร์ตในช่วงที่ตลาดหุ้นพักฐาน
  • ใช้หลักการวิเคราะห์ทั้งเชิงประมาณ (Quantitative) ที่ใช้สูตรและโมเดลทางคณิตศาสตร์ และเชิงคุณภาพ (Qualitative) ที่ใช้ประสบการณ์และความรู้ของทีมงาน เพื่อให้ได้พอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด
  • ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 500,000 บาท และไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการจัดพอร์ตลงทุน

All Weather Strategy เหมาะกับใคร?

  • คนที่ต้องการให้เงินเติบโตไม่เน้นปันผล
  • คนที่ต้องการการลงทุนที่ยืดหยุ่น ปรับพอร์ตตามสถานการณ์เสมอ
  • คนที่มีเงินลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ 500,000 บาท
  • คนที่พร้อมลงทุนระยะกลาง 3 ปีขึ้นไป

สำหรับลูกค้าที่ลงทุนใน All Weather Strategy สามารถดูพอร์ตการลงทุนได้ตามช่องทางนี้

ผ่านมือถือ/Tablet >> แอปฯ Finnomena
ผ่านคอมพิวเตอร์ >>  เว็บไซต์ Finnomena

สามารถติดตามมุมมองการลงทุนรายละเอียดการปรับพอร์ตอย่างใกล้ชิดได้ที่
https://www.finnomena.com/tag/guruport-aws/

**All Weather Strategy พอร์ตกองทุนรวมจัดโดย A. Stotz Investment Research ซึ่งจะช่วยให้เราได้ผลตอบแทนจากหุ้นในระยะยาว ในขณะที่ลดความรุนแรงของการขาดทุนในช่วงภาวะตลาดขาลง หากสนใจสร้างแผนการลงทุน สามารถคลิกที่นี่ https://finno.me/plan-guruport-aws-ws หรือแบนเนอร์ข้างล่างได้เลย


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน  | ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

‘เรย์ ดาลิโอ’ เตือนโลกกำลังก้าวสู่ ‘สงครามเงินทุน’ หลังทรัมป์ประกาศ “ไม่มีทางถอย” กรีนแลนด์

Finnomena Funds

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศชัดว่า “ไม่มีทางถอย” จากเป้าหมายการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก แม้ต้องเผชิญแรงต้านจากยุโรปและพันธมิตร NATO พร้อมส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ พร้อมใช้ทั้งอำนาจการเมือง ความมั่นคง และมาตรการทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือกดดัน

ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ระบุว่า กรีนแลนด์ “มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติและความมั่นคงของโลก” และ “ไม่มีทางย้อนกลับได้” พร้อมเผยแพร่ภาพจำลองจาก AI ที่แสดงตนเองถือธงสหรัฐฯ บนเกาะกรีนแลนด์ ตอกย้ำว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เพียงวาทกรรม แต่เป็นหมากเชิงยุทธศาสตร์ที่วอชิงตันตั้งใจเดินจริง

แม้ภายหลังทรัมป์จะพยายามลดระดับความตึงเครียด โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ และ NATO “น่าจะหาทางออกที่ทุกฝ่ายพอใจได้” บนเวที World Economic Forum ที่ดาวอส แต่ท่าทีแข็งกร้าวก่อนหน้านั้นได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปแล้ว ทั้งในมิติความมั่นคงและการค้า

Ray Dalio เตือน โลกกำลังก้าวสู่ ‘สงครามเงินทุน’

ท่ามกลางความตึงเครียดดังกล่าว Ray Dalio มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates ออกมาเตือนว่า โลกการเงินอาจกำลังก้าวเข้าสู่ระยะอันตราย เมื่อความขัดแย้งทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์เริ่มลุกลามไปสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า “สงครามเงินทุน” (Capital Wars)

Dalio ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าสงครามภาษี คือความเสี่ยงที่ประเทศต่าง ๆ ซึ่งถือครองเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวนมาก อาจเริ่มตั้งคำถามต่อการสนับสนุนการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ หากความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายของวอชิงตันสั่นคลอน

เขาชี้ว่า สหรัฐฯ ยังคงต้องออกตราสารหนี้จำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝั่งผู้ให้เงินกู้และฝั่งผู้ต้องการเงินทุนเริ่ม “ไม่ไว้วางใจกัน” มากขึ้น หากความเชื่อมั่นอ่อนแรงลงแม้เพียงด้านเดียว ระบบการเงินโลกอาจเริ่มเกิดรอยร้าว

เมื่อคุณมองลึกกว่าสงครามการค้า คุณจะเห็นว่ายังมีสงครามเงินทุนซ่อนอยู่” Dalio กล่าว พร้อมเตือนว่า ในช่วงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้แต่ประเทศพันธมิตรก็ไม่อยากถือหนี้ของกันและกัน และมักหันไปหาสินทรัพย์ที่เป็น ‘Hard Money’ แทน

คำเตือนของ Dalio สอดคล้องกับพฤติกรรมตลาดล่าสุด หลังตลาดหุ้นผันผวนหนัก และราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในยุคทรัมป์อาจไม่จบแค่ภาษี แต่กำลังคืบคลานเข้าสู่แกนกลางของระบบการเงินโลก

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นเหมืองทองและโลหะเงิน

  • A-RING เป็นกองทุนหุ้นเหมืองทองคำที่มีคอนเซ็ปต์การลงทุนแบบ Passive Global Thematic ขุดความมั่งคั่งไปกับธีมเหมืองทอง Pure-play Gold Miners กองทุนแรกในไทย โดยมีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares MSCI Global Gold Miners ETF (RING) ซึ่งเป็น Passive ETF มุ่งสร้างผลตอบแทนล้อไปกับดัชนี MSCI ACWI Select Gold Miners Investable Market Index
  • A-SLVP เป็นกองทุนหุ้นเหมืองโลหะเงิน มีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares MSCI Global Silver and Metals Miners ETF (SLVP) ซึ่งเป็น Passive ETF บริหารจัดการโดย BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนล้อไปกับดัชนี MSCI ACWI Select Silver Miners Investable Market Index

อ้างอิง: Reuters, CNBC

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ทรัมป์เหน็บอังกฤษ “โง่ยิ่งนัก” หลังยกหมู่เกาะยุทธศาสตร์ให้ชาติอื่น อ้าง “นี่แหละเหตุผล สหรัฐฯ ต้องได้กรีนแลนด์”

Finnomena Funds
ทรัมป์ด่าอังกฤษ

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกตะวันตกปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิพากษ์รัฐบาลสหราชอาณาจักรอย่างรุนแรง จากกรณีการโอนอธิปไตยเหนือ “หมู่เกาะชาโกส” (Chagos Islands) ให้กับประเทศมอริเชียส 

โดยทรัมป์เรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็น “ความโง่เขลาอย่างยิ่ง” และเป็นสัญญาณของความอ่อนแอ ในสายตาของจีนและรัสเซีย

ทรัมป์ด่าอังกฤษ

Source: Truth Social as of 20/01/26

ประเด็นหมู่เกาะชาโกสกลายเป็นชนวนสำคัญ หลังรัฐบาลอังกฤษตกลงที่จะโอนอำนาจอธิปไตยของหมู่เกาะดังกล่าวให้กับมอริเชียส แม้พื้นที่นี้จะเป็นที่ตั้งของฐานทัพดิเอโกการ์เซีย (Diego Garcia) ซึ่งเป็นฐานทัพร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอังกฤษที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ระดับโลก โดยอังกฤษเลือกใช้แนวทาง “เช่าฐานทัพต่อ” ด้วยค่าเช่าราว 101 ล้านปอนด์ต่อปี

ในสายตาของทรัมป์ การยอมยกดินแดนที่มีฐานทัพสำคัญให้ประเทศอื่น แม้จะยังคงสิทธิการใช้งานฐานทัพไว้ ถือเป็นการส่งสัญญาณผิดพลาดอย่างร้ายแรง เขาระบุว่าการตัดสินใจลักษณะนี้ทำให้ฝ่ายตรงข้ามของตะวันตกมองเห็นช่องโหว่ด้านความมั่นคง และอาจบ่อนทำลายอิทธิพลของสหรัฐฯ ในระยะยาว

ทรัมป์ยังเชื่อมโยงกรณีหมู่เกาะชาโกสเข้ากับความพยายามของเขาในการ “ซื้อกรีนแลนด์” จากเดนมาร์ก โดยยกเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติเป็นหัวใจหลัก เขามองว่าบทเรียนจากอังกฤษสะท้อนให้เห็นว่า การปล่อยให้ดินแดนยุทธศาสตร์หลุดมือ คือความเสี่ยงที่สหรัฐฯ ไม่ควรทำซ้ำ 

แม้ผู้นำยุโรปและรัฐบาลกรีนแลนด์จะยืนยันหนักแน่นว่าเกาะแห่งนี้ “ไม่ได้มีไว้ขาย” แต่ทรัมป์ก็ยังไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ของการใช้กำลังทางทหาร หากมองว่าความมั่นคงของสหรัฐฯ ถูกคุกคาม

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเดินเกมกดดันพันธมิตรด้วยอาวุธถนัดอย่าง “ภาษีนำเข้า” โดยมีการขู่เก็บภาษีไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสสูงถึง 200% หลังประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ปฏิเสธเข้าร่วม “คณะกรรมการสันติภาพ” ในประเด็นกาซา รวมถึงขู่ขึ้นภาษีกับ 8 ประเทศสมาชิก NATO ที่ขัดขวางแนวคิดเรื่องกรีนแลนด์ เริ่มตั้งแต่ 10% และอาจไต่ระดับเป็น 25% ในช่วงกลางปี

ด้านสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ พยายามประคองความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น โดยยืนยันว่าชะตากรรมของกรีนแลนด์ควรเป็นการตัดสินใจของประชาชนกรีนแลนด์และเดนมาร์กเท่านั้น พร้อมส่งสัญญาณถึงทรัมป์โดยตรงว่า การขู่ใช้ภาษีกับพันธมิตร NATO เป็นแนวทางที่ผิดพลาด และอาจสร้างรอยร้าวมากกว่าทางออก

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ

ASP-DEFENSE เป็นกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ ลงทุนผ่านกองทุนหลัก MUNDI STOXX EUROPE DEFENSE UCITS ETF ACC และ VanEck Defense UCITS ETF

โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคง เช่น อากาศยาน เทคโนโลยีทางการทหาร เทคโนโลยีความมั่นคง ระบบไซเบอร์เพื่อความมั่นคง การสื่อสารดาวเทียม การสื่อสารทางการทหาร หรืออุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (Supply Chain) เป็นต้น


อ้างอิง: CNBC

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT

Dynamic Contrarian Portfolio: ปรับพอร์ตสู่สินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นปันผล รับวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่

Jet - The Contrarian Investor
DCM Dynamic Contrarian Portfolio

พอร์ตการลงทุนย่อ-ซื้อ ขึ้น-ขาย สไตล์ FundTalk The Contrarian แนะนำลดสัดส่วน TUSREIT และเพิ่มน้ำหนัก TISCOHD-A 20% และ ลดสัดส่วน PRINCIPAL VNEQ-A และเพิ่ม SCBCOMP 5%

DCM

สนใจลงทุน Dynamic Contrarian Model Portfolio
คลิกเลย


แนะนำขายกองทุน TUSREIT

FundTalk ประเมินว่ากลุ่ม US REITs ได้รับอานิสงส์จากธีมดอกเบี้ยขาลงไปมากแล้ว ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นมาเร็วและ Valuation เริ่มสะท้อนข่าวดีไปพอสมควร ในระยะถัดไป ความผันผวนของ Bond Yield และต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจจำกัด Upside ของ REITs เมื่อเทียบกับสินทรัพย์เชิงรุกที่อยู่ต้นวัฏจักร

FundTalk จึงแนะนำ ขายกองทุน TUSREIT เพื่อทำกำไรและปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับธีมการลงทุนรอบใหม่

แนะนำซื้อกองทุน SCBCOMP

Source: Finnomena Funds, Tradingview as of 20/01/2026

FundTalk มองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงต้นของ Commodities Supercycle จากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และ Supply ที่ตึงตัวในหลายสินค้าข้อมูลจาก LSEG สะท้อนว่านักลงทุนยังมีสัดส่วนการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ต่ำกว่าระดับในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ Upside ในระยะกลางถึงยาวยังเปิดกว้าง 

Source: Finnomena Funds, Trading economics as of 20/01/2026

ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภท เช่น พลังงาน โลหะ และเกษตร เริ่มฟื้นตัวสอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกและวัฏจักรการเงินที่กำลังผ่อนคลาย FundTalk จึงแนะนำ ซื้อกองทุน SCBCOMP เพื่อเพิ่มน้ำหนักในธีมสินค้าโภคภัณฑ์โลก

กองทุน SCBCOMP ลงทุนอิงสินค้าโภคภัณฑ์โลก โดยมี กองทุนหลัก (Master Fund) คือ PIMCO Commodity Real Return Strategy Fund ซึ่งบริหารการลงทุนโดยอิง Bloomberg Commodity Index และใช้กลยุทธ์บริหารเชิงรุกผ่าน Futures และ Inflation-linked Instruments เพื่อรักษากำลังซื้อในระยะยาว

ภาพรวมกองทุน SCBCOMP

Source: Finnomena Funds, SCBAM as of 30/11/2025

แนะนำซื้อกองทุน TISCOHD-A

FundTalk มองว่าตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในช่วงปลายของการปรับฐานเชิงโครงสร้าง โดยแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น ดอกเบี้ยโลกที่อยู่ในระดับสูง และกระแสเงินทุนไหลออก ได้สะท้อนเข้ามาในราคาหุ้นไปมากแล้ว ส่งผลให้ Valuation ของตลาดหุ้นไทยอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 20/01/2026

ในเชิงโครงสร้าง หุ้นไทยมีจุดแข็งด้านกระแสเงินสดและอัตราการจ่ายปันผลที่สูง โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคาร พลังงาน และสื่อสาร ซึ่งช่วยจำกัด Downside ของพอร์ตในภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป และทำให้หุ้นปันผลสูงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงเปลี่ยนผ่านของวัฏจักรการลงทุน

กองทุน TISCOHD-A เป็นกองทุนหุ้นไทยที่เน้นลงทุนในหุ้นปันผลสูง ซึ่งบริหารโดยทีม TISCO Asset Management และมีวินัยการลงทุนที่ชัดเจนในการคัดเลือกหุ้นที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ความสามารถในการทำกำไรสม่ำเสมอ นอกจากนั้น โครงสร้างพอร์ตของ TISCOHD-A มีความโดดเด่นตรงที่ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ คิดเป็นประมาณ 25% ของพอร์ต โดยกระจุกตัวในกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์  ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก 

ภาพรวมหุ้นกลุ่ม Commodities ในไทย

Source: Finnomena Funds, Tradingview as of 20/01/2026

ภาพรวมกองทุน TISCOHD-A

Source: Finnomena Funds, TISCOAM Holdings as of 31/12/2025

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลัง TISCOHD-A เป็นหนึ่งในกองทุนหุ้นไทยที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นในระยะยาวทั้งช่วง 1 ปี, 5 ปี และ 10 ปี สะท้อนถึงคุณภาพของกระบวนการคัดเลือกหุ้นและการบริหารพอร์ตที่มีวินัย

Source: Finnomena Funds as of 20/01/2026


Dynamic Contrarian Model Portfolio แนะนำขาย TUSREIT ลงทุน TISCOHD-A ลดสัดส่วน PRINCIPAL VNEQ-A และเพิ่ม SCBCOMP

Source: Finnomena Funds as of 20/01/2026

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา FundTalk ได้ปรับพอร์ต DCM โดย ลดสัดส่วน TUSREIT และเพิ่มน้ำหนัก TISCOHD-A 20% และ ลดสัดส่วน PRINCIPAL VNEQ-A และเพิ่ม SCBCOMP 5%

  • หุ้นตลาดเกิดใหม่ TEMXCH สัดส่วน 20%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ SCBCOMP สัดส่วน 15%
  • หุ้นเหมืองทองคำ A-RING สัดส่วน 15%
  • หุ้นเวียดนาม PRINCIPAL VNEQ-A สัดส่วน 10%
  • หุ้นเทคโนโลยีจีน KFCHINA-T10PLUS-A สัดส่วน 20%
  • หุ้นไทยปันผลสูง TISCOHD-A สัดส่วน 20%

สนใจลงทุน Dynamic Contrarian Model Portfolio
คลิกเลย

จัดทำโดยบลป.เดฟินิท (Definit) สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน


ปรับพอร์ตอัตโนมัติ Automatic Allocation

อย่าลืมเปิดฟังก์ชันปรับพอร์ตอัตโนมัติ! Automatic Allocation ช่วยบริหารพอร์ตตามสภาวะตลาด สะดวก ใช้งานง่าย ให้คุณปรับสมดุลพอร์ตอยู่ในสถานะที่เหมาะสมอยู่เสมอ

สามารถเปิดใช้ Automatic Allocation ได้แล้ววันนี้ที่พอร์ตการลงทุนของคุณ หรือดูวิธีการได้ที่ Finnomena Funds Automatic Allocation


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

[Update 2026] เปิดลิสต์ DR หุ้นนอก สรุปครบทุกตัว ซื้อขายได้ในไทย แถมปลอดภาษีกำไร!

Definit

รวมรายชื่อ DR หุ้นนอกที่ซื้อขายได้ในตลาดหุ้นไทย สรุปข้อมูลธุรกิจครบทุกตัว พร้อมแนะนำเปิดพอร์ต DR ลงทุนหุ้นต่างประเทศง่าย ๆ กับ Definit Global Select 

Table of Contents


หลายคนอยากลงทุนในหุ้นระดับโลก เช่น Apple, Tesla, Microsoft หรือแม้แต่หุ้นอินเดีย หุ้นเวียดนาม แต่ติดปัญหาเดิม ๆ เช่น ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศ ขั้นตอนซับซ้อน กังวลภาษีและค่าธรรมเนียม

วันนี้เราไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลอีกต่อไป เพราะ DR (Depositary Receipt) คือตราสารที่ช่วยให้เราลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้ ผ่านตลาดหุ้นไทย ซื้อขายเป็นเงินบาทได้เลย แถมยังยกเว้นภาษีกำไรจากการขาย (Capital Gain) อีกด้วย

DR จึงกลายเป็น “ทางลัด” สำหรับนักลงทุนไทย ที่ต้องการเปิดประตูสู่หุ้นระดับโลก ง่ายกว่า ถูกกว่า และใกล้กว่าที่เคย

สรุปรายชื่อ DR ครบทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์ไทย (ข้อมูลจาก SET ณ วันที่ 19 ม.ค. 2026)

A

AAPL01 – อ้างอิงหุ้น Apple Inc. บริษัทเทคโนโลยีผู้พัฒนา iPhone, Mac, iPad และบริการดิจิทัล

AAPL03 – อ้างอิงหุ้น Apple Inc. บริษัทเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ครบวงจร

AAPL80 – อ้างอิงหุ้น Apple Inc. บริษัทเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ครบวงจร

ABBV19 – อ้างอิงหุ้น AbbVie Inc. บริษัทยาชั้นนำ เน้นยาชีววัตถุและโรคเฉพาะทาง

ADBE03 – อ้างอิงหุ้น Adobe Inc. ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ครีเอทีฟและเอกสารดิจิทัล

ADBE06 – อ้างอิงหุ้น Adobe Inc. ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ครีเอทีฟและเอกสารดิจิทัล

ADVANT19 – อ้างอิงหุ้น Advantest Corp ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบเซมิคอนดักเตอร์

ADVANT23 – อ้างอิงหุ้น Advantest Corp ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบเซมิคอนดักเตอร์

AIA06 – อ้างอิงหุ้น AIA Group บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในเอเชีย

AIA19 – อ้างอิงหุ้น AIA Group บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในเอเชีย

AIA23 – อ้างอิงหุ้น AIA Group บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในเอเชีย

AMD80 – อ้างอิงหุ้น Advanced Micro Devices ผู้ผลิตชิปประมวลผลและกราฟิก

AMZN01 – อ้างอิงหุ้น Amazon.com Inc ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ (AWS)

AMZN06 – อ้างอิงหุ้น Amazon.com Inc ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ (AWS)

AMZN80 – อ้างอิงหุ้น Amazon.com Inc ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ (AWS)

ANTA13 – อ้างอิงหุ้น Anta Sports Products ผู้ผลิตสินค้าเครื่องกีฬาและไลฟ์สไตล์

ANTA23 – อ้างอิงหุ้น Anta Sports Products ผู้ผลิตสินค้าเครื่องกีฬาและไลฟ์สไตล์

ASEMI24 – อ้างอิง ETF กลุ่มเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชีย

ASML01 – อ้างอิงหุ้น ASML Holding ผู้ผลิตเครื่อง EUV สำหรับอุตสาหกรรมชิป

AVGO80 – อ้างอิงหุ้น Broadcom Inc ผู้พัฒนาเซมิคอนดักเตอร์และโซลูชันเครือข่าย

B

BABA01 – อ้างอิงหุ้น Alibaba Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ในจีน

BABA06 – อ้างอิงหุ้น Alibaba Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ในจีน

BABA13 – อ้างอิงหุ้น Alibaba Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ในจีน

BABA23 – อ้างอิงหุ้น Alibaba Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ในจีน

BABA80 – อ้างอิงหุ้น Alibaba Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ในจีน

BAC03 – อ้างอิงหุ้น Bank of America ธนาคารพาณิชย์และวาณิชธนกิจสหรัฐ

BDX06 – อ้างอิงหุ้น Becton Dickinson ผู้ผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์

BIDU01 – อ้างอิงหุ้น Baidu Inc บริษัทเทคโนโลยี เสิร์ชเอนจิน และ AI

BIDU06 – อ้างอิงหุ้น Baidu Inc บริษัทเทคโนโลยี เสิร์ชเอนจิน และ AI

BIDU23 – อ้างอิงหุ้น Baidu Inc บริษัทเทคโนโลยี เสิร์ชเอนจิน และ AI

BIDU80 – อ้างอิงหุ้น Baidu Inc บริษัทเทคโนโลยี เสิร์ชเอนจิน และ AI

BILIBILI01 – อ้างอิงหุ้น Bilibili Inc แพลตฟอร์มวิดีโอและคอนเทนต์ออนไลน์

BKNG03 – อ้างอิงหุ้น Booking Holdings ธุรกิจแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์

BKNG80 – อ้างอิงหุ้น Booking Holdings ธุรกิจแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์

BONDAS19 – อ้างอิง ETF ตราสารหนี้เอเชีย Investment Grade

BRKB80 – อ้างอิงหุ้น Berkshire Hathaway บริษัทโฮลดิ้งยักษ์ใหญ่ในอเมริกา

BYDCOM01 – อ้างอิงหุ้น BYD Company Limited ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่จากจีน

BYDCOM80 – อ้างอิงหุ้น BYD Company Limited ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่จากจีน

C

CATL01 – อ้างอิงหุ้น CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรายใหญ่ของโลก

CATL23 – อ้างอิงหุ้น CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรายใหญ่ของโลก

CATL80 – อ้างอิงหุ้น CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรายใหญ่ของโลก

CHHONGQ19 – อ้างอิงหุ้น Chongqing Changan กลุ่มโลหะและอุตสาหกรรมหนัก

CHMOBILE19 – อ้างอิงหุ้น China Mobile ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีน

CHNXT5023 – อ้างอิง ETF ดัชนีหุ้นเทคโนโลยี Next 50 ของจีน

CMBANK23 – อ้างอิงหุ้น China Merchants Bank ธนาคารพาณิชย์จีน

CN01 – อ้างอิง ETF ดัชนี CSI 300 ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

CN23 – อ้างอิง ETF ดัชนี CSI 300 ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

CNBIO24 – อ้างอิง ETF กลุ่มชีวเวชภัณฑ์จีน

CNEV24 – อ้างอิง ETF กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่จีน

CNROBOAI23 – อ้างอิง ETF ธีมหุ่นยนต์และ AI ของจีน

CNSEMI23 – อ้างอิง ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จีน

CNSTAR5023 – อ้างอิง ETF ดัชนี STAR Market 50

CNTECH01 – อ้างอิง ETF ดัชนี Hang Seng TECH

COSTCO19 – อ้างอิงหุ้น Costco Wholesale ธุรกิจค้าปลีกแบบสมาชิก

CRM01 – อ้างอิงหุ้น Salesforce ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ CRM

CRWD06 – อ้างอิงหุ้น CrowdStrike ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มความปลอดภัยดิจิทัล

CRWD80 – อ้างอิงหุ้น CrowdStrike ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มความปลอดภัยดิจิทัล

CSCO06 – อ้างอิงหุ้น Cisco Systems ธุรกิจอุปกรณ์เครือข่าย

D

DBS19 – อ้างอิงหุ้น DBS Group ธนาคารพาณิชย์สิงคโปร์

DELL19 – อ้างอิงหุ้น Dell Technologies ธุรกิจคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์

DISNEY19 – อ้างอิงหุ้น Walt Disney ธุรกิจสื่อ ความบันเทิง และสตรีมมิ่ง

E

E1VFVN3001 – อ้างอิง ETF ดัชนี VN30 ตลาดหุ้นเวียดนาม

ESTEE80 – อ้างอิงหุ้น Estée Lauder ธุรกิจเครื่องสำอางและความงาม

F

FERRARI80 – อ้างอิงหุ้น Ferrari ผู้ผลิตรถยนต์หรูสมรรถนะสูง

FPTVN11 – อ้างอิงหุ้น FPT Corp บริษัทไอทีและซอฟต์แวร์เวียดนาม

FPTVN19 – อ้างอิงหุ้น FPT Corp บริษัทไอทีและซอฟต์แวร์เวียดนาม

FUEVFVND01 – อ้างอิง ETF หุ้นเวียดนามคุณภาพสูงที่ต่างชาติสนใจ

G

GASVN11 – อ้างอิงหุ้น GAS Vietnam ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ

GEELY06 – อ้างอิงหุ้น Geely Automobile ผู้ผลิตรถยนต์จีน

GEELY80 – อ้างอิงหุ้น Geely Automobile ผู้ผลิตรถยนต์จีน

GOLD03 – อ้างอิง ETF ทองคำ SPDR Gold (HK)

GOLD19 – อ้างอิง ETF ทองคำ SPDR Gold Trust

GOLDUS19 – อ้างอิง ETF ทองคำ SPDR Gold (US)

GOOG80 – อ้างอิงหุ้น Alphabet Class C ธุรกิจเสิร์ชและโฆษณา

GOOGL01 – อ้างอิงหุ้น Alphabet Class A บริษัทแม่ Google

GOOGL03 – อ้างอิงหุ้น Alphabet Class A บริษัทแม่ Google

GRAB80 – อ้างอิงหุ้น Grab Holdings แพลตฟอร์มเรียกรถและเดลิเวอรี

GSUS06 – อ้างอิงหุ้น Goldman Sachs ธุรกิจวาณิชธนกิจ

H

HAIERS19 – อ้างอิงหุ้น Haier Smart Home ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า

HANSOH19 – อ้างอิงหุ้น Hansoh Pharma บริษัทยาจีน

HERMES80 – อ้างอิงหุ้น Hermes แบรนด์หรูระดับโลก

HK01 – อ้างอิง ETF ดัชนี Hang Seng Index

HK13 – อ้างอิง ETF ดัชนี Hang Seng Index

HKCE01 – อ้างอิง ETF ดัชนี HSCEI

HKEX23 – อ้างอิงหุ้น Hong Kong Exchange ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

HKTECH13 – อ้างอิง ETF ดัชนี Hang Seng TECH Index

HONDA19 – อ้างอิงหุ้น Honda Motor ผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์

HOOD06 – อ้างอิงหุ้น Robinhood Markets แพลตฟอร์มเทรดดิ้ง

HORIZON23 – อ้างอิงหุ้น Horizon Robotics ธุรกิจ AI ชิป

HPG19 – อ้างอิงหุ้น Hoa Phat Group ธุรกิจเหล็กเวียดนาม

HSHD23 – อ้างอิง ETF หุ้นปันผลฮ่องกง

HUAHONG23 – อ้างอิงหุ้น Hua Hong Semiconductor โรงงานผลิตชิป

I

ICBC06 – อ้างอิงหุ้น ICBC ธนาคารพาณิชย์จีน

ICBC19 – อ้างอิงหุ้น ICBC ธนาคารพาณิชย์จีน

INDIA01 – อ้างอิง ETF ดัชนี MSCI India

INDIAESG19 – อ้างอิง ETF หุ้นอินเดียธีม ESG

ISRG01 – อ้างอิงหุ้น Intuitive Surgical ธุรกิจหุ่นยนต์การแพทย์

ITOCHU19 – อ้างอิงหุ้น Itochu กลุ่มเทรดดิ้งญี่ปุ่น

J

JAP03 – อ้างอิง ETF หุ้นญี่ปุ่นขนาดใหญ่

JAPAN10001 – อ้างอิง ETF TOPIX 100

JAPAN13 – อ้างอิง ETF ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

JD80 – อ้างอิงหุ้น JD.com แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

JDHEAL19 – อ้างอิงหุ้น JD Health ธุรกิจเฮลท์แคร์ออนไลน์

JNJ03 – อ้างอิงหุ้น Johnson & Johnson บริษัทผู้นำด้านสุขภาพและยาระดับโลก

JPMUS06 – อ้างอิงหุ้น JPMorgan Chase & Co. ธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในสหรัฐฯ

JPMUS19 – อ้างอิงหุ้น JPMorgan Chase & Co. ธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในสหรัฐฯ

K

KEYENCE23 – อ้างอิงหุ้น Keyence Corporation ธุรกิจอุปกรณ์ Factory Automation และเซนเซอร์อุตสาหกรรม

KINGSOFT23 – อ้างอิงหุ้น Kingsoft Corporation ธุรกิจซอฟต์แวร์และวิดีโอเกมของจีน

KO80 – อ้างอิงหุ้น Coca-Cola Company ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ระดับโลก

KUAISH01 – อ้างอิงหุ้น Kuaishou Technology แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและสื่อออนไลน์

KUAISH06 – อ้างอิงหุ้น Kuaishou Technology ธุรกิจ Internet Media & Services

KUAISH23 – อ้างอิงหุ้น Kuaishou Technology แพลตฟอร์มคอนเทนต์ดิจิทัลจีน

KUAISH80 – อ้างอิงหุ้น Kuaishou Technology ผู้ให้บริการโซเชียลวิดีโอ

L

LENOVO13 – อ้างอิงหุ้น Lenovo ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์

LLY80 – อ้างอิงหุ้น Eli Lilly บริษัทยาระดับโลก

LOREAL80 – อ้างอิงหุ้น L’Oreal ธุรกิจความงาม

LPGOLD13 – อ้างอิงหุ้น Luk Fook Jewellery ธุรกิจทองและเครื่องประดับ

LULU06 – อ้างอิงหุ้น Lululemon ธุรกิจเสื้อผ้ากีฬา

LVMH01 – อ้างอิงหุ้น LVMH กลุ่มแบรนด์หรู

M

MA80 – อ้างอิงหุ้น Mastercard ธุรกิจระบบชำระเงิน

MEITUAN19 – อ้างอิงหุ้น Meituan แพลตฟอร์มเดลิเวอรี

MEITUAN80 – อ้างอิงหุ้น Meituan ธุรกิจบริการออนไลน์

MELI06 – อ้างอิงหุ้น MercadoLibre อีคอมเมิร์ซละตินอเมริกา

META01 – อ้างอิงหุ้น Meta Platforms โซเชียลมีเดีย

META06 – อ้างอิงหุ้น Meta Platforms ธุรกิจโฆษณาดิจิทัล

META80 – อ้างอิงหุ้น Meta Platforms เจ้าของ Facebook, Instagram

MICRON01 – อ้างอิงหุ้น Micron Technology ผู้ผลิตหน่วยความจำ

MITSU19 – อ้างอิงหุ้น Mitsubishi Corp กลุ่มอุตสาหกรรมญี่ปุ่น

MNSO80 – อ้างอิงหุ้น Miniso ธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์

MNST06 – อ้างอิงหุ้น Monster Beverage เครื่องดื่มชูกำลัง

MS06 – อ้างอิงหุ้น Morgan Stanley วาณิชธนกิจ

MSFT01 – อ้างอิงหุ้น Microsoft ธุรกิจซอฟต์แวร์และคลาวด์

MSFT06 – อ้างอิงหุ้น Microsoft โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

MSFT80 – อ้างอิงหุ้น Microsoft ผู้นำ AI และ Cloud

MSN11 – อ้างอิงหุ้น Masan Group บริษัทโฮลดิ้งกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของเวียดนาม

MSN19 – อ้างอิงหุ้น Masan Group บริษัทโฮลดิ้งกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของเวียดนาม

MUFG19 – อ้างอิงหุ้น Mitsubishi UFJ Financial Group กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

MWG11 – อ้างอิงหุ้น Mobile World ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในเวียดนาม

MWG19 – อ้างอิงหุ้น Mobile World ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในเวียดนาม

N

NDAQ06 – อ้างอิงหุ้นของบริษัท Nasdaq, Inc. บริษัทบริหารจัดการตลาดหลักทรัพย์

NDX01 – อ้างอิง ETF ดัชนี NASDAQ 100 หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ

NETEASE80 – อ้างอิงหุ้น NetEase ผู้พัฒนาและให้บริการเกมออนไลน์จากจีน

NFLX06 – อ้างอิงหุ้น Netflix ธุรกิจสตรีมมิ่ง

NFLX80 – อ้างอิงหุ้น Netflix ธุรกิจสตรีมมิ่ง

NIKE80 – อ้างอิงหุ้น Nike ผู้นำระดับโลกด้านรองเท้า เสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬา

NIKKEI80 – อ้างอิง ETF ดัชนี Nikkei 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

NINTENDO19 – อ้างอิงหุ้น Nintendo ธุรกิจเกมและคอนโซล

NINTENDO19 – อ้างอิงหุ้น Nintendo ธุรกิจเกมและคอนโซล

NONGFU80 – อ้างอิงหุ้น Nongfu บริษัทน้ำดื่มบรรจุขวดและเครื่องดื่มของจีน

NOVO80 – อ้างอิงหุ้น Novo Nordisk บริษัทเวชภัณฑ์จากเดนมาร์ก

NVDA01 – อ้างอิงหุ้น NVIDIA ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

NVDA03 – อ้างอิงหุ้น NVIDIA ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

NVDA06 – อ้างอิงหุ้น NVIDIA ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

NVDA19 – อ้างอิงหุ้น NVIDIA ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

NVDA80 – อ้างอิงหุ้น NVIDIA ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

O

OIL03 – อ้างอิง ETF น้ำมันดิบ S&P Crude Oil Futures

ONON03 – อ้างอิงหุ้น On Holding แบรนด์รองเท้าและเครื่องแต่งกายกีฬาจากสวิตเซอร์แลนด์

ORCL01 – อ้างอิงหุ้น Oracle ธุรกิจซอฟต์แวร์องค์กร

ORCL06 – อ้างอิงหุ้น Oracle ธุรกิจซอฟต์แวร์องค์กร

ORCL19 – อ้างอิงหุ้น Oracle ธุรกิจซอฟต์แวร์องค์กร

P

PANW80 – อ้างอิงหุ้น Palo Alto Networks ระบบความปลอดภัยองค์กร

PEP80 – อ้างอิงหุ้น PepsiCo ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

PETROCN80 – อ้างอิงหุ้น PetroChina ผู้นำพลังงานรายใหญ่ที่สุดของจีน

PFIZER19 – อ้างอิงหุ้น Pfizer ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยาและวัคซีนโลก

PINGAN01 – อ้างอิงหุ้น Ping An ผู้นำด้านประกันภัยและนวัตกรรม FinTech จีน

PINGAN80 – อ้างอิงหุ้น Ping An ผู้นำด้านประกันภัยและนวัตกรรม FinTech จีน

PLTR01 – อ้างอิงหุ้น Palantir Technologies วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

PLTR03 – อ้างอิงหุ้น Palantir Technologies วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

PLTR06 – อ้างอิงหุ้น Palantir Technologies วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

POPMART23 – อ้างอิงหุ้น Pop Mart ธุรกิจ Art Toy

POPMART80 – อ้างอิงหุ้น Pop Mart ธุรกิจ Art Toy

Q

QQQM19 – อ้างอิง ETF ดัชนี NASDAQ 100

R

RBLX06 – อ้างอิงหุ้น Roblox Corp ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเกมออนไลน์และ Metaverse

S

SANOFI80 – อ้างอิงหุ้น Sanofi บริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่จากฝรั่งเศส

SANRIO23 – อ้างอิงหุ้น Sanrio เจ้าของลิขสิทธิ์ตัวละคร Hello Kitty และผองเพื่อนจากญี่ปุ่น

SBUX80 – อ้างอิงหุ้น Starbucks ธุรกิจร้านกาแฟ

SEMB19 – อ้างอิงหุ้น Sembcorp Industries ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานจากสิงคโปร์

SENSE23 – อ้างอิงหุ้น SenseTime บริษัทซอฟต์แวร์ AI ยักษ์ใหญ่จากจีน

SGX19 – อ้างอิงดัชนี Singapore Exchange ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

SIA19 – อ้างอิงหุ้น Singapore Airlines สายการบินแห่งชาติสิงคโปร์

SINGTEL80 – อ้างอิงหุ้น Singtel ธุรกิจโทรคมนาคม

SINOBIO19 – อ้างอิงหุ้น Sino Biopharmaceutical บริษัทยายักษ์ใหญ่จากจีน

SMFG19 – อ้างอิงหุ้น Sumitomo Mitsui Financial Group กลุ่มสถาบันการเงินอันดับ 2 ของญี่ปุ่น

SMIC01 – อ้างอิงหุ้น SMIC โรงงานผลิตชิปจีน

SMIC13 – อ้างอิงหุ้น SMIC โรงงานผลิตชิปจีน

SMIC23 – อ้างอิงหุ้น SMIC โรงงานผลิตชิปจีน

SNOW06 – อ้างอิงหุ้น Snowflake ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มข้อมูลบนคลาวด์

SOFTBANK23 – อ้างอิงหุ้น SoftBank บริษัทโฮลดิ้งด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น

SONY80 – อ้างอิงหุ้น Sony กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสื่อ

SP50001 – อ้างอิง ETF ดัชนี S&P 500

SP500US19 – อ้างอิง ETF ดัชนี S&P 500 ตลาดสหรัฐ

SP500US80 – อ้างอิง ETF หุ้นขนาดใหญ่สหรัฐ

SPBOND80 – อ้างอิง ETF พันธบัตรรวมตลาดโลก

SPCOM80 – อ้างอิง ETF กลุ่ม Communication Services ในสหรัฐฯ

SPENGY80 – อ้างอิง ETF กลุ่ม Energy ในสหรัฐฯ

SPFIN80 – อ้างอิง ETF กลุ่ม Financial ในสหรัฐฯ

SPHLTH80 – อ้างอิง ETF กลุ่ม Health Care ในสหรัฐฯ

SPOT06 – อ้างอิงหุ้น Spotify ผู้นำแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงอันดับ 1 ของโลก

SPTECH80 – อ้างอิง ETF กลุ่ม Information Technology ในสหรัฐฯ

STAR5001 – อ้างอิง ETF รวมหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม 50 ตัว

STEG19 – อ้างอิงหุ้น Singapore Technologies Engineering บริษัทเทคโนโลยีและวิศวกรรมระดับโลกรายใหญ่ของสิงคโปร์

SUNNY19 – อ้างอิงหุ้น Sunny Optical Technology ผู้ผลิตเลนส์และโมดูลกล้องรายใหญ่จากจีน

SUSHI23 – อ้างอิงหุ้น Food & Life Companies เจ้าของแบรนด์ซูชิสายพาน Sushiro

T

TAIWAN19 – อ้างอิง ETF หุ้น Taiwan Top 50

TAIWANAI13 – อ้างอิง ETF หุ้น AI ไต้หวัน

TAIWANHD13 – อ้างอิงหุ้น AI ไต้หวันปันผลสูง

TEL23 – อ้างอิงหุ้น Tokyo Electron ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์จากญี่ปุ่น

TENCENT01 – อ้างอิงหุ้น Tencent ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเกม

TENCENT06 – อ้างอิงหุ้น Tencent ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเกม

TENCENT13 – อ้างอิงหุ้น Tencent ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเกม

TENCENT19 – อ้างอิงหุ้น Tencent ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเกม

TENCENT80 – อ้างอิงหุ้น Tencent ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและเกม

THAIBEV19 – อ้างอิงหุ้น Thai Beverage ธุรกิจเครื่องดื่ม

TME23 – อ้างอิงหุ้น Tencent Music Entertainment ผู้นำแพลตฟอร์มบันเทิงออนไลน์และสตรีมมิ่งเพลงอันดับ 1 ในจีน

TSMC01 – อ้างอิงหุ้น TSMC โรงงานผลิตชิประดับโลก

TSMC80 – อ้างอิงหุ้น TSMC โรงงานผลิตชิประดับโลก

TOYOTA80 – อ้างอิงหุ้น Toyota Motor ผู้ผลิตรถยนต์

TRIPCOM23 – อ้างอิงหุ้น Trip.com แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ครบวงจร

TRIPCOM80 – อ้างอิงหุ้น Trip.com แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ครบวงจร

TSLA01 – อ้างอิงหุ้น Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

TSLA03 – อ้างอิงหุ้น Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

TSLA80 – อ้างอิงหุ้น Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

U

UBER06 – อ้างอิงหุ้น Uber Technologies แพลตฟอร์มเรียกรถ

UBTECH23 – อ้างอิงหุ้น UBTECH Robotics ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากจีน

UNH19 – อ้างอิงหุ้น UnitedHealth บริษัทประกันสุขภาพจากสหรัฐฯ

UNIQLO80 – อ้างอิงหุ้น Fast Retailing ธุรกิจเสื้อผ้า Uniqlo

UOB19 – อ้างอิงหุ้น UOB ธนาคารพาณิชย์สิงคโปร์

USTR24 – อ้างอิง ETF พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 3–5 ปี

V

VCB11 – อ้างอิงหุ้น Vietcombank ธนาคารเวียดนาม

VCB19 – อ้างอิงหุ้น Vietcombank ธนาคารเวียดนาม

VENTURE19 – อ้างอิงหุ้น Venture Corporation ผู้ให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีจากสิงคโปร์

VHM19 – อ้างอิงหุ้น Vinhomes ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

VISA06 – อ้างอิงหุ้น Visa ระบบชำระเงินระดับโลก

VISA80 – อ้างอิงหุ้น Visa ระบบชำระเงินระดับโลก

VNM19 – อ้างอิงหุ้น Vinamilk ธุรกิจผลิตภัณฑ์นม

VNFIN24 – อ้างอิง ETF หุ้นกลุ่มการเงินเวียดนาม

VNM19 – อ้างอิงหุ้น Vietnam Dairy ผู้ผลิตนมและผลิตภัณฑ์จากนมในเวียดนาม

W

WORLD03 – อ้างอิง ETF รวม 10 หุ้นนวัตกรรมยักษ์ใหญ่ของโลก

WUXI06 – อ้างอิงหุ้น WuXi Biologics ธุรกิจผลิตยาชีวภาพจากจีน

WUXI13 – อ้างอิงหุ้น WuXi Biologics ธุรกิจผลิตยาชีวภาพจากจีน

WUXIAT80 – อ้างอิงหุ้น WuXi Biologics นวัตกรรมยาครบวงจรจากจีน

X

XIAOMI01 – อ้างอิงหุ้น Xiaomi ธุรกิจสมาร์ตดีไวซ์จากจีน

XIAOMI13 – อ้างอิงหุ้น Xiaomi ธุรกิจสมาร์ตดีไวซ์จากจีน

XIAOMI19 – อ้างอิงหุ้น Xiaomi ธุรกิจสมาร์ตดีไวซ์จากจีน

XIAOMI23 – อ้างอิงหุ้น Xiaomi ธุรกิจสมาร์ตดีไวซ์จากจีน

XIAOMI80 – อ้างอิงหุ้น Xiaomi ธุรกิจสมาร์ตดีไวซ์จากจีน

Z

ZIJIN13 – อ้างอิงหุ้น Zijin Mining ธุรกิจเหมืองทองคำและทองแดงของจีน

ZIJIN80 – อ้างอิงหุ้น Zijin Mining ธุรกิจเหมืองทองคำและทองแดงของจีน

 

หมายเหตุ: DR บางตัวมีหลายซีรีส์ เช่น 80, 13, 19, 01 ฯลฯ ขึ้นกับผู้ออกและอัตราแลกเปลี่ยน, ข้อมูลนี้อ้างอิงจากตลาดหลักทรัพย์วันที่ 19 ม.ค. 2026

Definit Global Select ปรับเกมรุก ปลุกกลยุทธ์สู่ DR หุ้นนอก

ลงทุน DR หุ้นนอกคุณภาพดี

DR เปิดทางให้ลงทุนหุ้นทั่วโลกได้สะดวกขึ้น แถมยังประหยัดภาษี แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือก DR ตัวไหนดี ลองใช้ตัวช่วยอย่าง 

Definit Global Select (DGS) กลยุทธ์จัดพอร์ต DR หุ้นนอกคุณภาพ คัดสรรหุ้นเด่นจากทั่วโลก พร้อมจัดพอร์ตให้อัตโนมัติ ช่วยให้เข้าถึงโอกาสในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยไม่ต้องจับจังหวะลงทุนเอง

นักลงทุนที่สนใจสามารถเปิดบัญชีลงทุน Definit Global Select กับ บล.หยวนต้า คลิกที่นี่เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนของท่านได้แล้ววันนี้

*บริการ Definit Global  Select เป็นบริการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือฟินโนมีนา (“Finnomena”) ดูแลด้านโมเดลและคำแนะนำพอร์ต กับบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ดูแลด้านบัญชีหุ้นและการบริหารพอร์ต


อ้างอิง: SET

คำเตือน: การลงทุนอาจมีการกระจุกตัวสูงทั้งในรายหุ้นและรายอุตสาหกรรม | การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจสัญญารับฝาก DR ก่อนการลงทุน | การลงทุนผ่าน DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง | บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-9933 และทาง Email support@definitinvestment.com

กองทุนแนะนำ คว้าโอกาสท่ามกลาง Geopolitical Risk

Finnomena Funds
กองทุนแนะนำ คว้าโอกาสท่ามกลาง Geopolitical Risk

ความขัดแย้งของมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก และประเด็นเชิง Geopolitical Risk ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการลงทุนในช่วงนี้ โดยล่าสุดสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 8 ประเทศยุโรปกลุ่ม NATO เป็น 10% เริ่ม 1 กุมภาพันธ์นี้ และจะขยับเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน หากสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุดีลซื้อเกาะกรีนแลนด์

สะท้อนว่าโลกเศรษฐกิจและการลงทุนกำลังถูกเขย่าด้วยความไม่แน่นอนทางการเมือง อย่างไรก็ดี ในแง่ของการลงทุน เราสามารถมองหาสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนนี้ ตลอดจนป้องกันความเสี่ยงด้วยสินทรัพย์คุณภาพดี และกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม

วันนี้ Finnomena Funds สรุป 8 กองทุนแนะนำโดย FundTalk, Mr.Messenger และ MEVT Call มาให้เลือกประจำสัปดาห์ ดังนี้

กองทุนแนะนำ คว้าโอกาสท่ามกลาง Geopolitical Risk

ติดตาม Opportunity Hub แหล่งรวมโอกาสการลงทุนจาก Finnomena
สรุปกองทุนแนะนำ ครบจบในที่เดียว ⇒ https://finno.me/opp-hub-ws


1. AI Supply Chain

กองทุนแนะนำ MEVT Call

  • B-INNOTECH (ความเสี่ยงระดับ 7) ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีคุณภาพดีทั่วโลก โดดเด่นในการทำ Stock Selection ด้วยการเลือกหุ้นที่มี Free Cash Flow Margin สูง ทำให้มีความปลอดภัยมั่นคง แต่ยังคงเติบโตได้ดี อีกทั้งได้ประโยชน์จากการถือ TSMC เป็น Top Holding ซึ่งรายงายกำไรออกมาดีกว่าคาด และยอดขายชิป 3nm เติบโตโดดเด่นหนุนจากการใช้งานด้าน AI
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

2. EM ex China

กองทุนแนะนำ FundTalk Call และ MEVT Call


3. Defense & Aerospace  

กองทุนแนะนำ FundTalk Call

  • ASP-DEFENSE (ความเสี่ยงระดับ 7) กองทุนใน Defense & Aerospace โดยลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เช่น อากาศยาน เทคโนโลยีทางการทหาร ความมั่นคงทางไซเบอร์ และดาวเทียม
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

4. Gold Miners

กองทุนแนะนำ FundTalk Call

  • A-RING (ความเสี่ยงระดับ 7) ลงทุนในหุ้นเหมืองทองคำ Pure-Play Gold Miners ซึ่งเหมาะกับการป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง และก็ได้อานิสงส์จากการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำโลก
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

5. Multi-Asset

กองทุนแนะนำ MEVT Call

  • ES-GAINCOME-A (ความเสี่ยงระดับ 5) กองทุนผสมที่มีกลยุทธ์ยืดหยุ่น กระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก โดยสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดที่สูง พร้อมลดความเสี่ยงขาลงด้วยการทำ Hedging
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

6. Domestic Play

กองทุนแนะนำ Mr.Messenger Call

  • TISCOHD-A (ระดับความเสี่ยง 6) เน้นลงทุนในหุ้นไทยปันผลสูง โดยจะพิจารณาเลือกลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index โดยเป็นจังหวะเพิ่มน้ำหนัก Domestic Play หลังสถานการณ์ต่างประเทศวุ่นวาย แนะนำหลบเข้าหาหุ้นที่จ่าย Yield สูงและสม่ำเสมอ
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

7. Blockchain

กองทุนแนะนำ Mr.Messenger Call

  • ASP-DIGIBLOC (ความเสี่ยงระดับ 6) มีนโยบายลงทุนในบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets Companies) และบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

8. Bitcoin Miners

กองทุนแนะนำ FundTalk Call

  • LHGBLOCK-A (ความเสี่ยงระดับ 6) ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศคริปโตและ Blockchain รวมถึงบริษัทที่ประกอบธุรกิจเหมือง Bitcoin โดยตรง
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บลจ.อีสท์สปริง : Promotion กองทุนลดหย่อนภาษี 2569

Finnomena Funds Editor

โปรโมชั่นกองทุนลดหย่อนภาษีปี 2569 กับกองทุน RMF, Thai ESG และ Thai ESGX ของ บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย)

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.eastspring.co.th/docs/default-source/fund-announcements/eith_announcement-promotion_tax-_2026.pdf

 

 

 


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

บลจ.กรุงศรี : Promotion กองทุนภาษี 2569

Finnomena Funds Editor

โปรโมชันพิเศษ เมื่อลงทุนสะสมทั้งปี 2569 ในกลุ่มกองทุน RMF และ Thai ESG/ Thai ESGX-69 ที่ร่วมรายการของ บลจ.กรุงศรี รับเพิ่ม หน่วยลงทุน KFCASH-A มูลค่า 100 บาทต่อยอดเงินลงทุนสะสมทุกๆ 50,000 บาท ตามเงื่อนไข* รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.krungsriasset.com/TH/News/Promotion/Tax_Saving_Plan_2026/

 

 

 

 

 

 


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ : Promotion กองทุนภาษี 2569

Finnomena Funds Editor


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

บลจ.แอสเซท พลัส : Promotion กองทุนลดหย่อนภาษี 2569

Finnomena Funds Editor

รายละเอียดและเงื่อนไข https://www.assetfund.co.th/Promotion_LTF_AD.html


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดาวน์โหลดฟรี! Weekly Market Insight ฉบับล่าสุด

Finnomena Funds

Weekly Market Insight

ประจำสัปดาห์ 19 – 23 มกราคม 2026

พิเศษ! สำหรับสมาชิก Finnomena

This Issue
สรุปข่าวเศรษฐกิจรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

Eye On This Week
ประเด็นน่าจับตามองในสัปดาห์นี้

Market
ภาพรวมตลาดและสินทรัพย์ที่น่าสนใจ

Finnomena Port Performance
ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุน

ดาวน์โหลดฟรี “มุมมองการลงทุนประจำสัปดาห์”

แจ้งเตือนผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Finnomena ทั้งบน iOS และ Android อัปเดตระบบปฏิบัติการ ภายในวันที่ 1 ก.พ. 2569

Finnomena

เรียน ลูกค้า Finnomena ทุกท่าน

เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรม และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด Finnomena ขอแจ้งให้ทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป แอปพลิเคชัน Finnomena จะรองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการ 

  • iOS เวอร์ชัน 14 ขึ้นไป
  • Android เวอร์ชัน 10 ขึ้นไป

 

สำหรับระบบปฏิบัติการในเวอร์ชันที่ต่ำกว่านี้ จะไม่สามารถใช้งานแอปฯ Finnomena ได้ตามปกติ

เหตุผลที่จำเป็นต้องอัปเดตระบบปฏิบัติการ

  1. เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยของระบบ
  2. รองรับบริการทางการเงินต่าง ๆ เช่น KKP e-Saving
  3. ลดความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลและการทำธุรกรรม
  4. สำหรับรองรับฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ ?

จะส่งผลถึงผู้ที่ใช้งานระบบ iOS ในเวอร์ชันที่ต่ำกว่า 14 และผู้ที่ใช้งานระบบ Android ในเวอร์ชันที่ต่ำกว่า 10


วิธีตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS

วิธีตรวจสอบเวอร์ชันระบบ iOS

  1. ไปที่ “การตั้งค่า (Settings)”
  2. กด “ทั่วไป (General)” 
  3. กด “เกี่ยวกับ (About)” แล้วดูที่หัวข้อ “เวอร์ชันซอฟต์แวร์ (Software Version)” เพื่อดูเวอร์ชันที่ติดตั้งอยู่และพร้อมอัปเดตหรือไม่

วิธีอัปเดตเวอร์ชัน iOS

  1. เปิดแอปการตั้งค่าบน iPhone
  2. กดทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
  3. หากมีรายการอัปเดต ระบบจะแสดงข้อมูลขึ้นมาให้กดดาวน์โหลดและติดตั้ง

วิธีตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android

วิธีตรวจสอบเวอร์ชัน Android

  1. ไปที่ “การตั้งค่า (Settings)
  2. เลื่อนลงและเลือก “เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About phone)
  3. เลือก “ข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software information)
  4. ดูข้อมูลที่หัวข้อ “เวอร์ชัน Android (Android version)

วิธีอัปเดตเวอร์ชัน Android

  1. ไปที่ “การตั้งค่า (Settings)
  2. เลือกเมนู “อัปเดตซอฟต์แวร์ (Software update)
  3. กด “ดาวน์โหลดและติดตั้ง (Download and install)
  4. หากมีซอฟต์แวร์ใหม่ จะมีปุ่ม Download ปรากฏ

 

หมายเหตุ: ความสามารถในการอัปเดตขึ้นอยู่กับรุ่นของอุปกรณ์ และการสนับสนุนจากผู้ผลิต 

Finnomena ขอบคุณผู้ใช้งานทุกท่าน และยืนยันว่าการอัปเดตครั้งนี้ทำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ด้วยความใส่ใจในความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า และมุ่งมั่นพัฒนาแอปฯ อยู่เสมอ หากท่านต้องการความช่วยเหลือในการตรวจสอบหรืออัปเดตอุปกรณ์ สามารถติดต่อ Finnomena Customer Support ได้ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100, ทาง LINE @FINNOMENAPORT และทางอีเมล connect@finnomena.com

ทีมงาน Finnomena

ยุโรปไม่ยอม! งัดภาษีตอบโต้สหรัฐฯ หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษี 25% ถ้าไม่ขาย ‘กรีนแลนด์’

Finnomena
ยุโรปโต้สหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ชาติยุโรป สูงสุดถึง 25% หากประเทศเหล่านี้ไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กในแถบอาร์กติก ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติก และทำให้ยุโรปเตรียมมาตรการตอบโต้ เสี่ยงปะทุสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างพันธมิตรตะวันตก

ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีเพิ่ม 10% กับสินค้านำเข้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจะไต่ระดับเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน หากยังไม่สามารถบรรลุ “ข้อตกลงซื้อกรีนแลนด์แบบสมบูรณ์และเด็ดขาด” ได้

ฝั่งยุโรปตอบโต้ทันที ผู้นำสหภาพยุโรปยืนยันว่ากรีนแลนด์ “ไม่ใช่สินค้าที่จะนำมาซื้อขายได้” และประณามการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือกดดันพันธมิตร

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อัวร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ระบุว่าภาษีดังกล่าวไม่เพียงเป็นข้อพิพาททางการค้า แต่เป็นบททดสอบค่านิยมของโลกตะวันตก ขณะที่ผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน และเดนมาร์ก ต่างย้ำชัดว่าจะไม่ยอมถูก “แบล็กเมล” ทางเศรษฐกิจ

สหภาพยุโรปเรียกประชุมฉุกเฉินเอกอัครราชทูตทั้ง 27 ประเทศ และเตรียมพิจารณามาตรการตอบโต้ รวมถึงการนำแพ็กเกจภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 93,000 ล้านยูโรกลับมาใช้ และการพิจารณาใช้ “เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ” ซึ่งอาจขยายไปถึงการจำกัดการลงทุน บริการดิจิทัล และการเข้าถึงตลาดภายในยุโรปของบริษัทสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ รัฐสภายุโรปส่งสัญญาณชะลอการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ที่เพิ่งบรรลุเมื่อปีที่ผ่านมา

ขณะที่นักการเมืองสหรัฐฯ บางส่วนออกมาแย้งท่าทีของทรัมป์ โดยย้ำว่าไม่พบภัยคุกคามเร่งด่วนต่อกรีนแลนด์ และเรียกร้องให้ใช้การทูตแทนแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

ตลาดการเงินตอบสนองเชิงลบต่อข่าวดังกล่าว ดัชนีหุ้นยุโรปอ่อนตัว ค่าเงินยูโรและปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ นักลงทุนเริ่มกลับเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลว่าการยกระดับความขัดแย้งอาจกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทในยุโรป

แม้บางฝ่ายมองว่าภาษีอาจเป็นเพียง “หมากต่อรอง” ตามสไตล์ทรัมป์ และยังต้องจับตาความชอบธรรมทางกฎหมายในสหรัฐฯ แต่ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้ทำลายบรรยากาศการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปที่เพิ่งผ่อนคลายลง และตอกย้ำความเสี่ยงที่โลกอาจกำลังก้าวเข้าสู่รอบใหม่ของความตึงเครียดทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ในปีนี้


อ้างอิง: Reuters

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT

รีวิวกองทุน ASP-DEFENSE ปีแห่งความขัดแย้ง โอกาสของธีม Defense & Aerospace

Finnomena Funds
รีวิวกองทุน ASP-DEFENSE

แนะนำกองทุน ASP-DEFENSE คว้าโอกาสในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอวกาศ (Defense และ Aerospace) เพื่อเสริมแกร่งให้พอร์ต ท่ามกลางความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง และความขัดแย้ง Geopolitical Risk

Highlights

 

หุ้น Defense & Aerospace มีอะไรบ้าง ?

สนใจกองทุน ASP-DEFENSE

– คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม –


Geopolitical Risk ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการลงทุนในปี 2026 ทั้งแรงกดดันของ 2 ขั้วมหาอำนาจทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่พร้อมจะกลับมาปะทุได้ทุกเมื่อ

สหรัฐฯ ยังเปิดฉากเข้าควมคุมเวเนซุเอลา โดยอ้างว่าเป็นประเทศผู้ก่อการร้ายและขนยาเสพติดรายใหญ่ของโลก ซึ่งปัจจุบันเวเนซุเอลาถือเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบ (Crude Oil Reserve) สูงที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 17%

พร้อมกันนี้ Donald Trump ระบุว่าจำเป็นจะต้องครอบครองกรีนแลนด์เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียและจีนเข้ามายึดครอง ในขณะที่ฝั่งกลุ่มประเทศยุโรป นำโดยสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ก็กำลังหารือแผนการส่งกำลังทหาร NATO เข้าไปปกป้องกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้อธิปไตยประเทศเดนมาร์ก

ความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพิ่มแรงกดดันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และสะท้อนความตึงเครียดเชิงระบบมากขึ้น ภาพรวมการลงทุนในปีนี้จึงเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็ยังมีบางธีมที่น่าสนใจ สามารถสร้างโอกาสท่ามกลางความผันผวน 

Defense & Aerospace อุตสาหกรรมมาแรงแห่งปี 2026

หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอวกาศ (Defense และ Aerospace) เป็นธีมที่ได้ประโยชน์จากความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง แลมขัดแย้ง Geopolitical Risk จากการที่หลายประเทศทั่วโลกเพิ่มงบด้านกลาโหมเป็นจำนวนมาก 

โดยเฉพาะฝั่งยุโรปที่ได้แรงหนุนจากนโยบาย ReArm Europe ซึ่งอัดฉีดงบประมาณด้านกลาโหมและโครงสร้างพื้นฐานกว่า 800 พันล้านยูโรReArm Europe ยุโรปอัดฉีดงบประมาณด้านกลาโหม

Source: Asset Plus, Bloomberg as of Oct 2025, SIPRI Military Expenditure as of Apr 2025

ReArm Europe ยุโรปอัดฉีดงบประมาณด้านกลาโหม

Source: Asset Plus, Morgan Stanley, European Commission as of 15 Oct 2025

เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ในยุคของ Trump ที่เพิ่มงบประมาณทางการทหารมากที่สุดในรอบหลายปี หลังการผ่านร่าง One big beautiful bill act (OBBBA)

งบด้านกลาโหมของสหรัฐ

Source: Asset Plus, DoD, Federal Reserve Bank, Raymond James, VanEck

หุ้น Defense & Aerospace มีอะไรบ้าง ?หุ้น Defense & Aerospace มีอะไรบ้าง

Source: Asset Plus

หน้านี้เป็นภาพสรุปหุ้นกลุ่ม Defense & Aerospace ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ผู้ผลิตอาวุธ แต่ประกอบไปด้วยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบป้องกันประเทศ เทคโนโลยีขั้นสูงทางทหาร อากาศยาน อวกาศ รวมถึงระบบไอทีและซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ 

1. Aerospace & Defense Products & Services พัฒนาอาวุธ ระบบอากาศยาน เรือรบ และเทคโนโลยีทางทหาร ตัวอย่างหุ้น เช่น Airbus, Safran, BAE Systems, Rolls-Royce, Saab, Rheinmetall

2. Communication System & Services ระบบสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานด้านกลาโหม ตัวอย่างหุ้น เช่น Thales, Hensoldt, Leonardo DRS

3. Unmanned Vehicles การพัฒนาโดรนและยานพาหนะไร้คนขับ ตัวอย่างหุ้น เช่น Kratos, Teledyne FLIR, Red Cat

4. Information Technology Hardware & Services เครื่องมือและบริการ IT ด้านความมั่นคง ตัวอย่างหุ้น เช่น CACI, SAIC, Leidos

5. Digital Forensics, Detection Devices & E-Authentication เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย และการยืนยันตัวตน ตัวอย่างหุ้น เช่น Smiths, OSI Systems, L3Harris

6. Event Response, Security or Safety Related Software ซอฟต์แวร์สำหรับความมั่นคงทางไซเบอร์ ตัวอย่างหุ้น เช่น Palantir, CrowdStrike, Palo Alto Networks

กองทุน ASP-DEFENSE ลงทุนในธีม Defense & Aerospace

ASP-DEFENSE คือหนึ่งในกองทุนที่มีเป้าหมายลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมด้านความมั่นคง โดยเป็นกองทุนประเภท Fund of Funds ที่มีนโยบายการลงทุนผ่าน 2 กองทุนหลัก ได้แก่ 

  1. Amundi Stoxx Europe Defense UCITS ETF (60-79%*) เน้นลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Aerospace & Defense ของยุโรป
  2. VanEck Defense UCITS ETF (0-20%*) เน้นลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Defense ทั่วโลก โดยเฉพาะฝั่งสหรัฐฯ

 

นอกจากนี้ กองทุน ASP-DEFENSE สามารถลงทุนโดยตรง (Direct Investment) ในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคง เช่น อากาศยาน เทคโนโลยีทางการทหาร ระบบไซเบอร์ การสื่อสาร ดาวเทียม หรือ Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง ได้ในสัดส่วน 0-20%* ด้วย

*อัตราส่วนดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยขึ้นอยู่กับสภาวะการลงทุน ณ ขณะนั้น และ/หรือ ดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

ทำให้กองทุนครอบคลุมอากาศยาน, เทคโนโลยีทางการทหาร, เทคโนโลยีความมั่นคง, ระบบไซเบอร์เพื่อความมั่นคง, การสื่อสาร, ดาวเทียม, การสื่อสารทางการทหาร หรืออุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (Supply Chain)

รายละเอียดต่าง ๆ ของกองทุน

  • กองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 7 – เสี่ยงสูง โดยมีการลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม
  • นโยบายปันผล: ไม่จ่าย
  • มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน 
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.25% 
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.61% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2.64% ต่อปี
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 12/11/2025
  • ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.finnomena.com/fund/ASP-DEFENSE

 

สำหรับผู้ลงทุนที่เห็นโอกาสจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อ การเพิ่มงบประมาณกลาโหมทั่วโลก และเทรนด์ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม Defense & Aerospace กองทุน ASP-DEFENSE ถือเป็นอีกทางเลือกเพื่อใช้เสริมแกร่งให้พอร์ตการลงทุน พร้อมหาโอกาสสร้างผลตอนแทนที่สูง


อ้างอิงข้อมูลจาก: เอกสารแนะนำกองทุน Asset Plus Fund Management

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

สหรัฐฯ ยอมลดภาษีไต้หวัน เหลือ 15% แลกลงทุน $250,000 ล้าน สร้างฐานผลิตชิปในอเมริกา

Finnomena Funds
ลดภาษีไต้หวัน

สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้ากับไต้หวัน โดยจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันลงเหลือ 15% จากเดิม 20% แลกกับการที่บริษัทไต้หวัน โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ จะเข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ อย่างน้อย 250,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายกำลังการผลิตชิปในประเทศ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า บริษัทชิปและเทคโนโลยีจากไต้หวันจะเข้ามาลงทุนโดยตรงในสหรัฐฯ ขณะที่รัฐบาลไต้หวันจะช่วยสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติม เพื่อให้บริษัทเหล่านี้เดินหน้าโครงการได้เร็วขึ้น

ข้อตกลงนี้ยังให้สิทธิพิเศษด้านภาษีกับบริษัทไต้หวันที่มาตั้งโรงงานในสหรัฐฯ รวมถึงยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น ยาสามัญ ชิ้นส่วนเครื่องบิน และทรัพยากรธรรมชาติบางชนิด โดยอัตราภาษีใหม่ 15% จะเท่ากับที่สหรัฐฯ ใช้กับประเทศคู่ค้าหลักอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป

โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวว่า เป้าหมายของข้อตกลงคือทำให้สหรัฐฯ ผลิตชิปได้เองมากขึ้น หลังช่วงโควิด-19 ที่เกิดปัญหาชิปขาดแคลนจนกระทบหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงสมาร์ตโฟน

ด้าน TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก ระบุว่ากำลังเร่งลงทุนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะโรงงานในรัฐแอริโซนา ซึ่งเริ่มเดินเครื่องในปี 2024 และผลิตชิปให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Apple และ Nvidia โรงงานแห่งนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ราว 40,000 ล้านดอลลาร์

เบื้องหลังข้อตกลงนี้ยังเกี่ยวข้องกับความกังวลด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ เพราะรัฐบาลมองว่าการพึ่งพาการผลิตชิปจากไต้หวันมากเกินไปอาจเป็นความเสี่ยง หากเกิดความตึงเครียดกับจีน สหรัฐฯ จึงพยายามดึงฐานการผลิตชิปกลับเข้าประเทศ และส่งสัญญาณชัดว่าบริษัทที่ไม่มาลงทุนในอเมริกาอาจเจอภาษีที่สูงขึ้นในอนาคต

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นเทคโนโลยี

กองทุน ES-GTECH เป็นกองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกที่มีคุณภาพและโอกาสเติบโตสูง เน้นลงทุนในธีมหุ้นเทคโนโลยีที่สำคัญและมีศักยภาพในการเติบโตทั่วโลก เช่น Generative AI, Semiconductor ฯลฯ กองทุนหลักมีการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom Up และวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ราว 60-80 บริษัท

อ้างอิง: BBC

คำเตือน: กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | กองทุนนี้เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

NATO เดือด! ส่งทหารซ้อมรบที่กรีนแลนด์ หลังทรัมป์ย้ำ “ต้องการเกาะนี้”

Finnomena Funds
NATO ส่งทหารซ้อมรบ

ภูมิรัฐศาสตร์ในต้นปี 2026 กำลังร้อนแรงอย่างผิดปกติ ทั้งกรีนแลนด์ อิหร่าน และผลสะเทือนจากการปฏิบัติการทางทหารที่เวเนซุเอลา กำลังกดดันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและพันธมิตร NATO จนหลายฝ่ายต้องตอบโต้ด้วยการเพิ่มกำลังทหารและยกระดับการเตรียมพร้อมทางยุทธศาสตร์

ล่าสุด กองทัพจากฝรั่งเศส สวีเดน เยอรมนี และนอร์เวย์ ประกาศส่งกำลังพลเข้าสู่เมืองนุก (Nuuk) เมืองหลวงของกรีนแลนด์ เพื่อปฏิบัติภารกิจสอดแนมและเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทหาร ภายใต้กรอบความร่วมมือของ NATO 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น “สัญลักษณ์ทางยุทธศาสตร์” เพื่อย้ำจุดยืนในการปกป้องบูรณภาพเหนือดินแดนของเดนมาร์ก ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่แสดงความต้องการครอบครองเกาะแห่งนี้อย่างเปิดเผยมากขึ้น

มูเต เอเกเด รองนายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ยืนยันว่าการปรากฏตัวของกองกำลัง NATO จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากวันนี้ ทั้งในรูปแบบของเที่ยวบินทหารและเรือรบในน่านน้ำรอบเกาะ 

ขณะที่ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่ากำลังพลฝรั่งเศสชุดแรกได้เริ่มเคลื่อนกำลังมุ่งหน้าสู่กรีนแลนด์แล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมร่วมที่เดนมาร์กเป็นแกนกลาง

ทางฝั่งเยอรมนี กระทรวงกลาโหมระบุว่าได้ส่งทีมลาดตระเวนของกองกำลัง “บุนเดิสแวร์” จำนวน 13 นาย ไปยังเมืองนุกตามคำเชิญของเดนมาร์ก ภารกิจดังกล่าวจะดำเนินตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ เพื่อประเมินขีดความสามารถด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการลาดตระเวนทางทะเลและการเฝ้าระวังเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาร์กติก

การขยับกำลังของยุโรปเกิดขึ้นแทบจะในทันที หลังจาก ลาร์ส ล็อกเก รัสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก พร้อมคณะผู้แทนจากกรีนแลนด์ เข้าหารือกับ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ และ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่ทำเนียบขาว แต่การเจรจาดังกล่าวไม่สามารถลดแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ได้

รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราไม่สามารถเปลี่ยนจุดยืนของอเมริกาได้ เป็นที่ชัดเจนว่าประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีความปรารถนาที่จะครอบครองกรีนแลนด์” 

พร้อมย้ำว่าทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้จะตกลงกันว่าจะยอมรับความเห็นที่ไม่ตรงกันก็ตาม สะท้อนว่าความขัดแย้งเรื่องกรีนแลนด์ยังห่างไกลจากคำว่า ‘ยุติ’ และกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปราะบางของภูมิรัฐศาสตร์โลก

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ

ASP-DEFENSE เป็นกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก 2 กองทุน ได้แก่ Amundi Stoxx Europe Defense UCITS ETF (75 %), และ VanEck Defense UCITS ETF (25%) โดยกองทุนเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคง เช่น อากาศยาน, เทคโนโลยีทางการทหาร, เทคโนโลยีความมั่นคง, ระบบไซเบอร์เพื่อความมั่นคง, การสื่อสาร, ดาวเทียม, การสื่อสารทางการทหาร หรืออุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (Supply Chain)


อ้างอิง: CNBC

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

Finnomena Funds Market Alert: ตลาดหุ้นเวียดนามปรับฐานแรง VN-Index ร่วงกว่า 2% จากแรงขายทำกำไรหุ้น Big Cap แม้ภาพเศรษฐกิจปี 2026 ยังแข็งแกร่ง

Finnomena Funds
หุ้นเวียดนามปรับฐาน
วันที่ 15 มกราคม 2026 ดัชนี VN-Index ปรับตัวลง -2.25% หรือ -42.71 จุด มาที่ระดับ 1,851.73 จุด จากแรงขายทำกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ หลังดัชนีปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า สะท้อนการพักฐานทางเทคนิคระยะสั้นของตลาด ขณะที่แรงขายเกิดขึ้นในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมพร้อมกัน
แรงกดดันหลักมาจากหุ้นในเครือ Vingroup โดย Vinhomes (VHM) ปรับตัวลง -6.89% และ Vingroup (VIC) ลดลง -5.37% ซึ่งเป็นตัวฉุดดัชนีสำคัญ หลังราคาหุ้นปรับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี ขณะที่หุ้นกลุ่มบริโภคและเทคโนโลยีอย่าง MWG, FPT และ MSN ปรับตัวลงในกรอบ -0.6% ถึง -1.5% สะท้อนการลดความเสี่ยงในหุ้นที่ Valuation ตึงตัวขึ้นในระยะสั้น
ในส่วนของ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เผชิญแรงขายค่อนข้างชัดเจน โดย Vietcombank (VCB) ปรับลง -4.08%, VietinBank (CTG) ลดลง -3.74%, HDBank (HDB) ลดลง -2.53% และ Military Bank (MBB) ลดลง -0.92% สะท้อนการขายลดความเสี่ยงในหุ้นการเงิน หลังราคาปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า แม้ปัจจัยพื้นฐานระยะกลางยังไม่เปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ดี ในเชิงปัจจัยพื้นฐานระยะกลาง–ยาว ภาพเศรษฐกิจเวียดนามยังคงแข็งแกร่ง โดยรายงานจาก VietnamPlus ระบุว่ารัฐบาลตั้งเป้าผลักดัน GDP ปี 2026 เติบโตมากกว่า 10% ผ่านการเร่งลงทุนภาครัฐ การกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ และการดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ซึ่งในปี 2025 มูลค่า FDI ที่เบิกจ่ายทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ดัชนี PMI ล่าสุดอยู่เหนือระดับ 50 ต่อเนื่อง สะท้อนภาคการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ที่ยังขยายตัว ทั้งนี้ แม้สถาบันการเงินอย่าง UOB จะประเมินว่าเป้าหมายการเติบโตระดับสองหลักเป็นความท้าทาย แต่ยังคงปรับคาดการณ์ GDP เวียดนามปี 2026 ขึ้นอยู่ในระดับ 7.5% จากฐานเศรษฐกิจที่แข็งแรง
Finnomena Funds ประเมินว่า การปรับฐานของ VN-Index รอบนี้เป็นการพักตัวระยะสั้นหลังตลาดปรับขึ้นแรง และยังไม่เปลี่ยนมุมมองเชิงบวกในระยะกลาง–ยาว โดยยังคงมุมมองตลาดหุ้นเวียดนามในระดับ Positive จากแรงหนุนเชิงโครงสร้าง ทั้งการลงทุนภาครัฐ การขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ และแนวโน้มเงินทุนไหลเข้าหลังการเข้าสู่ดัชนี FTSE EM
แนะนำใช้จังหวะตลาดอ่อนตัว ทยอยสะสม กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A และ KT-VIETNAM-A เพื่อรับโอกาสการเติบโตในระยะกลางถึงยาว

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ตลาดน่าสนทว่าอาจไม่เสี่ยงมาก ปี 2026

MacroView
ตลาดน่าสนทว่าอาจไม่เสี่ยงมาก ปี 2026

ผมมองว่าตลาดที่ดูน่าสนใจแถมดูอาจไม่เสี่ยงมาก โดยที่ไม่ใช่ตลาดหุ้นแนว AI ในปี 2026 มีดังนี้

Global Dividend Stock

จากความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนผ่านตัวประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด จาก เจย์ พาวเวล ที่ตำแหน่งประธานเฟดของเขาจะครบวาระในเดือนพฤษภาคมปีนี้ โดยตัวเก็งที่จะมาสานต่อได้แก่ เควิน ฮาสเส็ตต์ และ เควิน วอร์ชนั้น ปรากฎว่า ได้เกิดเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสั่นคลอนต่อความน่าเชื่อถือของเฟด นั่นคือ การออกหมายศาลจาก District of Columbia ว่าด้วยคดีอาชญากรรมเกี่ยวกับทุจริตการก่อสร้างต่อเติมอาคารเฟด จากคำให้การต่อสภาคองเกรสของพาวเวลเมื่อกลางปีที่แล้ว ทำให้ช่วงรอยต่อดังกล่าวในช่วงกลางปีนี้มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นมาก นอกจากนี้ ประธานเฟดท่านใหม่น่าจะทำงานได้ยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเริ่มต้นใหม่ ๆ ผมจึงมองว่าหุ้นกลุ่มที่เน้นความแน่นอนของเงินปันผล น่าจะดูเป็นต่อหุ้นในสาย Growth ที่พึ่งพาการเพิ่มขึ้นของค่า P/E เป็นหลัก

กระนั้นก็ดี การพึ่งพาเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐน่าจะดูมีความเสี่ยงมากจนเกินไปในการลงทุน ณ วันนี้ จึงเห็นควรขยายขอบข่ายตลาดการลงทุนไปทั่วโลกทั้งในยุโรปและเอเชีย ดังนั้นหุ้นกลุ่ม Global Dividend ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเซกเตอร์อุตสาหกรรม การเงิน และโครงสร้างปัจจัยพื้นฐาน ดูมีความน่าสนใจสำหรับในช่วงเวลานี้

US Bank

ในปีนี้ ถือว่ามีหลายปัจจัยที่น่าจะช่วยส่งผลดีต่อแบงก์สหรัฐ ดังนี้

ปัจจัยแรก ได้แก่ การผ่อนคลายเกณฑ์กำกับสถาบันการเงินของเฟด ที่คาดว่ากำลังจะออกมาเป็นกฎหมายในปีนี้ สิ่งนี้น่าจะทำให้แบงก์สหรัฐมีเงินกองทุนเหลือเพิ่มขึ้นจากปริมาณที่บังคับตามกฎหมายเพื่อนำมาในการปล่อยกู้สินเชื่อได้เพิ่มขึ้น

สอง ในปีนี้ คาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะมีดีลการควบรวมกิจการบริษัทในอุตสาหกรรมต่างๆอยู่ค่อนข้างมาก อาทิ เซกเตอร์ Healthcare, ธนาคารขนาดเล็ก และ เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ AI ซึ่งแบงก์ใหญ่สหรัฐน่าจะมีรายได้และกำไรจากส่วนนี้มากขึ้นจากปีก่อน ๆ

สาม ได้แก่ ตลาดสินเชื่อและหุ้นกู้ รวมถึงดีลตราสารหนี้ โดยบริษัทเทคโนโลยี นอก BigTech 7 บริษัทหลัก ยังคงต้องการใช้บริการของสถาบันการเงินอยู่ค่อนข้างมาก เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ จำเป็นต้องลงทุนเพื่อไม่ให้ตกขบวนรถไฟอุตสาหกรรม AI ที่คาดว่ากำลังจะมาถึง เพียงลำพังกระแสเงินสดที่ได้รับจากธุรกิจของบริษัทย่อมจะไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นแหล่งเงินสำหรับการสร้าง Infrastructure ของ AI แม้แต่บรรดาบริษัท 7 นางฟ้า ยังจำเป็นต้องใช้หุ้นกู้กันบ้างแล้ว

อย่างไรก็ดี แม้แบงก์จะมีคู่แข่งจากบริษัท Private Equity และเฮดจ์ฟันด์ อาทิ Apollo, Citadel หรือ Millenium Capital ก็ตาม ทว่าบริษัทเหล่านี้มักจะไม่ยอมทำดีลขนาดเล็ก ซึ่งทำให้ยังมีช่องว่างธุรกิจในเซกเตอร์นี้ให้กับแบงก์อีกมาก

ท้ายสุด เศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ซบเซาอย่างที่กังวลไว้ก่อนหน้าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้จากดอกเบี้ยยังคงเติบโตได้ดีและสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวมยังไม่คงสูงมากเมื่อเทียบกับในอดีต ตามที่บรรดาแบงก์สหรัฐเพิ่งรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของนโยบาย Affordability ของทรัมป์ อาทิ การจำกัดอัตราดอกเบี้ยค่าปรับของบัตรเครดิตไว้ที่ไม่เกิน 10% รวมถึงนโยบายอื่นๆที่คาดว่าจะออกมาช่วยเหลือความเป็นอยู่ของชาวสหรัฐที่มีรายได้น้อย น่าจะเป็นความเสี่ยงด้านนโยบายที่มองไม่เห็นสำหรับหุ้นกลุ่มแบงก์ของสหรัฐในปีนี้ นอกจากนี้ นโยบายของทรัมป์ที่เอื้อต่อการออกตราสารทางการเงินในตลาด Private Asset อาทิ การอนุญาตให้เป็นสินทรัพย์ที่คนทำงานในบริษัทสหรัฐสามารถเลือกลงทุนเป็นสินทรัพย์การออมเพื่อพอร์ตการเกษียณได้นั้น จะทำให้บริษัทแนว Private Equity ได้เปรียบมากขึ้น ซึ่งถือเป็นคู่แข่งสำหรับแบงก์ต่าง ๆ ในสหรัฐ

ตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Market (EM)

จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐเริ่มลดดอกเบี้ยลงในเดือนกันยายน 2024 จนถึงเดือนธันวาคม 2025 มาอยู่ที่ระดับ 3.75%

โดยในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐเริ่มลดลงในรอบนี้ สามารถแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การลดลง 1% ระหว่างเดือนกันยายน ถึง ธันวาคม 2024 ซึ่งตรงนี้ ค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งเนื่องจากความมั่นใจต่อการขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำของโดนัลด์ ทรัมป์ จากนั้นเฟดหยุดลดดอกเบี้ยไป 9 เดือน ตรงช่วงนี้ มาตรการ Tariff ของทรัมป์ในช่วง Liberation day ได้ป่วนตลาดทั่วโลก จนกระทั่งเฟดมาลดดอกเบี้ยลงอีก 0.75% มาอยู่ที่ระดับ 3.75% ระหว่างเดือนกันยายน ถึง ธันวาคม 2025 ซึ่งจุดนี้เอง ที่ตลาดเริ่มปรับตัวกับมาตรการ Tariff ของทรัมป์ได้แล้ว รวมถึงระดับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐก็ลดลงมาในระดับสูงกว่าระดับธรรมชาติเล็กน้อย ที่สำคัญค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าลงส่วนหนึ่งจากความไม่เชื่อมั่นว่าสหรัฐจะเป็นมหาอำนาจทางการเมืองของโลกในอนาคตหรือไม่ ซึ่ง EM ถือว่าเริ่มจะเข้ามาสู่จุดที่น่าสนใจค่อนข้างมากเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 15 ปี

จากตรงจุดนี้ เฟดยังลดดอกเบี้ยต่อได้อีกพักหนึ่ง ซึ่งทำให้ธนาคารกลาง EM ก็สามารถจะลดดอกเบี้ยได้อีกเช่นกัน นอกจากนี้ Real yield ของประเทศ EM ส่วนใหญ่ยังเป็นบวกอยู่ ยิ่งจะทำให้ธนาคารกลาง EM สามารถลดดอกเบี้ยลงไปจากจุดนี้ได้พอสมควร ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์กำลังอ่อนค่าอยู่นี้ ก็ไม่ส่งผลเชิงลบต่อ EM เช่นกัน แถมยังทำให้อัตราเงินเฟ้อต่ำและสามารถเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยได้อีกด้วย

ตลาด EM ที่น่าสนใจ ผมยังมองเป็นตลาดเกิดใหม่หลัก อย่าง ไต้หวัน เกาหลีใต้ บราซิล อินเดีย รวมถึงจีนด้วย โดยจุดเด่นของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน อินเดียได้เปรียบในแง่ของการที่ค่า P/E ไม่ได้เพิ่มมากว่าปีแล้ว ทว่า Earning growth ดูค่อนข้างแผ่วลง ด้านเกาหลีใต้มีดีที่ผู้นำใหม่ อีแจมยอง ถือว่าเป็นมิตรได้กับเกือบทุกฝ่าย ทั้ง จีน สหรัฐ และญี่ปุ่น ทำให้ทำธุรกิจได้สะดวกกว่าเพื่อน ส่วนบราซิลนั้น อาจได้การเลือกตั้งใหญ่ช่วงเดือนกันยายนที่คาดว่าลูล่า แดซิลวา น่าจะชนะอีกครั้ง แถมยังได้รับการยกเว้น Tariff จากทรัมป์ในสินค้าหมวดเกษตรกรรมอีกต่างหาก ท้ายสุด ไต้หวันยังคงมีเวลาที่จีนเปิดช่องให้เป็นอิสระอีกพักใหญ่ ทำให้การผลิตชิปที่โดดเด่นยังคงไปได้ดีกับทั้งสหรัฐและยุโรป

ทองคำ

ไม่ว่าจะมองในเหลี่ยมไหน ในปีนี้ ก็ยังน่าจะเป็นปีของทองคำในระดับหนึ่ง โดยหากพิจารณาในมุมมองเศรษฐกิจ แนวโน้มของนโยบายการเงินสหรัฐและทั่วโลก ยกเว้นญี่ปุ่น ออกมาทางผ่อนคลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากท่าทีของทรัมป์ที่ต้องการลดดอกเบี้ยให้ต่ำที่สุด หรือจะมองในมุมของความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้องถือว่าน่าจะเข้าสู่จุดสูงสุดทั้งในระดับทวีปและระดับโลก อีกทั้งผู้นำสหรัฐยังชอบทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดการณ์ไว้ก่อนล่วงหน้าอยู่แล้ว ท้ายสุด ความต้องการของบรรดาธนาคารกลางต่าง ๆ ต่อทองคำเพื่อนำมาเป็นสำรองเงินตราระหว่างประเทศ ถือว่ามีสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จากความไม่น่าไว้วางใจต่อรัฐบาลสหรัฐซึ่งเป็นเจ้าของเงินสกุลดอลลาร์ที่ทำหน้าที่เป็นเงินสกุลหลักของธนาคารกลางทั่วโลก

ดร. บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ, CFP

MacroView, macroviewblog.com

TISCO Omakase Extra Fund ปรับพอร์ตเดือนมกราคม 2026 : เพิ่มจีน ลดสหรัฐฯ ในหุ้นเทคโนโลยี

บลจ.ทิสโก้
TISCO Omakase Extra Fund ปรับพอร์ตเดือนมกราคม 2026 : เพิ่มจีน ลดสหรัฐฯ ในหุ้นเทคโนโลยี

มุมมองการลงทุน

Portfolio

มุ่งหวังผลตอบแทนคาดหวังประมาณ 6% – 8% ในระยะกลาง-ยาว โดยตั้งอยู่บนหลักการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบ และ คงความผันผวนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมรองรับความไม่แน่นอนของภาวะการลงทุน

Outlook

บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกในเดือนธ.ค. 2025 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และสำหรับทิศทางการลงทุนของปี 2026 เราคาดว่าตลาดหุ้นหลายประเทศยังจะสามารถปรับขึ้นต่อได้ จากกระแสการลงทุนใน AI ทั้งในสหรัฐฯ และตลาดหุ้นในกลุ่ม EM

Strategy

  • เพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยคัดเลือกธีมที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวและมีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก
  • เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี จีน และ ลดน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ จาก valuation ที่น่าสนใจมากกว่า รวมถึงกลุ่มพลังงานสหรัฐฯที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากนโยบายของปธน.ทรัมป์
  • เรายังมีมุมมองที่ดีต่อทองคำ ยังคงสัดส่วนการลงทุนในทองคำไว้ที่ระดับ 10%

Portfolio Action

  • ปรับลดสัดส่วนในกองทุน TUSBOND-A เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย Fed เริ่มทรงตัวโดยเข้าลงทุนใหม่ในกองทุน TCHTECH-A ที่เน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจากจีนโดยเฉพาะ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการกระจุกตัวใน US Tech และเพิ่มโอกาสการเก็งกำไรจากการฟื้นตัวหลังการปรับฐาน
  • ปรับลดสัดส่วนในกองทุน TGSMART-A เนื่องจากผลตอบแทนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มจำกัด และเพิ่มน้ำหนักบางส่วนไปในธีมที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงในระยะข้างหน้า ได้แก่ 1.) TUSENGY ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟูการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา และ 2.) TEMXCH ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนวัฏจักรชิปและ AI ในตลาดเกิดใหม่ อาทิ เกาหลีใต้ และไต้หวัน รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า

Performance

  • ผลตอบแทนพอร์ตกองทุนย้อนหลังสำหรับปี 2025 (30/12/2024-30/12/2025) +59%
  • ผลตอบแทนพอร์ตกองทุนในเดือนธ.ค หลังจากที่มีการปรับพอร์ต (15/12/2025-09/01/2026 ปรับเพิ่มขึ้น 0.71%

Contributor:

  • ในช่วงเดือนธ.ค หลังจากที่มีการปรับพอร์ต (15/12/2025-09/01/2026)  กองทุน TISCO Gold Fund  เป็นกองทุนที่หนุนพอร์ตกองทุนมากที่สุด โดยอันดับที่ 2 คือ กองทุน TISCO US Equity Fund และ กองทุน TISCO US Technology Fund

Detractor:

  • ในช่วงเดือนธ.ค หลังจากที่มีการปรับพอร์ต (15/12/2025-09/01/2026) กองทุน TISCO Global Smart Allocation ปรับตัวลดลง เนื่องจากตลาดเปิดรับสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ที่มา: บลจ. ทิสโก้ วันที่  12 มกราคม 2026


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด หรือ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดแผน 3 ปี ยกระดับตลาดทุนไทย ฟื้นความเชื่อมั่น ดึงเงินลงทุนทั่วโลก

Finnomena
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดแผน 3 ปี ยกระดับตลาดทุนไทย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2569–2571) ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” มุ่งยกระดับตลาดทุนไทยเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มสภาพคล่อง และขยายโอกาสการลงทุน ท่ามกลางตลาดที่ชะลอตัวและความผันผวนจากเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมตั้งเป้าให้ตลาดทุนไทยกลับมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ระบุว่า ตลาดทุนไทยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความเชื่อมั่นที่ลดลง สภาพคล่องหดตัว บริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนน้อยลง และการแข่งขันจากตลาดต่างประเทศกับสินทรัพย์ทางเลือก ตลท.จึงต้องปรับตัวเชิงรุก โดยแผน 3 ปีนี้ครอบคลุมการเพิ่มความน่าดึงดูดตลาด สภาพคล่อง มูลค่าบริษัทจดทะเบียน และการฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

กลยุทธ์แรก “Exciting Markets with Confidence” มุ่งสร้างโอกาสลงทุนและดึงเงินทุน ด้วยการเพิ่มสินค้าใหม่ เช่น Bond Connect Platform, Crypto ETF การขยาย DR และ ETF พร้อมพัฒนาแอปรวมพอร์ตลงทุน จัดโรดโชว์ในและต่างประเทศ ทบทวนกฎเกณฑ์เปิดทางนักลงทุนต่างชาติ และยกระดับกระบวนการ IPO เพื่อดึงธุรกิจ New Economy บริษัทต่างชาติ และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย

ด้านสภาพคล่อง ตลท.เตรียมผลักดัน TFEX ให้เป็นเครื่องมือบริหารพอร์ต เพิ่มสินค้าอนุพันธ์ใหม่ ใช้ Market Maker และ Professional Trader กระตุ้นการซื้อขาย พร้อมต่อยอดโครงการ JUMP+ เพื่อเพิ่มศักยภาพและการมองเห็นของบริษัทจดทะเบียน ขยายเวลารับสมัครถึงต้นปี 2569 และสื่อสารกับนักลงทุนทั่วโลก คล้ายแนวทาง Value Up ของญี่ปุ่น

กลยุทธ์ที่ 2 “Grow Business with Stakeholders” เน้นสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยพัฒนา SET Climate Ecosystem ผ่านแพลตฟอร์ม SETCarbon รองรับการบริหารจัดการคาร์บอนของบริษัทและซัพพลายเชน วางโครงสร้างตลาดคาร์บอนเครดิต เตรียมรับกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศ และนำ AI มายกระดับธุรกิจ Market Data สู่เชิงพาณิชย์ระดับสากล

กลยุทธ์สุดท้าย “Great Process and People” มุ่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร ด้วยการพัฒนาระบบ Clearing ใหม่ใช้งานในปี 2570 ยกระดับบริการดิจิทัลของ TSD และลงทุนพัฒนาคนควบคู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับเทคโนโลยี ตลท.เชื่อว่าทั้ง 3 กลยุทธ์จะช่วยให้ตลาดทุนไทยกลับมามีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน


อ้างอิง: SET